ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากที่เคยอยู่แต่ในบริษัท มาเป็นทีมเฉพาะกิจ และออกไปผนึกกำัลัง กับองค์กรวิจัยภาครัฐ ก็คงไม่บรรลุผลแน่นอน

ฟ้าครับ

บทเรียนจากตัวอย่างที่ผ่านมาของโทเร ล้วนต้องใช้เวลาวิจัยนานนับสิบปีจึงจะออกดอกออกผล
กรณีสุดท้ายนี้เป็นกรณีที่แปลกพิเศษครับ

เพราะใช้เวลาเพียงปีเดียวก็สามารถสร้างนวัตกรรมขึ้นมาได้

ไททาเนียมออกไซด์ (TiO2) เป็นสารประกอบ ที่เป็นที่รู้จักกัน ในวงการนาโนเทคโนโลยีว่ามีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่าง

หนึ่งในนั้นคือมันจะคึกคักเมื่อถูกแสง และกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้ฆ่าเชื้อโรคได้ เรียกคุณสมบัตินี้ว่า photocatalytic

เมื่อนำผงของ TiO2 ไปเจือปนในโพลิเมอร์หรือพลาสติกแล้วฉาบบาง ๆ ที่พื้นผิวต่าง ๆ ก็จะทำให้พื้นผิวทำความสะอาดตัวเองได้เมื่อถูกแสง (self-cleaning surface)

ปัญหาของ photocatalytic coating ก็คือ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนี้ กลับไปย่อยสลายโพลิเมอร์ ที่เป็นตัวยึดโยงผง TiO2 จนผุกร่อน ทำให้ไม่สามารถใช้งานต่อไปได้

โทเรตัดสินใจจับมือกับ Riken ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยใหญ่แห่งภาครัฐของญี่ปุ่น ตั้งทีมวิจัยร่วมกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อแก้ปัญหานี้ ถึงขนาดส่งทีมวิจัยจากโทเรไปหมกตัวอยู่ร่วมกับทีมวิจัยที่สถาบัน Riken เลยทีเดียว

นักวิจัยของ Riken ที่ระดมตัวมาช่วยโครงการนี้แม้จะทำวิจัยแบบพื้นฐาน (basic research) เป็นงานหลัก แต่ในงานนี้ถูกเรียกมาทำวิจัยเชิงประยุกต์ (applied research) ชั่วคราว

ขณะนั้น Riken กำลังวิจัยโมเลกุลสารประกอบที่มีชื่อเรียกว่า fullerene หรือที่มักเรียกกันว่าลูกฟุตบอลนาโน เนื่องจากเป็นอะตอมของคาร์บอน ที่ประกอบกันเป็นลูกทรงกลมลายห้าเหลี่ยมสลับหกเหลี่ยม เหมือนลายลูกหนังสมัยก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

ในที่สุด Riken ก็เสนอไอเดียว่า น่าจะลองเอาโมเลกุลสารประกอบ fullerene นี้มาใช้เติมลงเป็นส่วนผสมในสารเคลือบผิวนี้

ทางโทเรก็ใช้ความเชี่ยวชาญทางเคมีนำไปต่อเติมเสริมแต่งจนได้สูตรที่พอใจ

และเมื่อนำไปทดสอบก็พบว่าได้ผล สามารถยับยั้งการกัดกร่อนได้

ความสำเร็จครั้งนี้ ทางโทเรบอกว่าถ้าไม่ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากที่เคยอยู่ในบริษัท มาเป็นทีมเฉพาะกิจและออกไปผนึกกำัลังกับองค์กรวิจัยภาครัฐ ก็คงไม่บรรลุผลแน่นอน
ผลสำเร็จครั้งนี้ใหม่มาก เพิ่งมีขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

คาดว่าคงยังไม่มีการนำไปเสนอที่ไหนทั้งสิ้น!