ฉบับที่สาม..ฮียาบ(การปกปิดเอาเราะฮฺ)
น้องสาวที่รัก....อัลลอฮฺซุบฮานาฮูวาตาอาลาได้กล่าวในกุรอานว่า..
أَلَمْ يَأْنِ لِلَّذِينَ آمَنُوا أَن تَخْشَعَ قُلُوبُهُمْ لِذِكْرِ اللَّهِ وَمَا نَزَلَ مِنَ الْحَقِّ وَلَا يَكُونُوا كَالَّذِينَ أُوتُوا الْكِتَابَ مِن قَبْلُ فَطَالَ عَلَيْهِمُ الْأَمَدُ فَقَسَتْ قُلُوبُهُمْ وَكَثِيرٌ مِّنْهُمْ فَاسِقُونَ
หมายความว่า..ยังไม่ถึงเวลาอีกหรือสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาที่หัวใจของพวกเขาจะน้อบน้อมตอการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และสิ่งที่ได้ลงมาคือความจริง และพวกเขาอย่าได้เป็นเช่นบรรดาผู้ที่รับคัมภีร์มาแต่ก่อนนี้ แล้วช่วงเวลาได้เนิ่นนานเกินไปแก่พวกเขา ดังนั้นจิตใจของพวกเขาจึงแข็งกระด้างและส่วนมากพวกของเขาจึงเป็นผู้ฝ่าฝืน 8
يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ قُل لِّأَزْوَاجِكَ وَبَنَاتِكَ وَنِسَاء الْمُؤْمِنِينَ يُدْنِينَ عَلَيْهِنَّ مِن جَلَابِيبِهِنَّ ذَلِكَ أَدْنَى أَن يُعْرَفْنَ فَلَا يُؤْذَيْنَ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَّحِيمًا
หมายความว่า..โอ้ นะบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้าและบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของผู้ศรัทธา ให้พวกเขาดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง9 นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อพวกนางจะไม่ถูกรบกวน 10 และอัลลอฮฺทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรงเมตตาเสมอ 11
وَقُل لِّلْمُؤْمِنَاتِ يَغْضُضْنَ مِنْ أَبْصَارِهِنَّ وَيَحْفَظْنَ فُرُوجَهُنَّ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا مَا ظَهَرَ مِنْهَا وَلْيَضْرِبْنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَى جُيُوبِهِنَّ وَلَا يُبْدِينَ زِينَتَهُنَّ إِلَّا لِبُعُولَتِهِنَّ أَوْ آبَائِهِنَّ أَوْ آبَاء بُعُولَتِهِنَّ أَوْ أَبْنَائِهِنَّ أَوْ أَبْنَاء بُعُولَتِهِنَّ أَوْ إِخْوَانِهِنَّ أَوْ بَنِي إِخْوَانِهِنَّ أَوْ بَنِي أَخَوَاتِهِنَّ أَوْ نِسَائِهِنَّ أَوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَانُهُنَّ أَوِ التَّابِعِينَ غَيْرِ أُوْلِي الْإِرْبَةِ مِنَ الرِّجَالِ أَوِ الطِّفْلِ الَّذِينَ لَمْ يَظْهَرُوا عَلَى عَوْرَاتِ النِّسَاء وَلَا يَضْرِبْنَ بِأَرْجُلِهِنَّ لِيُعْلَمَ مَا يُخْفِينَ مِن زِينَتِهِنَّ وَتُوبُوا إِلَى اللَّهِ جَمِيعًا أَيُّهَا الْمُؤْمِنُونَ لَعَلَّكُمْ تُفْلِحُونَ
หมายความว่า...และจงกล่าวเถิด(มูฮัมมัด)แก่บรรดามุอฺมีนะฮฺให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่สิ่งที่เปิดเผยได้12 และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอหรือบิดาของพวกเธอหรือบิดาของสามีของพวกเธอหรือลูกชายของพวกเธอหรือลูกชายของสามีของพวกเธอหรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอหรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอหรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอหรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ(ที่เป็นมุสลีมะฮฺ)หรือทาสและทาสี(ที่เป็นมุชริกะฮฺ)หรือคนใช้ที่ไม่ความรู้สึกทางเพศหรือเด็กที่ยังไม่รูเรื่องเพศและอย่าให้เธอกระทืบเท้าเพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งทีพวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ และพวกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแกโทษต่ออัลลอฮฺเถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ 13
น้องสาวมุสลีมะฮฺที่รัก...จงรับสิ่งเหล่านี้เถิด..
หากเธอเชื่อมั่นว่าอัลลอฮฺเป็นพระเจ้า และนบีมูฮัมมัดเป็นรอซูลของพระองค์
หากเธอยอมรับว่ากุรอานเป็นรัฐธรรมนูญและแนวทางในการดำเนินชีวิต
หากเธอมีรอซูลเป็นแบบอย่างที่ดี
น้องสาวทีรัก...การศรัทธา ณ ที่นี้หมายถึงการเชื่อมั่นที่แท้จริง การเชื่อมั่นที่บริสุทธิใจ ไม่ใช่การเชื่อมั่นแบบลอยๆ หรือการการเชื่อมั่นตามอารมณ์ หรือศรัทธาแบบประสงค์ร้าย และการงานที่ขัดกับหลักการศาสนา
การศรัทธาที่แท้จริงนั้นตามที่ท่านนบีได้กำหนดไว้คือไม่ใช่การหวัง แต่เป็นการศรัทธาที่ถูกปลูกฝังไว้ในจิตใจ และการงานที่จะเป็นพยานบอกถึงการศรัทธาของเขา
นี่คือการศรัทธาที่เต็มอยู่ในหัวใจ หากเธอเป็นมุมีนะฮฺที่แท้จริง แท้จริงมีบรรดาสตรีหลายท่านที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำที่พยายามสืบทอดการศรัทธาเหล่านี้มาสู่พวกชนรุ่นหลัง พวกเธอเหล่านั้นรู้อีมานที่แท้จริง ดังนั้นพวกเธอจึงปฏิบัติตามคำบัญชาของพระเจ้าด้วยความยินยอมและจำนง หลังจากนั้นพวกเธอจะปฏิบัติต่อหน้าที่ของพวกเธอที่มีต่อศาสนาโดยการเผยแพร่สัจธรรมด้วยวาจาและการกระทำ ส่วนหนึ่งในบรรดาของพวกเธอเป็นนักต่อสู้ บางคนเป็นอาลีมะฮฺ(นักวิชาการ) บางคนเป็นครู เป็นมูร็อบบีที่ดี บางท่านเป็นนักอีบาดะฮฺ บางท่านถือดาบสู้รบเพื่อศาสนา บางท่านท่องจำกุรอานหมดทั้งเล่ม บางท่านเป็นอาจารย์สอนฮาดิสแก่บรรดานักวิชาการชายมากมาย บางท่านสนับสนุนให้ลูกๆออกรบเพื่อจะได้รับการตายชาฮิดในหนทางของอัลลอฮฺ บางท่านเป็นผู้อบรมเป็นนักผลิตผู้ต่อสู้
ในเมื่อเราได้อ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับนักต่อสู้ทั้งหลาย เราหนีไม่พ้นบทบาทของบรรดาผู้ที่เป็นแม่ที่คอยให้การอบรมลูกๆให้อยู่ในกรอบอิสลาม
ไม่มีประวัติอิสลามในสมัยใดที่อิสลามถูกทดสอบโดยถูกทำร้ายจากศัตรูที่จ้องทำลายอิสลาม เราสามารถเห็นบรรดาสตรีทั้งหลายเล่นบทบาทสำคัญในการปกป้อง และผ่าอุปสรรค์ต่างๆมาด้วยดี
บัดนี้ น้องสาวมุสลีมะฮฺที่รัก..อิสลามได้เผชิญกับความคิดต่างๆที่พยายามจะทำลายรากฐานและลบล้างเกียรติของอิสลามให้หมดไปจากโลกนี้ มันเป็นความคิดทีชักชวนสู่การปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
เธอพอจะเห็นภาพของสิ่งเหล่านี้บ้างไหม? ที่เธอกำลังใช้ชีวิตอยู่ ณ ตอนนี้ นี่เป็นหน้าที่ของพวกเธอไม่แพ้ผู้ชายที่จะต้องปกป้องและต่อสู้ตามความสามารถของเธอที่มีอยู่
น้องสาวที่รัก..ผมคิดว่าเธอคงไม่รับรู้และไม่เอาใจใส่ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเธอ
ดังนั้น จงหยุดอ่านเสียและโปรดอย่าติดตาม เพราะจดหมายฉบับนี้ไม่ต้องการที่จะรบกวนความคิดและหน้าที่การงานของเธอ จดหมายฉบับนี้เจาะจงเฉพาะมุสลีมะฮฺที่เป็นมุมีนะฮฺที่มีวิสัยทรรศที่สูงและความหวังที่เข้มแข็ง
น้องสาวที่รัก...ถ้าเธอเป็นมุสลีมะฮฺที่เฉลียวฉลาด รู้จักหน้าที่อันแท้จริง และภักดีต่อพระเจ้าผู้สร้างเธอตลอด จงรับรู้เถิดว่าอิสลามต้องการจากเธออย่างเดียวเท่านั้นและเธอก็สามารถทำได้เลย อิสลามจะไม่บังคับเธอทำในสิ่งที่เกินความสามารถของเธอในการปฏิบัติ
น้องสาวที่รัก...ลำพังพลังตัวน้อยๆตัวเดียวของเธอนั้น เธอไม่สามารถทำทุกอย่างเหมือนผู้ชายในการต่อต้านหรือเผชิญหน้ากับมหาอำนาจสิ่งชั่วร้าย หรือต้านพวกไซตอนได้
แท้จริงอิสลามขอจากเธอให้เธอปฏิบัติตามอิสลามไม่ว่าด้านคำพูดหรือการกระทำ กริยามารยาท และทุกอริยะบทของเธอ ไม่ว่าตอนเช้าหรือตอนเย็น ให้เธอมีความอายติดตัวพร้อมใส่เสื้อยิลบาบ14 ตลอดเวลา หากเธอได้ทำสิ่งเหล่านี้แล้วแสดงว่าเธอได้เล่นบทบาทสำคัญและสมควรได้รับการยกย่องอย่างมีเกียรติ
น้องสาวที่รัก...มีอะไรหรือที่สกัดกั้นเธอไม่ให้เธอใส่เสื้อยิลบาบ? เพราะนี่เป็นการบอกว่าเธอมีศักศรี และเป็นการแสดงถึงความริสุทธิของเธอ
นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะบอกถึงความแตกต่างระหว่างสตรีมุสลีมะฮฺกับผู้หญิงที่ไม่ดี เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นที่เกลียดชังสำหรับผู้ปฎิเสธ
น้องสาวที่รัก..นี้เป็นสิ่งที่อัลลอฮฺทรงชอบและโปรดปราณ ดังนั้นเธอจงคิดให้ดีและกลับตัวให้เร็วที่สุด
น้องสาวที่รักครับ ...ใช่..อิสลามได้วางกฎและกรอบการงานต่างๆของเธอนั้นเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง และอิสลามได้เตรียมสวรรค์สำหรับเธอซึ่งมุสลิมทุกคนต่างก็ใฝ่ฝันที่จะเข้าไปพำนักอยู่ในนั้น ไม่ใช่มุสลิมเพียงอย่างเดียวที่ใฝ่ฝันจะเข้าสวรรค์แต่มนุษย์บนโลกนี้ทุกคน เมื่อถึงวันนั้นมาถึงใครจะได้เข้าสวรรค์หรือถูกลากเข้านรกเราไม่ทราบ แต่อัลลอฮฺได้เตรียมสวรรค์สำหรับเธอเพราะเธอได้ปฏิบัตตามคำบัญชาของพระองค์อัลลอฮฺ และเธอรักตัวสงวนตนและเธอก็รอดพ้นจากความชั่วของมารร้ายต่างๆได้
อิสลามได้วางกรอบเพื่อปกป้องเธอจากการมองของพวกมารร้าย พวกเขาชอบมองความสวยของเธอด้วยสายตาที่ต่ำต้อย ต้องการทำความชั่วกับเธอ
ชาวยุโรปท่านหนึ่งชื่อนายพอนโฮมัรกล่าวว่า..การที่อิสลามได้สั่งให้บรรดาสตรีใส่ฮียาบและห้ามบรรดาสตรีปะปนคลุกคลีกับผู้ชายที่สามารถแต่งงานได้นั้น ไม่ได้ความหมายว่าอิสลามไม่เชื่อบรรดาสตรี แต่นี่เป็นหนทางที่จะปกป้องรักษาพวกเขา อันที่จริงแล้วสถานภาพของบรรดาสตรีในอิสลามนั้นสูงส่ง 15
น้องสาวที่รัก...แท้จริงอิสลามได้วางกรอบนั้นเพื่อต้องการให้เธอสวยงามและปกปิดความสวยงามของเธอและปกปิดสิ่งที่อยู่ในตัวเธอซึ่งจะเป็นภัยนำสู่ตัวเธอได้ และที่อนุญาตมองเธอได้คือผู้ที่ต้องการเธอด้วยเกียรติ เขามาสู่ขอเธอดัวยหนทางที่อิสลามได้ยอมรับไว้ และเป็นที่รู้กันในหมู่มุสลิมทุกคน
น้องสาวที่รัก...แท้จริงการแสดงความสวยงามให้ผู้คนเห็นบนท้องถนนหนทาง หรือแสดงตามตลาดนัดหรือตามซูเปอร์มารเก็ตหรือในที่สาธารณชนต่างๆและชวนให้ผู้คนดมกลิ่นหอมจากการการที่เธอใส่น้ำหอมนั้น มันไม่ใช่ความสวยที่แท้จริง ความสวยของเธอนั้นจะไม่แสดงต่อคนแปลกหน้าและคนห่างไกล
แท้จริงสิ่งที่บรรดาสตรีควรสวมใส่เพื่อความสวยงามติดตัวตลอดคือความอาย ความมั่นคง เข้มแข็งในจุดยืน และรักตัวสงวนตน
มีชาวยุโรปอีกท่านหนึ่งชื่อนายพิกโตรแฮโจ16 กล่าวว่า..แท้จริงสตรีที่สวยที่สุดคือสตรีที่เราไม่รู้จักความสวยของเขา17
น้องสาวที่รัก..เธอเข้าใจไหม? จากคำพูดของเขานั้น เขาหมายถึงอะไร?
เขากำลังจะบอกว่า..ผู้หญิงที่ไม่สวยที่สุดหรือขี้เหร่ที่สุดคือผู้หญิงที่หลงตัวเอง หลงความสวยงามของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงได้กล่าวคำนี้
ดังนั้น น้องสาวที่รัก..เธอจงอย่าหลงตัวเอง และอย่าถูกหลอกด้วยความสวยงาม
น้องสาวที่รัก..อิสลามต้องการปกป้องเธอด้วยการให้เธอใส่ฮียาบที่ได้บัญญัติไว้ ดังที่อิสามต้องการปกป้องรักษาสังคมและมนุษย์ชาติ ดังนั้นบรรดานักวิชาการและนักพัฒนาสังคมได้แลเห็นว่า การที่สตรีเปลือยกายนั้นทำให้สังคมเสื่อมลงและตกต่ำดังที่เคยเกิดขึ้นกับสังคมกริก ยูนาน โรม เปอร์เซียและยุคฟาโรอียิปต์ และที่ไม่ไกลจากเราคือการเสื่อมเสียของสังคมมุสลิมที่อันดลุส สเปน
น้องสาวทีรัก..เธอเคยได้อ่านหรือได้ยินบ้างไหม? จักรพรรคเยอรมันชื่อโกลเยียม ได้มาเยือนประเทศตุรกี มีคนมากมายออกมาให้การต้อนรับเขา ในจำนวนผู้ที่มาต้อนรับมีบรรดาสตรีตุรกีที่มีการศึกษาประมาณสิบกว่าคน พวกหล่อนนั้นไม่ได้คลุมฮีญาบ และปล่อยผมยาวแถมยังเปิดอกและแขนเพื่อเป็นการต้อนรับจักรพรรคคนนี้ ในช่วงขณะที่เขามาเยี่ยมชมนั้นมีคนแนะนำว่านี่บรรดาสตรีตุรกีที่ได้รับการศึกษาสูง เขาได้มองเห็นแล้วเดินไปยังบรรดารัฐมนตรี หลังจากนั้นเขาหันไปยังเช็คอิสลามแล้วพูดว่า..จงรู้เถิดโอ้อุสตาซ..ผู้มีเกียรติ..งานนี้เป็นงานที่สูงส่ง แท้จริงการให้การอบรม การสอนแก่ลูกหลานหญิงชายแบบยุโรปนั้นไม่เหมาะสมกับหลักการอิสลามเลยซึ่งพวกเราได้รับความเจ็บปวดมากพอแล้วกับการอบรมแบบนี้ สิ่งนี้ไม่เหมาะกับมุสลิมเลย 18
น้องสาวที่รัก..เธอจะปล่อยให้อารมณ์ของเธอครอบงำและควบคุมสติปัญญาของเธอไปจนถึงเมื่อไร? เธอจะยอมให้ประเพณีนำเข้ามาบังคับศาสนาและสังคมเราไปถึงเมื่อไร? เมื่อไรเธอจะยอมรับบทบัญญัติของอัลลอฮฺและรอซูล?
ผมคิดว่าเธอกำลังเริ่มเสียคนซึ่งเธอไม่สามารถรับรองความปลอดภัยในอนาคต แท้จริงเธอจะไม่ได้สัมผัสกับความสุขสำหรับตัวเธอเองเลย ตราบใดที่เธอคิดว่าความสุขนั้นคือการปล่อยตัวออกจากกรอบศาสนาและไม่มีการเกรงกลัวใดๆทั้งสิ้นโดยปล่อยให้ผู้ชายชมความสวยงามอันหลอกลวงของเธอ
แท้จริงนั้นอัลลอฮฺได้บัญญัติไว้แล้วว่า.
وَمَنْ أَعْرَضَ عَن ذِكْرِي فَإِنَّ لَهُ مَعِيشَةً ضَنكًا وَنَحْشُرُهُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَعْمَى
หมายความว่า.ผู้ใดที่ไม่ยอมรับบทบัญญัติของฉันนั้น เขาจะมีชีวิตอย่างทุกข์ยากลำบาก19
ดังนั้นน้องสาวที่รัก..ถ้าเธอเป็นมุมีนะฮฺที่แท้จริงนี่คือสัจธรรมที่แท้จริงซึ่งไม่มีการหลงทางแล้วหลังจากนี้ มันเป็นคำสั่งจากพระเจ้า จงอย่าลังเลในการรับสิ่งที่มาจากอัลลอฮฺ
ท่านหญิงอาอีชะอฮฺรอดียัลลอฮูอันฮาได้เล่าเกี่ยวกับจุดยืนของบรรดามุลีมะฮฺในสมัยนั้นที่มีต่ออายัตฮียาบว่า...จากท่านซอฟียะฮฺ บินตี ไชบะฮฺ กล่าวว่า ...ในขณะที่พวกเราอยู่กับท่านหญิงอาอีชะฮฺ พวกเราได้พูดถึงความดีความประเริฐของบรรดาสตรีกูเรซ และท่านหญิงอาอีชะฮฺกล่าวว่า แท้จริงสำหรับบรรดาสตรีกูเรซนั้นความดีความประเริฐมากนัก แต่ฉันไม่เคยเห็นใครที่จะดีกว่าบรรดาสตรีอันซอร และไม่มีใครที่ศรัทธามากกว่าพวกเขาที่มีต่อกีตาบอัลลอฮฺ ในช่วงที่อายัตฮียาบในซูเราะฮฺนูรถูกประทานลงมา
(وَلْيَضْرِبْنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلَى جُيُوبِهِنَّ)20
บรรดาพวกผู้ชายต่างก็รีบกลับบ้าน กลับไปอ่านอายะฮฺดังกล่าวให้บรรดาภารยา ลูกสาว น้องสาวฟัง ในเมื่อพวกเขาได้ยินอายะฮฺดังกล่าวบรรดาสตรีก็ต่างก็วิ่งไปหาเศษผ้าแล้วมาคลุมผมพวกเขาทันทีด้วยแรงศรัทธาที่มีต่อกีตาบอัลลอฮฺ 21
น้องสาวที่รัก..นี่คือตัวอย่างการกระทำที่มาจากการศรัทธาที่แท้จริงโดยไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น ทำไมเธอไม่เอาคนเหล่านี้มาเป็นแบบอย่างบ้าง? ถ้าเธอยอมรับการใส่ฮียาบว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นในจริยธรรม และว่าเป็นนิ่งจำเป็นในสังคมและสุดท้ายมันเป็นคำส่งของพระเจ้า งั้นเธอยังลังเลอยู่ทำไม? เธอรออะไรอยู่ครับน้องสาว? หรือว่าน้องรอให้หญิงอเมรีกาหรือรัสเซียหรือสาวๆยุโรปใส่ก่อนแล้วเธอจึงจะเอาจริงเอาจังในการใส่ฮียาบ? ถ้าแบบนั้นแสดงว่าเธอใส่โดยตามพวกเขา ไม่ได้ใส่ด้วยการน้อบน้อมต่ออัลลอฮฺ เธอใส่โดยการตามแบบไม่รู้ตัว ตามแบบมืดมน ดังคำกล่าวของฮูไซฟะฮฺรอดียัลลอฮูอันฮูว่า..ถ้าคนอื่นหลงทางคุณก็หลงทาง ถ้าคนอื่นตามคุณก็ตามด้วย22 ดังนั้นเธอจะไม่ได้รับผลบุญและความประเสิฐของผู้ริเริ่มเลย และเธอจะไม่อยู่ในฐานะผู้ที่มั่นคงในวันที่มีการทดสอบ ณ อัลลอฮฺ
(لَا يَسْتَوِي مِنكُم مَّنْ أَنفَقَ مِن قَبْلِ الْفَتْحِ وَقَاتَلَ أُوْلَئِكَ أَعْظَمُ دَرَجَةً مِّنَ الَّذِينَ أَنفَقُوا مِن بَعْدُ وَقَاتَلُوا ) 23
ผมนำอายะฮฺนี้ไม่ใช่ความหมายว่าทุกอย่างอัลลอฮฺได้เตรียมผลบุญความดีไว้ สำหรับเธอนั้นมันเท่ากันเธอจะปล่อยผมหรือจะคลุม –ขอให้อัลลอฮฺปกป้องด้วย- ใช่ การบริจาคทาน –ก่อนหรือหลัง- อัลลอฮฺได้เตรียมผลบุญความดีไว้ทั้งนั้น แต่การปล่อยผมหรือไม่ปกปิดเอารัตนั้นผลสุดท้ายคือความหายนะ
น้องสาวที่รัก..พวกเราเป็นประชาชาติที่มีบุคลิกภาพที่จะต้องแตกต่างกัน ดังนั้นความหวังของเราสูงที่อยากให้เธอเข้าร่วมกับกลุ่มบรรดาพี่น้องสตรีที่คลุมหัวเพื่อเป็นการให้ภาพที่ดีสำหรับอิสลามในหาวิทยาลัยในด้านมั่นคงในจุดยืน และด้านบุคลิกภาพที่ดี แล้วเธอจะได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่จากเจ้าแห่งจักวาลทั้งมวล
24(وَمَن يَقْنُتْ مِنكُنَّ لِلَّهِ وَرَسُولِهِ وَتَعْمَلْ صَالِحًا نُّؤْتِهَا أَجْرَهَا مَرَّتَيْنِ وَأَعْتَدْنَا لَهَا رِزْقًا كَرِيمًا )
น้องสาวที่รัก..ด้วยที่เธอเป็นผู้ริเริ่มใส่ฮียาบในมหาวิทยาลัย และแต่งกายแบบอิสลาม นอกจากเธอจะได้รับผลบุญเพราะเธอปฏิบัติตามแล้วเธอจะได้รับผลบุญของผู้ตามเธอจนถึงวันเกียมัต ดังฮาดิสนบีได้กล่าวไว้..
25( من دعا إلى هدى كان له من الأجر مثل أجور من تبعه لا ينقص ذلك من أجورهم شيئا )
น้องสาวที่รัก..จงทบทวนอกทีว่าลำตัวเธอที่ไม่ปกปิดที่ทำให้บรรดาผู้ชายเสียศาสนาของเขา มันไม่ตึงตลอดและสักวันมันจะถูกฝังไว้ในคูใต้ดินทีมืดมนและน่ากลัว และจะถูกสอบสวนโดยสองมาลาอีกัตที่แข็งแกร่ง แผ่นดินจะแบ่งให้พวกเขาออกเป็นสองข้าง สองดวงตาของพวกเขาจะออกแสงเหมือนฟ้าผ่า ผมไม่นึกว่าการตั้งใจที่ดีโดยไม่ปฏิบัติจะมีประโยชน์ ณ เจ้าแห่งผู้บังคับบัญชาในวันนั้น
(وَالَّذِينَ يُحَاجُّونَ فِي اللَّهِ مِن بَعْدِ مَا اسْتُجِيبَ لَهُ حُجَّتُهُمْ دَاحِضَةٌ عِندَ رَبِّهِمْ وَعَلَيْهِمْ غَضَبٌ وَلَهُمْ عَذَابٌ شَدِيدٌ )26
น้องสาวที่รัก..จงทบวนอีกครั้ง..
) فَوَرَبِّ السَّمَاء وَالْأَرْضِ إِنَّهُ لَحَقٌّ مِّثْلَ مَا أَنَّكُمْ تَنطِقُونَ ) 27
บางทีเธออาจจะอ้างว่าเธอมีเหตุผลเฉพาะ และมีเหตุที่จำเป็นจริงที่ทำให้เธอไม่สามารถใส่ฮียาบได้ น้องสาวครับ..ผมว่านี่เป็นข้ออ้างที่รับไม่ได้ และนี่เป็นการปกป้องตนเองให้พ้นผิด และนี่ก็เป็นการละเล่นของไซตอน
—————————————————————————————————————————–
<div style="text-align: left"> 8 ซูเราะฮฺ อัลฮาดีด อายะฮฺที่๑๖
9คือให้พวกนางเหล่านั้นใส่เสื้อหลวมๆซึ่งจะช่วยปกปิดความสวยงามและเครื่องประดับของพวกนางเพื่อป้องกันการกล่าวร้ายแก่นาง และแยกให้แตกต่างจากลักษณะของพวกผู้หญิงญาฮีลียะฮฺ อัฏฏอบารีย์รายงานจากอิบนุ อับบาส ซึ่งเกียวกับอายะฮฺนี้ว่า อัลลอฮฺทรงใช้บรรดาหญิงผู้ศรัทธาว่า เมื่อพวกนางจะออกจากบ้าน ให้พวกนางคลุมศีรษะและปกปิดใบหน้าด้วยเสื้อคลุมของพวกนางและเปิดช่องสำหรับนัยน์ตาอย่างเดียว
10 ในการปกปิดเช่นนั้นเป็นการป้องกันพวกนางให้พ้นจากคำพูดของพวกมนุษย์เลวทราม และเป็นการแยกพวกนางให้แตกต่างจากพวกทาสี
11 ซูเราะฮฺ อัลอะซาบ อยะฮฺที่ ๕๙
12 พระองค์ทรงใช้ให้บรรดามุอฺมีนะฮฺลดสายตาและรักษาทวารของนาง และทรงใช้มิให้พวกนางเปิดเผยเครื่องประดับแก่คนแปลกหน้า เว้นแต่สิ่งที่พึ่งเปิดเผยได้โดยไม่มีเจตนาหรือความตั้งใจที่ไม่ดี อิบนุมัสอูดกล่าว่า เครื่องประดับมีสองชนิด หนึ่งเครื่องประดับที่คนอื่นจะมองไม่ได้นอกจากสามี เช่นแหวนและกำไล สองเครื่องประดับที่คนแปลกหน้ามองได้คือส่วนภายนอกของเสื้อผ้า เช่นใบหน้าและมือทั้งสองข้าง เพราะทั้งสองสิ่งนั้นมิใช่เป็นสิ่งที่พึ่งสงวน อัลบัยฎอวีย์กล่าวว่า ความจริงแล้วทั้งสองสิ่งนั้นอนุญาตให้เปิดเผยได้ในเวลาละหมาดเท่านั้น มิใช่เพื่อการมอง เพราะร่างกายทุกส่วนของสตรีอิสระนั้นไม่อนุญาตให้ผู้อื่นมองเธอ นอกจากสามีและผู้ที่แต่งงานไม่ได้(อัลมะหรอม) เว้นแต่กรณีที่จำเป็นเช่นการรักษาและการเป็นพยาน
13ซูเราะฮฺ อันนูร อายะฮฺที่ ๓๑
14 เสื้อยิลบาบหมายถึงเสื้อหลวมไม่รัดรูปตามที่อิสลามได้กำหนดไว้
15 มูฮัมมัดรีฎอ อัตตาบัรรุจ หน้า 4 พิมพ์โดยยัมอียะตามัดดุนอิสลามี ดิมิซ สำนักพิมพ์อัลตาอาวูนียะฮฺ คศ.1958
16 เป็นชาวฝรั่งเศส
17 อัตตาบัรรุจ อ้างแล้ว หน้า 32
18 อัตตาบัรรุจ อ้างแล้ว หน้า ๔
19จาก๙เราะฮฺ ตอฮา อายะที่ ๑๒๔
20ซูเราะฮฺ นูร อายะฮฺ ที่ ๓๑
21 รางานจากอบู ดาวุด
22 รายงานโดยตีรมุซี จากฮูไซฟะฮฺว่าท่านรอซูลูลอฮฺกล่าวว่า..จงอย่าเป็นคนตามแบบตาบอด กล่าวคือถ้าคนอื่นดี เราก็ดี ถ้าคนอื่นอธรรมเราก็อธรรม แต่จงมองในแง่ดีต่อตนเองเสมอถ้าคนอื่นดีคุรก็ต้องดี แต่ถ้าคนอื่นไม่ดี คุณอย่าอธรรม ..จากฮาดีสฮาซัน
23 ซูเราะฮฺ อัลฮาดีด อายะฮฺที่ ๑๐
24ซูเราะฮฺ อัลอะซาบ อายะที่ ๓๑
25รายงานโดย มุสลิม ตุรมูซีและอบูดาวุด
26ซูเราะฮฺ อัล ชูรอ อายะฮฺที่ ๑๖
27ซูเราะฮฺ อัลซารียาต อายะฮฺที่ ๒๓
</div>![]()
จดหมาย นี้ แด่เธอ ฉบับที่สาม
การฮิญาบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
เจ้าหญิงป่วน ณ ปัตตานี · 13 ม.ค. 2551
pa_daeng · 13 ม.ค. 2551
supolpp · 13 ม.ค. 2551
ห้องสมุดประชาชนอำเภอพานทอง · 13 ม.ค. 2551
เกษตรยะลา · 13 ม.ค. 2551
-- จุฑิมาศ สุกใส · 13 ม.ค. 2551
supolpp · 13 ม.ค. 2551