ผมเข้ารับรางวัลครูดีในดวงใจระดับสพฐ.....ด้วยหัวใจ..ที่หดหู่..เศร้าซึม.. กับความสูญเสียของลูกสาวที่ผมรัก. น้องจิ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ ผมกลับจากงานศพพี่สาวครูในโรงเรียนบางลี่วิทยา กลับมาถึงบ้าน ภรรยาบอกว่าน้องจิโทรมาบอกว่า...น้องกรกนก กาญจนสุพรรณ น้องสาวที่เรียน ม.๕/๓ โรงเรียนบางลี่วิทยาเป็นเด็กดี ขยัน นิสัยเรียบร้อย เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ที่พ่อประวัตน์ กาญจนสุพรรณ เป็นผู้ขับไปชนท้ายรถขยะที่เป็นรถพ่วง ในท้องที่จังหวัดปทุมธานี ส่วนตัวพ่อประวัตน์ หมอบอกโอกาสรอดชีวิตเหลือน้อยแต่ก็จะพยายามช่วยเต็มที่ คืนวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๑ ผมไปร่วมพิธีสวดศพ กรกนก ไปช่วยน้องจิรับแขก เพราะแม่ของน้องจิต้องไปจัดการเรื่องการรักษาพ่อของน้องจิ ที่โรงพยาบาลจังหวัดปทุมธานี เช้ามืดวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๑ ผมต้องเดินทางไปสัมมนา ครูดีในดวงทั่วประเทศ ๑๗๙ คนที่จะรับรางวัลในวันครูที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๑ กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สถานที่สัมมนาคือโรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สัมมนาวันที่ ๑๓-๑๕ ส่วนวันที่ ๑๖ เดินทางไปรับรางวัลที่หอประชุมคุรุสภา เช้าวันนั้นผมได้ไปรายงานตัวที่โรงแรม พอถึงโรงแรมได้ไม่นาน หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศน์ หรือหัวหน้าลำดวนที่ผมเรียก ก็โทรมาถามข่าวเพราะท่านอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐผมก็เล่าไปตามที่ทราบ ตอนนั้นคุณพ่อของน้องจิยังไม่เสียชีวิต หมอกำลังผ่าตัดสมอง พอผมได้ข่าวจากหัวหน้าลำดวนก็ไปคว้าหนังสือพิมพ์ที่โรงแรมมาอ่าน ก็ได้ข้อมูลตรงกับที่น้องจิเล่าให้ฟัง และในคืนนั้นผมก็ได้ข่าวว่าพ่อของน้องจิถึงแก่กรรมอีกคน และจะนำศพมาตั้งรวมกันที่วัดรางกร่าง ตำบลศรีสำราญ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้านน้องจิ พอผมทราบข่าวก็ส่งข้อความแสดงความห่วงใย และปลอบใจให้เข้มแข็ง เพราะผมต้องสัมมนาอยู่อีกหลายวัน กว่าจะกลับก็วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๑ ทราบว่าทางเจ้าภาพซึ่งเป็นญาติๆตกลงจะเผาศพในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๑ โดยเผาศพน้อง กรกนก ในตอน ๙ โมงเช้า แล้วเผาศพพ่อประวัตน์ ราวๆบ่ายสามโมงครึ่ง ญาติๆต้องการให้น้องจิแสดงแสดงอีแซวให้พ่อดู เป็นเกียรติแก่ศพเป็นครั้งสุดท้าย ผมกับน้องจิจะต้องเป็นคนแต่งเนื้อร้องไว้อาลัย และเรียบเรียงประวัติทั้งสองคน ผมโทรสั่งให้ภรรยานำพวงหรีดดอกไม้สดและพวงหรีดผ้า พวงหนึ่งเป็นของผมกับภรรยา อีกพวงเป็นของคณะเพลงอีแซว ไปวางในงานแทนผมและคณะเพลงอีแซว ตลอดเวลาที่ผมร่วมสัมมนา จิตใจของผมก็คิดถึงน้องจิ ลูกศิษย์ที่ผมรักเหมือนลูกสาว ด้วยความสงสาร และเห็นใจ ก็ได้แต่โทรศัพท์ปลอบใจ จิตใจผมห่อเหี่ยว ทั้งๆที่ควรจะดีใจที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ และอยากกลับบ้านไปช่วยลูกสาวของผมทำงานอะไรก็ได้ที่จะช่วยเธอให้มากที่สุด น้องจิเคยเล่าเรื่องงานที่พ่อทำให้ฟังว่าต้องขับรถขึ้นๆล่องๆส่งสินค้า ผมยังแอบนึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์อันสุดแสนสะเทือนใจจะเกิดขึ้น ผมบอกน้องจิว่า...ถึงแม้น้องจิจะไม่มีพ่อประวัตน์แล้ว. แต่ครูพิสูจน์ จะขอเป็นพ่อที่จะให้กำลังใจน้องจิและคอยช่วยเหลือน้องจิตลอดไป และยังมีพ่อประจักษ์ ปานอินทร์ที่คืนวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๑ ท่านก็ได้มาเป็นเจ้าภาพฟังสวดพระอภิธรรม ส่วนคุณแม่ลำดวน ก็บอกว่าจะมาร่วมงานฌาปนกิจศพ นี่แสดงว่าน้องจิเป็นที่รัก ที่เมตตาของผู้ใหญ่หลายท่านทีเดียว ผมขอขอบพระคุณแทนน้องจิด้วย ครับ
ขอแสดงความเสียใจกับหลานจิด้วยคนค่ะ
เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ถึงแม้จะทดแทนคุณพ่อและน้องไม่ได้ แต่หลานจิก็จะพบว่ามีีคุณพ่อ(พิสูจน์)และครอบครัวใหม่ที่รักและห่วงใยหลานมาทดแทน
ขอส่งกำลังใจและความเข้มแข็งในกับหลานจิและคุณแม่ค่ะ
สวัสดีเจ้าค่ะ ครูพิสูจน์
ถ้าไม่มีครู หนูคงจะแย่มากกว่านี้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ที่คอยให้กำลังใจและคอยช่วยเหลือหนูและครอบครัวมาโดยตลอดระยะเวลางาน......รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ------------> น้องจิ ^_^
ขอแสดงความเสียใจกับน้องจิด้วยครับ ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป และขอแสดงความยินดีกับคุณครูสำหรับรางวัลอันทรงเกียรติ
ในเวลาของชีวิตเป็นสัจธรรมนะครับ มีเรื่องดีใจ มีเรื่องเสียใจ อยู่ที่เราจะทำใจได้แค่ไหน หากคิดว่า เป็นเช่นนั้นเอง ก็คงสบายใจ เบาใจไปได้บ้าง
แต่กระนั้นเอง เราก็มนุษย์ผู้ฝึกฝน ย่อมรู้สึกรู้สากับเหตุการณ์รอบตัว
ผมขอให้กำลังใจคนดี ทั้งคุณครูพิสูจน์ และ น้องจิ สาวน้อยคนเก่ง ให้มีกำลังใจในการเดินทางต่อไปครับ
-----
ปาย-แม่ฮ่องสอน