แต่ต้องเป็นการศึกษาเพื่อ “การพึ่งตนเอง” มิใช่การศึกษา “เพื่อการพึ่งพาผู้อื่น” อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

วันครูปีนี้  หลังเสร็จพิธีการเมื่อตอนสัก 10 โมงครึ่ง

ครูวุฒิ  พร้อมด้วยทีมงาน  รวม 5 คน

ประกอบด้วย รองนายก อบต.โคกเพชร  ทั้ง 2 ท่าน

ผู้ใหญ่และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลโคกเพชร

ซึ่งนัดหมายกันไว้ล่วงหน้ามาแล้ว 2-3 วันว่าจะไปเยี่ยมเยียนสวนป่าพ่อครูบา   และพ่อคำเดื่อง  ภาษี

แต่เสียมรรยาทไม่ได้นัดหมายเจ้าของบ้านไว้เลย

มาทราบเอาตอนที่จะออกเดินทางแล้วว่าท่านเจ้าของบ้านทั้ง 2 ไม่อยู่ 

ทั้งๆที่พ่อครูบาก็บอกมาทางบล็อกแล้วว่าไปประชุมที่ กทม.

แต่เนื่องจากไม่มีเวลาเพียงแค่จะเปิดบล้อกฯดู

ก็เลยได้แค่ประสานงานทางโทรศัพท์ก่อนออกเดินทางเท่านั้น 

สุดท้ายก็ตกลงใจไปกันแบบ.....

เจ้าของบ้านไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ความรู้ซ่อนอยู่ตรงไหนจะหาเอาเอง

(โหะๆ  มรรยาทดีจัง)

************************

บนเส้นทางขาไปกว่า 130 กม.

เรามีเรื่องราวมากมายพูดคุยกัน

ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเรื่องของสภาพสังคม เศรษฐกิจปากท้อง  และความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบ้านเรา

อันเป็นผลเกี่ยวข้องและสืบเนื่องมาจาก....

สภาพทางภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น

การเมือง-การปกครอง  ทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง

ภาคการศึกษาทั้งระบบ

สภาพสังคมและกลไกตลาด

รวมถึงทัศนคติและสามัญสำนึกของผู้คนในท้องถิ่นด้วย

กล่าวโดยสรุป

สิ่งที่พวกเราทุกคนเห็นตรงกันมากที่สุดในเรื่องของสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์พัฒนาในทุกด้านก็คือ...

"ทัศนคติ ความเชื่อ และสามัญสำนึกในด้านลบ"

ของคนส่วนใหญ่ในท้องถิ่นของเราเอง

ที่ยังลุ่มหลงและวนเวียนอยู่กับวังวนของ..

1. อบายมุข  โดยเฉพาะเหล้า-เบียร์ และการพนัน

2. ความเกียจคร้าน  (อันเป็นผลพวงสืบเนื่องมาจากข้อ 1. ส่วนหนึ่ง)

3. ความอ่อนแอทางความคิด  (มักรอรับความช่วยเหลือมากกว่าการพึ่งตนเอง)

ฯลฯ

ซึ่งเราเห็นตรงกันอีกว่า

สิ่งดังกล่าวเหล่านี้  แก้ไขได้  แต่คงต้องค่อยเป็นค่อยไป

โดยต้องอาศัย การศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญ

แต่ต้องเป็นการศึกษาเพื่อ การพึ่งตนเอง

มิใช่การศึกษา เพื่อการพึ่งพาผู้อื่น

อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

ดังนั้น

บทบาทของโรงเรียนจึงต้องเปลี่ยนไป

จากการสอนหนังสือ  สอนความรู้

มาเป็นสอน "วิชาชีวิต" เป็นสำคัญ

**************