ความดิบและเถื่อนของภาษาที่ใช้ ทำให้คู่สนทนาไม่สามารถสื่อสารใจถึงใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีความหมายก็ผิดพลาดได้ง่ายและบ่อย ประสบการณ์ที่ฝังไว้ในสมองก็ผิด ๆ พลาด ๆ ตามไปด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ความสามารถในการสื่อสารของเจ้าตัวเสื่อมทรามลงทุกขณะ

ผมยังชื่นชมข้อเขียนของคุณหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ไม่หาย .. เมื่อพบข้อเขียนที่อยากให้หลาย ๆ ท่านได้อ่านบ้าง จึงขออนุญาตเอามานำเสนอ ครับ

 

ชัตดาวน์คอมพ์ ... ชัตดาวน์ชีวิต

 

วันนี้จะเขียนเรื่องอ่านยาก แต่เห็นว่าสำคัญก็จะพยายามเขียนให้อ่านง่ายมากเท่าที่ความสามารถจะทำได้ครับ

 

หลายท่านอาจจะคิดว่าไกลตัว แต่ผมไ่ม่คิดว่าไกลตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับเด็กเล็กที่ได้รับการส่งเสริมให้ใช้และฝึกปรือการใช้คอมพิวเ้ตอร์ตั้งแต่ยังเล็ก

 

ปี ๑๙๙๗  เมืองโกเบ เด็กชายอายุ ๑๔ ปี ฆ่าเด็กชายอายุ ๑๐ และ ๑๑ ปี แล้วตัดหัวคนหนึ่งเสียบประจานไว้ที่หน้าโรงเรียน

ปี ๒๐๐๑  เมืองโอซาก้า เด็กชายอายุ ๑๑ ปี แทงแม่ถึงแก่กรรม

ปี ๒๐๐๓  เมืองโอกินาวา เด็กชายอายุ ๑๓ ปี กับเพื่อนอีกสองคนรุมทุบตีเพื่อนอีกคนหนึ่งถึงแก่กรรม

ปี ๒๐๐๓  เมืองนางาซากิ  เด็กชายอายุ ๑๒ ปี จับเด็ก ๔ ขวบ โยนลงมาจากหลังคาอาคารที่จอดรถ

๑ มิถุนายน ๒๐๐๔  เมืองนางาซากิ  เด็กหญิงอายุ ๑๑ ปี ใช้มีดคัตเตอร์เชือดคอเพื่อนตาย เพราะไม่ตาย เพราะไม่พอใจที่ชื่อของตัวถูกนำไปกล่าวถึงเสีย ๆ หาย ๆ ในอินเทอร์เน็ต

 

ยังไม่มีใครสามารถหาคำอธิบายที่ดีพอสำหรับปรากฎการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มีการถกเถียงในหลายเวทีที่ไม่สามารถหาข้อสรุป แต่หลายท่านเชื่อว่าเป็นผลรวมของสังคมบริโภคและการพัฒนาที่ละเลยจิตใจมนุษย์ อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า เป็นไปได้ด้วย

 

นั่นคือ เยาวชนรุ่นใหม่ขาดความสามารถในการแยกความจริงออกจากความจริงเสมือน

 

ตอนที่บ้านเรามีวิวาทะเกี่ยวกับเกมออนไลน์เพราะเกิดคดีทำร้ายร่างกายเพื่อชิงทรัพย์อันเกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายในเกมที่ลามออกมาซื้อขายนอกเกม แม้ว่าจะมีการพูดถึงประเด็นนี้แล้วคือ คนเล่นเกมไม่สามารถแยกความจริงออกจากความจริงเสมือน แต่ก็ดูเหมือนว่าสังคมโดยรวมจะฟังไม่เข้าใจและไม่ตระหนักว่า เป็นเรื่องวิกฤต

 

เหตุการณ์ในญี่ปุ่นรอบนี้เป็นอีกหลักฐานหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า อาณาเขตที่กั้นระหว่างความจริงและความจริงเสมือนในจิตใจของเด็กบางคนนั้นเปราะบางเพียงใด เมื่อไม่สามารถสกัดกั้นเครือข่ายในอินเทอร์เน็ต การฆ่าเพื่อนทิ้งจึงเป็นการกระทำเสมือนหนึ่งปิดคอมพิวเตอร์ของเพื่อนเท่านั้นเอง

 

นักเล่นเกมทั้งหลายคงจะเถียงคอเป็นเอ็นว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะพวกเขารู้ตัวตลอดเวลาว่ากำัลังเล่นเกมหรือเลิกเล่นเกม จะมากล่าวหากันได้อย่างไรว่าตนเองยังไม่ออกจากความจริงเสมือน

เหตุผลตรงนี้คือ สิ่งที่เรียกกันว่า paradox กล่าวคือ เพราะนักเล่นเกมรู้ตัวว่า ตนเองเลิกเล่นแล้วนั่นแหละครับคือ หลักฐานว่าตนเองมิใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว เพราะมนุษย์ที่แท้ย่อมไ่ม่รู้ว่าตนเองทำอะไรอยู่

 

มนุษย์นั้นคิดถึงแต่ตนเองอยู่แทบจะทุกลมหายใจก็จริง แต่กลับไม่เคยเข้าใจตนเองได้เลย รวมทั้งกลุ่้มที่ทำงานเป็นจิตแพทย์และนักจิตวิทยาด้วย น่าจะมีเพียงพระอรหันต์เท่านั้นกระมังที่สามารถพิจารณาตนเองได้อย่างเที่ยงธรรมโดยปราศจากอคติ

 

นักเล่นเกมที่รู้ว่าตนเองเลิกเล่นแล้วเพราะได้ quit เกมออกมากับมือ แม้ว่าตนเองเห็นตนเองหยุดเล่นเกมก็จริง แต่ที่หยุดเล่นไปนั้นเป็นเพียงเงาชั้นที่หนึ่งของตนเองในความจริงเสมือน อันที่จริงแล้วความจริงเสมือนนั้นมีหลายชั้น เปรียบเหมือนเอากระจกเงาสองบานหันหน้าเข้าหากันแล้วสะท้อนกลับไปกลับมาไม่มีที่สิ้นสุด

 

เมื่อเราใช้ชีวิตกับเกมออนไลน์หรือแชตรูมมากเกินสมควร เป็นไปไม่ได้ที่เราจะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์ เพราะการหลอกลวงตนเองนั้นจะทับถมกันหลายชั้น ไลฟ์สไตล์ในชีวิตจริงย่อมได้รับความกระทบกระเทือนจากความจริงเสมือนไม่มากก็น้อย

 

(...เราใช้ Gotoknow เราออกจากโลกเสมือนอย่างสมบูรณ์หรือยังครับ :) 

 

การใช้เพียงนิ้วมือและคีย์บอร์ด แม้ว่าจะสามารถสื่อสารกับคนอื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ แต่การสื่อสารที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์ เนื้อหาที่ส่งให้กันนั้น ดิบและเถื่อน เพราะเป็นเพียงอักขระอย่างหยาบ และภาพกราฟิกอย่างหยาบ ภาษาท่าทาง รวมทั้งอารมณ์ละเมียดละไมของคู่สนทนาถูกละเลยและสลัดทิ้งไป

 

(... ความดิบและเถื่อน หมายรวมถึง การประชด ถากถาง เสียดสี  เวลาที่ใช้ในการเขียนบันทึก หรือ แสดงความคิดเห็นด้วยหรือไม่ :) 

 

หลายคนคิดว่า คนเราสื่อสารกันด้วยภาษา หลายคนรู้ว่า นอกจากภาษาแล้วยังมีการสื่อสารด้วยภาษาท่าทางด้วย แต่ที่จริงแล้วคนเราสื่อสารกันด้วยการทำนาย "ข่าวสาร" ของอีกฝ่ายตั้งแต่ยังพูดไม่จบประโยคด้วย

 

กล่าวคือ เพียงฟังคำพูดของคู่สนทนาได้สักครึ่งประโยค ร่วมกับการสังเกตสีหน้าท่าทาง เพรามักตีความหมายของข่าวสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ โดยอาศัยประสบการณ์การสื่อสารที่ได้กระทำมาตลอดชีวิต

 

แต่การสื่อสารในเกมออนไลน์และแชตรูมนั้นต่างกัน ความดิบและเถื่อนของภาษาที่ใช้ ทำให้คู่สนทนาไม่สามารถสื่อสารใจถึงใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตีความหมายก็ผิดพลาดได้ง่ายและบ่อย ประสบการณ์ที่ฝังไว้ในสมองก็ผิด ๆ พลาด ๆ ตามไปด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ความสามารถในการสื่อสารของเจ้าตัวเสื่อมทรามลงทุกขณะ

 

การแซวเล่นในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงอาจจะถูกขยายความจนเกิน "จริง" แม้หยุดพิมพ์หยุดคีย์แล้วก็ยังไม่สามารถลบล้างความเสียหายที่ก่อตัวขึ้นได้ ลองชัตดาวน์เครื่องคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วแต่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นก็ยังคงอยู่ โลกออนไลน์ไม่เคยหยุดนิ่ง

 

จึงลุกไปชัตดาวน์ฝ่ายตรงข้ามทิ้งซะ

 

 

Teens Kids & Family ปีที่ ๙ ฉบับที่ ๑๐๓ ตุลาคม ๒๕๔๗

 

ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์.  ป่วยทางจิต..ผิดตรงไหน.

               กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน, ๒๕๔๙.

 

 

อ่านแล้วได้อะไรประดับความรู้บ้างหรือไม่ครับ ...

หวังใจว่า การสื่อสารของคนใน Gotoknow ยังไม่หลุดประเด็นไปเหมือนการเล่นเกมและแชตรูมนะครับ :)

ขอบพระคุณมากครับที่แวะเยี่ยมบันทึก