ความเห็นล่าสุด


vอ่านแล้วคิดถึงแม่ครับ

 

อ่านแล้วรู้สึกได้เลย ถ้าจะให้ดีมีตอนต่อไปด้วยนะครับ


รักแม่แม้แม่จะจากไปนานแล้วเช่นกันครับ

ใช่แล้ว อดีตวัยเด็ก บางที่ก็เจอไรไก่ทำเอาคันหัวไปด้วย ยังเป็นเรื่องที่ต้องคิดกับการตลาดของไก่พื้นเมืองที่จะขายดีช่วงฤดูทำนาเกี่ยวข้าว และในช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ในขณะที่หน้าฝนอย่างตอนนี้ราคาก็จะลง ขายยากเพราะมีผักผลไม้ หน่อไม้ ปลา เห็ด ให้เลือกชื้อกินในราคาที่ถูกกว่า

ขอบคุณกำลังใจจากท่านครูอ้อย,คุณนงนาท,และทุกท่านที่แวะมาให้กำลังใจครับ

ขอบคุณพี่เก็จถะหวา ที่แวะมาเม้นครับ สมุนไพรของชาวบ้านนี่มันสุดยอดจริงๆนะครับ ช่วงไปหาเห็ดถอบที่ต้องเขียใบไม้ มักจะเจอรังแตน ถ้าตาไม่ไวก็จะหลบไม่ทันถูกต่อยเสมอ หัวกระเจียวใช้ได้ผลจริงๆ และมันจะมีหัวกระเจียวอีกแบบที่ช่อดอกยาวเราชอบดึงจากดินมาโยนเล่นทำเป็นบั้งไฟ ของเล่นเด็กบ้านนอก สมัยนี้ก็เกมคอมเท่านั้นแหละ

ขอบคุณมากครับท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า ผมได้รู้จักเสียที เคยเจอแต่แตนขี้หมาที่ตัวแดงๆมันจะดุมากเคยเจ็บหลายตัว แต่สายไปเสียแล้วผมเผาไปแล้วแต่ยังมีแม่แตนอีหลายตัวยังรอดครับ

เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๕ นางพรพิมล ใจไหว นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการ ได้ออกปฏิบัติงานประชุมกลุ่มเกษตรกรบ้านห้วยห้าง ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ที่สมัครใจเข้าร่วมงานวิจัยการเลี้ยงไก่ประดูหางดำให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืน จำนวน ๑๑ ราย ได้ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติเงื่อนไขต่างๆของโครงการตั้งแต่เริ่มจนเสร็จสิ้นโครงการเพื่อให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน และสอบถามความพร้อมความสมัครใจ จากนั้นออกดูพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละรายว่าเหมาะสมที่จะเข้าร่วมโครงการหรือไม่อย่างไร

บรรยากาศการประชุมชี้แจง
...มีเรื่องที่ไม่แปลกคือมีเกษตรกรบางรายที่เวลาเชิญประชุมหารือจะไม่มา แต่จะหูตาดีแค่ทราบข่าวแว่วๆว่ามีของมาแจกฟรี จะมานั่งรอก่อนคนอื่นๆ ไม่ไปกว่านั้นเป็นผู้มีความรู้มีฐานะดีอีกด้วย...

http://waingchaingroung.blogspot.com/2009/01/blog-post_23.html

กรณีศึกษาปศุสัตว์อินทรีย์

นายหมั้น ถาคำ

๑๔๙ หมู่ ๑๐ บ้านประชาร่วมใจ ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย

รูปแบบการผลิต-เกษตรผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

ที่นา ๕ ไร่ ที่สวน ๑๐ ไร่

ผลไม้และยืนต้นที่ปลูก เงาะ ส้มโอ แก้วมังกร มะม่วง ลำไย มะพร้าว มะกอกน้ำ มะนาว มะกูด หวาย ไผ่หวาน กะท้อน มะละกอ ชอม ดอดแค กล้วย น้อยหน่า

ผักสวนครัวตามฤดูกาล ผักกาด ผักชี พริก ขิง ข่า ตระไคร้ สาคู สะระแหน่ มะเขือ หอมแดง มะเขือ แตงกวา กระเพรา ผักฮาก จักค่าน พริกไทย

สมุนไพร ไพล (ว่านไฟ) ขมิ้น ฟ้าทะลายโจร หญ้าหนวดแมว ผักแปม ผักคาวตอง ว่านพญาวานร

การเลี้ยงสัตว์ มีการเลี้ยงหลายชนิดได้แก่

เลี้ยงวัว ๕ ตัว เลี้ยง เพื่อใช้มูลแทนปุ๋ยเคมี ให้สวนเป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมี และนำมูลบางส่วนใส่บ่อหมักแก๊สชีวภาพ ใช้แทนแก๊สหุงต้มในครัวเรือน ลดต้นทุนประหยัดค่าใช้จ่าย

ไก่พื้นเมืองแบบอินทรีย์ประมาณ ๑๘๐-๒๐๐ ตัว ฟักออกทุกอาทิตย์ เป็นรายได้ประจำขายไก่ ๔-๕ ตัวต่อสับดาห์ รายได้ฉลี่ยอาทิตย์ละ๖๐๐บาท

เลี้ยงเป็ดไข่ จำนวน ๒๑ ตัว เพื่อผลิตไข่ขยายพันธุ์ให้เครือข่ายกลุ่มเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอันดับแรกก่อนจะเก็บไข่ขายเป็นรายได้เสริมอีกทางต่อไป

เลี้ยงหมูป่า ๒ ตัว เพื่อเก็บผักที่ไม่สามารถเก็บขายมาสับผสมรำ น้ำหมักชีวภาพ เลี้ยงเป็นอาหารใช้ผลผลิตเหลือใช้อย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ลุงหมั้น ถาคำ และภรรยา ประกอบอาชีพการเกษตรมาตลอดชีวิต มีรับจ้างเป็นช่างไม้ในช่วงฤดูแล้ง ฐานะยากจนแต่ด้วยความเป็นคนมีน้ำใจ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ประกอบกับความขยันมุมานะจึงเก็บออมเงินชื้อที่ดินเพิ่มจากที่นาอีกประมาณ ๑๐ ไร่ เมื่อมีอายุมากขึ้นประกอบกับลูกๆ เรียนจบมีงานทำ ก็ออกเรือนไปมีครอบครัวต่างจังหวัด ไม่มีภาระในการส่งเสียเล่าเรียน ปี๒๕๔๐ จึงริเริ่มปลูกต้นไม้ต่างๆไว้หลากหลายชนิด แบ่งที่นาเดิม ๖ ไร่ ขุดสระ ๑ ไร่ ทำให้มีกิจกรรมทำในสวนในนาตลอด ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อยๆมีเวลาช่วยเหลือชุมชน ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการกองทุนต่างๆของหมู่บ้าน เป็นประธานอสม เป็นอาสาปศุสัตว์ เป็นอาสาหมอดิน เป็นกรรมการศูนย์บริการละถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล และ เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าซาง ทำให้มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานหลายๆแห่งนำมาปรับใช้ในสวนอย่างมาก เพิ่มกิจกรรม การเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ในกระชัง

สวนลุงหมั้นได้รับความไว้วางใจจากองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงนำร่อง และเป็นโครงการฟาร์มสาธิตปศุสัตว์อินทรีย์ของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรด้านปศุสัตว์ สำนักงานปสุสัตว์อำเภอเวียงเชียงรุ้ง กรมปศุสัตว์ ให้การส่งเสริมในพื้นที่ตำบลป่าซาง มีเกษตรกรเข้าอบรม จำนวน ๒ รุ่น ๆละ ๓๐ คนทำให้มีเครือข่ายเรียนรู้การเลี้ยงไก่พื้นเมืองอินทรีย์เพิ่มในหมู่บ้าน สร้างรายได้และมีอาหารโปรตีนที่ปลอดภัยไว้รับประทานอย่างต่อเนื่องพอเพียง

การเลี้ยงไก่อินทรีย์ลุงหมั้นเลี้ยงไว้ในสวนห่างจากหมู่บ้าน ทำให้ปลอดภัยจากการรบกวนติดต่อโรคจากพาหะต่างๆ อาหารก็ใช้รำข้าว กับปลายข้าว ที่ทำสีจากข้าวอินทรีย์ของลุงหมั้นเอง ผสมกับผักต่างๆในสวนที่แก่ขายไม่ออก หยวกกล้วย ที่ตัดกล้วยไปแล้ว หมักกับน้ำหมักชีวภาพ ๑ คืน เอามาไห้ไก่กิน เสริมสมุนไพร ไพล ขมิ้น บรเพ็ดและฟ้าทะลายโจรทุบแช่น้ำไห้กินอาทิตย์ละครั้ง ไก่จะแข็งแรงมีความต้านทานโรค โตเร็ว

ตลาดขายไก่อินทรีย์ลุงหมั้น มีลูกค้ามารับที่บ้านชั่งน้ำหนักขาย ขายในราคาเพื่อนบ้านช่วยเหลือเจือจุนกัน ไม่ต้องเปลืองค่าขนส่ง และไม่ต้องลงมือฆ่าเองขายไก่ขนาด ๑.๒-๑.๕ กก. ผลิตไม่พอขาย

รายได้ฟาร์ม

ขายเงาะ ปีละ ๘,๐๐๐บาท

ขายผักสวนครัวตามฤดูกาล ๒,๕๐๐ บาท

ขายหางหวาย ปีละ ๑,๕๐๐บาท

ขายปลา ปีละ ๑,๐๐๐๐ บาท

ขายกบ ปีละ ๕,๐๐๐บาท

ขายหมู ปีละ ๕,๘๐๐ บาท

ขายไก่พื้นเมือง ปีละ ๗,๐๐๐บาท

ขายมูลโค ปีละ ๓,๖๐๐ บาท

ขายวัว ปีละ ๑๐,๐๐๐บาท

ขายข้าว ปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท

ขายมันสำปะหลัง ๕๐,๐๐๐ บาท (เช่าที่ทำ)

รวมมีรายรับจากการทำการเกษตรประมาณ ๑๑๓,๔๐๐ บาท

สวนลุงหมั้นมีฐานความรู้

· การทำปุ๋ยหมักสูตรต่างๆ การทำปุ๋ยน้ำ

· การเลี้ยงสัตว์ วัว หมูป่า ไก่ เป็ด แบบปลอดสารเคมีแนวทาง ปศุสัตว์อินทรีย์ของกรมปสุสัตว์

· การทำนา ทำสวนไร้สารเคมี

· การเลี้ยงปลาและเลี้ยงกบในกระชัง

· ศาลาเรียนรู้เพื่อความพอเพียงพึงตนเอง การเพาะเห็ดฟาง การเพาะถั่วงอก การทำน้ำยาเอนกประสงค์ การทำแชมพูมะกรูด และอื่นๆ

· การทำน้ำส้มควันไม้จากเตาถ่าน ๒๐๐ ลิตรเอนกประสงค์

· การทำบ่อหมักแก๊สชีวภาพอย่างง่ายราคาถูกจากแผ่นพีวีซีขนาด ๓ ตันตามแบบของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ลุงหมั้นมีความยินดีให้ทุกคนเข้าไปเรียนรู้ที่สวนและบรรยายความรู้ประสบการณ์ด้วยความเต็มใจ

Email This

ร่วมร่วมฝากรูปควายหน่อยนะครับและขออนุญาตนำบทความไปเผยแพร่ต่อด้วยครับ

เจ้าแสนรู้กับการลากรถเข็ญของลุงติ๊บ วันดี

 

 

 

ที่อำเภอผมปลูก 2-3 แห่งหวั่นใจจังเลยว่าจะไม่รอดไม่มีน้ำไม่มีปุ๋ย ยอมลงทุนเอาที่นาทำแปลงปาล์ม

แวะมารับพรครับ

ขอปีใหม่ยังยืนมั่นคง ดำรงคงมั่นสดใส

สวยแจ่มแช่มชืนดวงใจ ตลอดปีตลอดไปปีใหม่เทอญ

ดีใจครับเขียนมาเรื่อยๆได้ตั้ง 100 เรื่องแล้วเป็นไปได้ยังไงนี่

ขอบคุณท่าน ดร ธวัชชัยนะครับ น้ำผึ้งที่เรากินไม่มีพิษหรอกครับ

ที่ลูกควายตายเป็นเรื่องอุบัติเหตุมากกว่าครับ กากที่ว่านี้เป็นความมักง่ายของคนเลี้ยงผึ้งนะครับเขาเอาผึ้งมาปล่อยเสร็จแล้วมีไรขึ้นทำให้ผึ้งตายพอเขาย้ายก็ทำลายด้วยยาฆ่าแมลงแล้วทิ้งไว้ในพงหญ้า ไม่ได้ฝังนะครับ คุณลุงเห็นหญ้าขึ้นงามก็เอาควายไปปล่อย ควายคุณลุงจึงไปกินจำนวนมากก็เลยตายนะครับ

ใช่แล้วครับท่านผู้เฒ่า

ขอบคุณที่มาเยือนครับ

อ่านแล้วประทับใจนะครับ ช่วยกันส่งเสริมเลี้ยงควายดีกว่า

ขอบคุณคุณประกายและคุณนิตที่ติดตามกันครับ ก็ดีใจ ยินดีที่จะพยายามติดตามมาเล่าแลกเปลี่ยนกันครับ

ลุงขอชื่นชมกับโรงเรียนและน้องๆๆด้วยคนนะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี