ให้เราอยู่กับปัจจุบันขณะ ถ้าเรากังวลกับอดีต ถ้าเรากังวลกับอนาคต

เพราะว่าผลของการทำทานตามหลักพุทธศาสนามีว่า

ให้ทานแก่สัตว์เดรัจฉานได้ผล ๑๐๐ เท่า

ให้ทานแก่ปุถุชนผู้ทุศีลได้ผล ๑๐๐๐๐ เท่า

ให้ทานแก่ผู้มีศีลได้ผล แสนเท่า

ให้ทานแก่บุคคลภายนอกผูปราศจากความกำหนัดในกามได้ผลแสนโกฏิเท่า

ให้ทานแก่ผู้ปฏิบัติเพื่อโสดาปัตติผลให้แจ้ง ได้ผลนับประมาณไม่ได้

ให้ทานในพระโสดาบัน พระสกาทามี พระอนาคามี พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธะ และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผลยิ่งไม่อาจนับประมาณได้เลย

ผลจากการทำทานมีมากมาย เลือกเอา ว่าท่านจเลือกให้ทานแบบไหน

ธรรมะเหมือนรถ ต้องมีเบรค มีคนขับ  มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป มีลาภ เสื่อมลาภ

เหมือนควายเดินคันนา ควายเดินบนคันนาได้ คนก็เดินได้ แต่..ต่างกันที่ปัญญา

คนรับรู้ว่า ผิด ชั่ว ไม่ดี ก็ต้องเลี่ยง ลด ละ เลิก ด้วยปัญญา

ให้เราอยู่กับปัจจุบันขณะ ถ้าเรากังวลกับอดีต ถ้าเรากังวลกับอนาคต

มันจะทำให้เราเป็นทุกข์ในปัจจุบัน

การเข้าถึงธรรม เป็นการฝืนตัวเอง ฝืนกิเลส เมื่อเราฝืนได้เราจะมีความพอใจ มีธรรมะมากขึ้นเรื่อยๆ

ศาสนาอยู่ในตัวเรา ถ้าเราอยู่ในศีล ในธรรม ศาสนาก็ไม่เสื่อม