ปัจจุบันผมเป็นผู้ตัดสินกีฬาซอฟท์บอลระดับนานาชาติ (I.S.F.UMPIRE) ได้เข้าร่วมการตัดสินกีฬาซอฟท์บอลระดับนานาชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแล้วหลายครั้ง วันนี้ผมจะขอเขียนถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมได้เป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติ ดังนี้
ผมเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ พ่อ-แม่รับราชการทหารอยู่ในค่ายจิรประวัติ มีพี่ 4 คน ส่วนผมเป็นคนสุดท้อง ตอนเป็นเด็กเวลาผมเล่นอยู่กับพี่ๆ ผมมักมีอาการเป็นลมแดดอยู่เสมอ พ่อ-แม่บอกผมว่าต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วร่างกายก็จะแข็งแรงมากขึ้น ผมจึงปฏิบัติตามคำแนะนำ ชอบเล่นกีฬาทุกชนิด โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล
ครั้งหนึ่งตอนที่ผมเรียนอยู่ที่โรงเรียนเขากบ (วิวรณ์สุขวิทยา) ชั้น ป. 6 - 7 ผมได้รับการคัดเลือกเป็นนักกีฬาฟุตบอลตัวแทนโรงเรียนเข้าแข่งขันกีฬานักเรียนของจังหวัดนครสวรรค์ด้วย
ต่อมาเข้ามาเรียนที่โรงเรียนนครสวรรค์ (ม.ศ. 1 - 3) ก็ยังคงชอบเล่นกีฬาอยู่ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลกับวอลเลย์บอล ตอนเรียนชั้น ม.ศ. 2.1 ผมได้เรียนกีฬาวอลเลย์บอล และอาจารย์ได้จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลภายในระหว่างห้องระดับชั้น ม.ศ. 2 ขึ้น การแข่งขันสนุกมาก ห้องของผมอาจจะไม่เก่งที่สุด แต่เนื่องจากมีทีมเวิร์คที่ดี ในที่สุดทีมของห้องผมฝ่าฟันเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยเข้าชิงชนะเลิศกับทีมห้อง ม.ศ. 2.3 โดยส่วนรวมแล้วห้อง ม.ศ. 2.3 มีทักษะที่ดีกว่า แต่ทีมของห้องผมก็สามารถเอาชนะได้ โดยแข่งขันกันถึง 5 เซ็ต ทีมของห้องผมชนะ 3 : 2 เซ็ต ได้รับรางวัลชนะเลิศ และที่สำคัญก็คือ ผมทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม ได้ช่วยกันวางแผนกับเพื่อนๆ จนแข่งขันชนะต่อทีมที่มีทักษะดีกว่าได้ นี่คือความประทับใจครั้งแรก
ต่อมาระหว่างเรียนอยู่ในระดับชั้น ม.ศ. 4 ผมได้เรียนกีฬาแฮนด์บอลกับท่านอาจารย์นิพันธ์ พิมมล ก็ได้การจัดการแข่งขันกีฬาแฮนด์บอลภายในระหว่างห้องของระดับชั้น ม.ศ. 4 อีก ในครั้งนี้ห้องของผม (ม.ศ. 4.3) ได้เข้าชิงอันดับที่ 3 แต่ได้อันดับที่ 4 ครับ
ในขณะเรียนอยู่ในชั้น ม.ศ. 5 ผมจึงได้รู้จักกับกีฬาซอฟท์บอลเป็นครั้งแรก โดยท่านอาจารย์นิพันธ์ ได้นำกีฬาซอฟท์บอลนี้มาสอนครับ เป็นการเรียนรู้กีฬาประเภทนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มรู้จักกับกีฬาซอฟท์บอลครับ
และเมื่อผมสอบเอ็นทรานซ์ได้ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา แล้ว ผมอยากเป็นนักกีฬาตัวแทนของมหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากไปคัดเลือกกีฬาประเภทอื่นๆ แล้วทักษะของผมสู้คนอื่นไม่ได้ ผมจึงมาฝึกเล่นกีฬาซอฟท์บอลอย่างจริงจัง จนได้เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย (กีฬานี้ไม่ค่อยมีคนรู้จักและไม่ค่อยมีคนสนใจเล่นครับ) เข้าแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย 3 ปีซ้อนขณะเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 - 4 (พ.ศ. 2523 - 2525) ได้อันดับที่ดีที่สุด คือ อันดับที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2524 ครับ
จากนักกีฬาตัวแทนมหาวิทยาลัย ก็เริ่มเข้าสู่วงการการเป็นผู้ตัดสินครับ แล้วผมจะเขียนเล่าให้ฟังต่อในตอนต่อๆ ไปนะครับ เพราะว่าในวันนี้ผมเริ่มง่วงแล้วนะครับ
แรงบันดาลใจของผมก็คือ ความประทับใจในการได้เข้าแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลระหว่างห้องเรียน และได้รับรางวัลชนะเลิศ มันเป็นความทรงจำที่ดี เพราะกว่าจะได้รางวัลชนะเลิศนั้นในห้องของเราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันที่ดี มีการวางแผนที่ดี แต่ถึงแม้ว่าทีมของห้องเราจะไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศก็ตาม ผมก็คิดว่ามันก็คงจะเป็นความทรงจำที่ดีเช่นกัน ดังนั้นเมื่อผมจบการศึกษาออกมาและได้มาเป็นครูสอนวิชาพลศึกษาแล้ว เมื่อผมสอนกีฬาใดแก่นักเรียนก็ตาม ผมก็จะจัดการแข่งขันกีฬาภายในระหว่างห้องเรียนเสมอ เพื่อให้นักเรียนในแต่ละห้องได้ฝึกการทำงานร่วมกัน บางโอกาสนักเรียนสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินได้ด้วย เช่น ผมจัดการแข่งขันกีฬาแบดมินตัน นักเรียนก็สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินได้เป็นอย่างดี หรือเมื่อผมจัดการแข่งขันกีฬาแฮนด์บอล นักเรียนก็สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินร่วมกันกับผมได้ นั่นคือการให้ประสบการณ์ที่ดีต่อนักเรียน และผมคิดว่าสักวันหนึ่งนักเรียนที่ผมสอนเขาไป เขาอาจจะก้าวไปถึงการเป็นผู้ตัดสินในระดับสูงขึ้น หรือในระดับนานาชาติต่อไปได้ตามทักษะกีฬาที่เขามีความถนัด หรือเขาอาจจะนำเอาประสบการณ์จากการแข่งขันไปใช้ในการทำงานร่วมกับบุคคลอื่นต่อไปได้ครับ
ขอยุติเส้นทางฯ ตอนที่ 1 ไว้แค่นี้ ไปนอนก่อนนะครับ
ความทรงจำที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องได้มาจากเหตุการณ์หรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เสมอไป หลายครั้งแรงบันดาลใจมักมาจากชัยชนะเล็กๆ ยิ่งถ้ามีแรงแห่งความมุ่งม้่ั่นเติมเข้าไปอีก ผลที่ได้ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จในระดับใดก็ตามย่อมงดงามอยู่ในใจของผู้ได้รับรางวัลเสมอ
ขอชื่นชมกับวิธีการสอนที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วม ทำให้นักเรียนได้พัฒนาจากผู้เล่นเป็นผู้ตัดสิน เชื่อว่าตัวนักเรียนจะขยายผลวิธีการสอนของอาจารย์ต่อๆไปอย่างแน่นอน ในช่วงวัยรุ่นการได้แสดงออกทั้งด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา เป็นความทรงจำที่ดีเสมอ แม้มิได้เป็นผู้แข่งขันเองแต่ขอให้ได้มีส่วนร่วม ไม่ว่ามากหรือน้อย ถ้าห้องของตนชนะก็จะจดจำไม่รู้ลืม การแข่งขันระหว่างห้องเรียนไม่เพียงสร้างความสามัคคีคีในห้องเรียนเท่านั้นแต่จะช่วยสร้างสัมพันธภาพในรุ่นของตนเองอีกด้วย สังเกตจากการแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด เด็กๆ จะชอบการแข่งขันระหว่า่งห้องมาก กิจกรรมเหล่านี้สร้างสรรค์และลดการทะเลาะวิวาททั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาอีกด้วย
ดูแต่เรื่องของอาจารย์ซิไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร อาจารย์ยังจำห้องที่แข่งกับอาจารย์ได้เลย