ตอนแรก กดอ่านได้ที่นี้ จดหมายแด่เธอ..
ตอนที่สี่...กดอ่านได้ที่นี้จดหมาย แด่เธอฉบับที่สี่
ต่อ ฉบับที่ห้า
ฉบับที่ห้า ..การเกรงกลัวอัลลอฮฺ
น้องสาวที่รัก..อัลลอฮฺได้กล่าวในอัลกุรอานว่า
وَاتَّقِينَ اللَّهَ إِنَّ اللَّهَ كَانَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ شَهِيدًا
หมายความว่า..พวกนางจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ35 แท้จริง อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นพยานต่อทุกสิ่ง36
น้องสาวที่รัก..จงรับคำบัญชาเถิด หากเธอรู้สึกและรู้จักความยิ่งใหญ่ของผู้สร้างที่เธอได้ใส่ไว้ในหัวใจของเธอจนล้นพ้นมาสู่อวัยวะต่างๆของเธอ
น้องสาวที่รัก..ด้วยความศรัทธาเท่าที่มีอยู่ในหัวใจของเธอนั้นจะแสดงออกมาบนตัวเธอตามกริยาท่าทางของเธอ และตามที่เธอได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของศาสนาและคำบัญชาของพระเจ้า
น้องสาวที่รัก..บางทีเพราะการที่เธอต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของอิสลามนั้นเธออาจจะมีความรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่คนเดียวและต้องอยู่ในกรอบไม่มีความอิสระที่จะกระทำสิ่งต่างๆซึ่งจะกระทบต่อสิทธิของแต่ละบุคคล
น้องสาวที่รัก..การที่เธอไปนั่งเล่นอยู่คนเดียวในสวนหน้ามหาวิทยาลัยโดยไม่มีความจำเป็นใดๆนั้น พวกเราเห็นว่าการยืนนั่งเล่นรออยู่คนเดียวของเธอนั้นเป็นการนั่งรอที่ชูบฮัต(คลุมเครือซึ่งสามารถตีความออกเป็นสองด้าน) ดังนั้นเราว่าไม่เหมาะสมกับเธอการที่เธอจะไปอยู่ตรงนั้น เราขอแนะนำเธอ
น้องสาวที่รัก..หากเธอเดินหรือนั่งในห้องเรียนหรือในห้องสมุดกับเพื่อนชายร่วมชั้นด้วยกัน เราจะจดจำการกระทำของเธอครั้งนี้และเราไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีกดังนั้นเราขอเตือนและห้ามเธอในครั้งนี้ด้วย
น้องสาวที่รัก..หากเธอได้ออกจากมัสยิดแล้ว เธอยังอยู่เหมือนเดิม เธอไม่อายใครเลยที่จะทำสิ่งชั่วร้าย แต่เราจำเป็นจะต้องลดสายตาลงด้วยความอายต่อการกระทำของเธอ หรือจำเป็นจะต้องห้ามและนาซีฮัตเธอด้วยความสงสารเธอ และอีกด้านหนึ่งด้วยเพราะหน้าที่เราที่จะต้องชักชวนในการทำความดีและห้ามปรามการทำความชั่ว
น้องสาวที่รัก..เธอตอนนี้อยู่ระหว่างการที่จะเป็นมุสลีมะที่อยู่ในกรอบศาสนาหรือจะเป็นวัยสาวที่อิสระที่ลอยตัวไม่มีจุดยืนที่แน่นอน บางทีเธอจะรับสิ่งที่มาจากศาสนาโดยเฉพาะด้านกริยามารยาทและการอบรมที่ดี บางที่เธอรู้สึกหนักต่อการอยู่ในกรอบทำให้เธอไม่สามารถสอบถามเรื่องศาสนา และต่อการที่ถูกห้ามในการมีเพื่อนชายและแต่งหน้าเสริมสวยใส่น้ำหอม แต่งหน้า และไม่ปิดเอาเราะฮฺ
น้องสาวที่รัก..ใช่..เธอมีสิทธิที่จะรับหรือไม่รับ ตราบใดสิ่งที่เราเรียกร้องจากเธอนั้นไม่มีเหตุผลและหลักฐานที่แท้จริง แต่เธอจะคิดอย่างไรถ้าสิ่งนั้นมาจากคำบัญชาของพระเจ้าที่ได้บัญชาสั่งศาสนาฑูตของพระองค์ให้บอกแก่เธอดังในอายัตนี้
يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ قُل لِّأَزْوَاجِكَ وَبَنَاتِكَ وَنِسَاء الْمُؤْمِنِينَ يُدْنِينَ عَلَيْهِنَّ مِن جَلَابِيبِهِنَّ ذَلِكَ أَدْنَى أَن يُعْرَفْنَ فَلَا يُؤْذَيْنَ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَّحِيمًا
หมายความว่า..โอ้ นะบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้าและบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของผู้ศรัทธา ให้พวกเขาดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนางนั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อพวกนางจะไม่ถูกรบกวนและอัลลอฮฺทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรงเมตตาเสมอ37
และอีกอายัตหนึ่ง
وَقَرْنَ فِي بُيُوتِكُنَّ وَلَا تَبَرَّجْنَ تَبَرُّجَ الْجَاهِلِيَّةِ الْأُولَى وَأَقِمْنَ الصَّلَاةَ وَآتِينَ الزَّكَاةَ وَأَطِعْنَ اللَّهَ وَرَسُولَهُ
หมายความว่า..และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเธอ และอย่าโอ้อวดความงาม(ของพวกเธอ)เช่นการอวดงาม(ของพวกสตรี)แห่งสมัยงมงายในยุคก่อน38 และจงดำรงการละหมาดและจ่ายซะกาต และจงภักดีต่ออัลลอฮฺและรอซูล ของพระองค์39
น้องสาวที่รัก..เธอคิดว่าเธอยังมีทางเลือกอีกหรือ? เธอจะเลือกเอาสิ่งที่ถูกใจและจะทิ้งสิ่งที่เธอไม่ถูกใจกระนั้นหรือ? น้องสาวที่รัก..นี่เป็นการบ่งบอกถึงอีมานการศรัทธาของเธอที่ย่ำแย่ที่สุด
อัลลอฮฺได้บอกยุดยืนของมุสลิมต่อคำบัญชาของพระองค์ว่า
وَمَا كَانَ لِمُؤْمِنٍ وَلَا مُؤْمِنَةٍ إِذَا قَضَى اللَّهُ وَرَسُولُهُ أَمْرًا أَن يَكُونَ لَهُمُ الْخِيَرَةُ مِنْ أَمْرِهِمْ
หมายความว่า..ไม่บังควรแก่ผู้ศรัทธาชายและหญิงเมื่ออัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ได้กำหนดกิจการใดแล้ว40 สำหรับเขาไม่มีทางในเรื่องของพวกเขา41
น้องสาวที่รัก..พวกเราไม่เบื่อในการนาซีฮัตเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะพวกเราเชื่อมั่นในการศรัทธาของเธอ เราต้องการกู้อีมานอันร้อนแรงของเธอที่หายไปกลับคืนมาอีกครั้งเพราะเธอกำลังใช้ชีวิตถ้ำกลางยุคสมัยของความงมงายและหลงใหล และในมหาวิทยาลัยนั้นเต็มไปด้วยประตูแนวทางที่จะนำเธอสู่การเป็นผู้ปฏิเสธ และธรรมชาติของศาสนาคือจะมีผู้ที่พยามยามยึดมั่นให้อยู่ในแนวทางของศาสนาและผู้ที่ทิ้งศาสนา หรือเป็นผู้ปฏิเสธ
น้องสาวที่รัก..ในเมื่อเธอมีอีมานที่เต็มหัวใจของเธอนั้นไม่สมควรที่เธอจะเป็นตัวปัญหาในการทำสงครามทางความคิด
وَكَذَلِكَ جَعَلْنَا لِكُلِّ نِبِيٍّ عَدُوًّا شَيَاطِينَ الإِنسِ وَالْجِنِّ يُوحِي بَعْضُهُمْ إِلَى بَعْضٍ زُخْرُفَ الْقَوْلِ غُرُورًا
หมายความว่า.. และในทำนองนั้นแหละเราได้ให้ศัตรูขึ้นแก่นบีทุกคน42 คือบรรดาซัยตอน มนุษย์และยินโดยที่บางส่วนของพวกเขาจะกระซิบกระซาบแก่อีกบางส่วน43 ซึ่งคำพูดที่ตกแต่งเป็นการหลอกลวง44
น้องสาวที่รัก..จงอย่าตำหนิความสนใจและความพยายามของเธอในการค้นหาคำพูดของนักวิชาการจากทุกมุมโลกเพราะนี่เป็นเกราะกำบังที่ปกป้องเธอในการทำความดีอย่างถูกต้อง
น้องสาวที่รัก..เราได้พยายามจับลำดับความสำคัญในการตักเตือนในครั้งนี้ บางครั้งเรานำคำพูดของนายฟิกเตอร์มาอ้าง บางครั้งนำคำพูดของนายโฆลเลียม บางครั้งของนายโฮโม เพราะนี่เป็นการปลอบใจของผู้ที่อีมานอ่อนซึ่งพวกต้องการคำพูดของคนเหล่านี้มากกว่าคำพูดของเจ้าแห่งจักรวาลทั้งมวล
وَإِذَا ذُكِرَ اللَّهُ وَحْدَهُ اشْمَأَزَّتْ قُلُوبُ الَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِالْآخِرَةِ وَإِذَا ذُكِرَ الَّذِينَ مِن دُونِهِ إِذَا هُمْ يَسْتَبْشِرُونَ
หมายความว่า..และเมื่อ(พระนาม)อัลลอฮฺถูกกล่าวเพียงพระองค์เดียว จิตใจของบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮฺก็รังเกียจ45 แต่เมื่อบรรดาเจว็ดถูกกล่าวนอกจากพระองค์ เมื่อนั้นพวกเขาก็ดีใจ 46,47,
น้องสาวที่รัก..จงอย่าเป็นกลุ่มดังกล่าวและจงเป็นกลุ่มต่อไปนี้
إِنَّمَا كَانَ قَوْلَ الْمُؤْمِنِينَ إِذَا دُعُوا إِلَى اللَّهِ وَرَسُولِهِ لِيَحْكُمَ بَيْنَهُمْ أَن يَقُولُوا سَمِعْنَا وَأَطَعْنَا وَأُوْلَئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ
หมายความว่า...แท้จริงคำกล่าวของบรรดาผู้ศรัทธา เมื่อพวกเขาถูกเรียกร้องไปสู่อัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์เพื่อตัดสินระหว่างพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า เราได้ยินแล้ว และเราเชื่อฟังปฏิบัติตาม48 และชนเหล่านี้พวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ49
-------------------------------------------------------------------
35.ทั้งในที่ลับและในที่เปิดเผย
36.ซูเราะฮฺ อัลอะซาบ อายะที่ ๕๕
37.ซูเราะฮฺ อัลอะซาบ อายะฮฺที่ ๕๙
38.โดยที่สตรีในยุคญาฮีลียะฮฺได้ออกไปนอกบ้านเพื่ออวดความงามของพวกเธอ เปิดเผยส่วนที่ไม่ควรจะเปิดเผย
39. ซูเราะฮฺ อัลอะซาบ อายะฮฺที่ ๓๓
40.คือเมื่ออัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ใช้ให้กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด
41. ซูเราะ อัล อะซาบ อายะที่๓๖
42. คือตามกฎสภวการณ์นั้นผู้ที่ไม่ใช้สติปัญญาย่อมเป็นศัตรูต่อความจริง และสิ่งที่ท่านนบีทุกท่านนำมานั้นเป็นความจริงทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ที่มีสภาพดังกล่าวเป็นศัตรูต่อนบี
43. คือบางส่วนของซัยตอนที่เป็นญินนั้นกระซิบแก่ซัยตอนที่เป็นมนุษย์
44.ซูเราะ อัล อันอาม อายะที่๑๑๒
45. จิตใจหดหู่เพราะความรังเกียจ เมื่อมีการกล่าวถึงอัลลอฮฺ
46.อันนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความโง่เง่า
47.ซูเราะ อัรซูมัร อายะฮฺที่ ๔๕
48.พวกเขาจะปฎิบัติตามอย่างรีบเร่ง
49.ซูเราะ อันนูร อายะฮฺที่ ๕๑
ปิดท้ายด้วย.....
<div align="center">
น้องสาวที่รัก…สุดท้ายนี้ผมขอดูอาให้อัลลอฮฺจงนำทางพวกเธอไปสู่แนวทางที่ดีโดยการยอมรับกฎและบทบัญญัติของอิสลามพร้อมปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจที่เต็มไปด้วยอีมานและความเกรงกลัว อามีน</div>
</span></span><p> </p></span>
ได้อ่านข้อความข้างต้น มีความรู้สึกว่าเป็นศาสนาที่ละเอียดอ่อนมากนะคะ
เหมือนกับเป็นการระวังความปลอดภัยให้ผู้หญิงและสอนให้ผู้หญิงเป็นกุลสตรี
ความรู้สึกเหมือนเข้าถึงธรรมชาติและวิถีการดำเนินชีวิตของคนมากๆ
อีมาน แปลว่าอะไรคะ ดูอา แปลว่าอะไรคะ
ถุกต้องค่ะ ศาสนาอิสลามสอนด้วยวิธีอย่างอ่อนโยน สันติ
สำหรับคำว่าอีมาน إيمان - อีมาน คือ ความเชื่อ ความศรัทธา อย่างไรก็ตามในอิสลามความศรัทธาจะต้องควบคู่กับการปฏิบัติ ยิ่งปฏิบัติคุณความดีมากขึ้นศรัทธาก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น
تقوى - ตักวา คือ ความยำเกรง หรือความเกรงกลัวต่อพระผู้เป็นเจ้า ตักวาเป็นคุณธรรมประการหนึ่งของผู้นับถือศาสนาอิสลาม
และ คำว่าดุอาร์ หมายถึง การขอพรต่อพระองค์อัลลอฮฺซุบฮานาฮุวาตะอาลา(พระเจ้า)
หรือศัพย์อื่น ลองเข้าไปตามลิงค์ได้น่ะค่ะ
http://www.annisaa.com/index.php?option=com_content&task=view&id=22&Itemid=32
หรือถ้าสนใจอะไรยินดีแนะนำค่ะ
หรือมีอะไรสงสัยก็เขียนข้อความส่งมาหลังไมค์ได้น่ะค่ะ.
อิสลามมีอะไรที่น่าค้นหามีอีกมากมายค่ะ
หรือถ้าไง ลองเข้าเวปอันนิสา http://www.annisaa.com/
หรือ www.iqraonline.org
น่าจะเอาไฟล์มาขึ้นนะครับ
น่าสนใจ มากขึ้น