บางคนพอตกกลางคืนถึงกับไปถอยเสาหลักเขตนา

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อได้ยินคำกล่าวว่า..อยู่ดีมีแฮงเด้อ..นี้เป็นคำกล่าวให้ศีลให้พรของผู้เฒ่าชาวบ้านในภาคอีสาน  มีแฮง ( มีแรง ) สื่อถึงการใช้แรงใจแรงกายทำมาหากิน  เป็นแรงงานในครอบครัว  หรือเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  แต่ไม่ใช่แรงงานรับจ้าง </p>

 กลุ่มคนในครอบครัวมีการแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน  คือ  ฝ่ายชายหาปลาหาเนื้อ  จักสาน  แกะสลัก  ฟั่นเชือก  ทำเครื่องเรือน  เครื่องไม้  ทำเสา  เลื่อยไม้  ฝ่ายหญิง  เย็บปักถักร้อย  ย้อมผ้าทอผ้า  ซักผ้า  ตักน้ำตำข้าว  เก็บผักหักฟืน  ทำกับข้าว 

 สำหรับเวลาทำนาทั้งชายหญิงร่วมกันทำ  อาจแบ่งให้ผู้ชายไถคราด  ผู้หญิงปักดำถอนกล้า  ส่วนลูกเล็กเด็กแดงก็ใช้ให้เลี้ยงวัวควายและตักน้ำหาบน้ำ 

 เรื่องที่ดินช่วงประมาณ  พ. ศ. 2447  ( ค . ศ . 1904 ) ชาวไทยมีพลเมือง 7 ล้านคนเศษ  เทียบได้ว่า..มีอยู่ 11 คน  ต่อ 1  ตารางกิโลเมตร  ขณะ  พม่า 16 คน  อินโดนีเซีย  21  คน  ฟิลิปปินส์  25  คน  และอินเดีย  73  คน  ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

  ดังนั้นทำให้คนไทยมีที่ดินทำกินมาก..จนมีเรื่องเล่าว่า  พ่อแม่ให้ที่นาแก่ลูกมาก  แต่ลูกไม่ชอบเพราะต้องเสียภาษีมาก  บางคนพอตกกลางคืนถึงกับไปถอยเสาหลักเขตนา  เพื่อลดที่ดินของตนเองลงด้วยไม่มีเงินจ่ายค่าภาษีนาให้แก่รัฐ...ฮา ๆ เอิก ๆ </font></span>