พี่พจมาน กับ เหตุผลสามประการ


บทวิพากษ์ ทางการเมืองของไทย ในช่วงเวลาการก่อนการจัดตั้งรัฐบาล และการกลับมาเมืองไทย ของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ ในท่ามกลางเหตุผลว่า เพื่อความจงรักภักดี เพื่อการต่อสู้คดีความ และเพื่อความห่วงใยครอบครัว ขณะที่ฟากการเมืองด้านหนึ่ง ระบุโยงถึงการจัดตั้งรัฐบาล ที่ยังไม่ลงตัว อะไรจะเป็นเหตุผลหลัก หรือปัจจัยสำคัญ คือคำตอบที่เราต้องเพ่งพินิจ และทำความเข้าใจ โดยไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใด เราทุกคนต่างมีบทพิสูจน์แห่งกาลเวลา ไว้เป็นเครื่องทดสอบจิตใจของนักการเมือง ในเบื้องลึก

พี่พจมาน กับ เหตุผลสามประการ

อ้างอิง - ภาพ http://www.lomography.com/folkways

ขออภัยอย่างยิ่ง

หากเห็นว่าเป็นการไม่สมควร

ในการกล่าวนาม คุณหญิง พจมาน ชินวัตร

เพียงแต่ขอออกตัว ด้วยความชื่นชมและชื่นชอบในชื่อนี้ เมื่อยามดูภาพยนตร์และอ่านนวนิยายเรื่องบ้านทรายทองในวัยเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับชมภาพยนตร์ชุดของนางเอกเงินล้าน สมัยคุณจารุณี สุขสวัสดิ์ สวมบทพี่พจมานของคุณชายน้อย ด้วยเนื้อเรื่องซึ่งอิงแอบกับความประทับใจแต่หนหลัง

เมื่อออกตัวขออภัยเป็นที่เรียบร้อย สำหรับคำกล่าว

ว่าต้องการกล่าวในทำนองความอันชื่นชม

มากกว่าลบหลู่เย้ยหยันนามท่าน

รวมทั้งต้องการกล่าวถึงช่วงเวลาอันเหมาะเจาะเหมาะสม ของสังคมการเมืองไทย ในห้วงยามเมื่อ คุณหญิง พจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตท่านนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ได้กลับมาเยือนเมืองไทย ด้วยเหตุผลสามประการ ดั่งพรสามประการซึ่งบอกกล่าวในแถลงการณ์ แจ้งเตือนประชาชนคนไทย มิให้ตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้

ท่านกล่าวถึงเหตุผลว่า

จงรักภักดี สู้คดี และห่วงครอบครัว

โดยกล่าวในแถลงการณ์เพื่อชี้แจงถึงการกลับมา

จนกลายเป็นบทตีความ และพาดหัวข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ นับจากท่าทีการต่อสู้คดี การกลับมาจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ การกลับมาจัดการสะสางหนี้สินทรัพย์สิน การซื้อคืนกิจการ การโอนถ่ายผ่องคืน และอีกมากมายนับจากการตีความ และเรื่องราวบทวิเคราะห์ของผู้สื่อข่าว ตามประสาผู้คนในแวดวงยุทธจักรยุทธศาสตร์การเมือง

ว่าเมื่อมีควันย่อมต้องมีไฟปรากฎ

โดยจะติดตามมาในเร็ววัน

หรือตามมาทันใดนั้น

ล้วนเป็นเรื่องราวที่พึงติดตามเชื่อมโยง และคอยกำกับทุกจังหวะก้าวแห่งเกมการเมือง เท่ากับคำปฎิเสธเสียงใส ไพเราะเสนาะหูยิ่งของ คุณทนายประจำตระกูลชินวัตร คุณนพดล ปัทมะ ซึ่งกรุณากล่าวได้อย่างน่าฟัง รวมทั้งปฏิเสธความให้เหล่าคอการเมืองได้ติดตามท่วงท่าตอนต่อไป

ไม่นับกับคำถามของนักข่าว

ซึ่งประจำทำข่าวกระทรวงมหาดไทย

ได้ถามไถ่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์

ซึ่งเมื่อฟังแล้วแทบจะต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้เกียรติ Standing Ovation ในคำกล่าวอย่างสุภาพทางการเมือง ซึ่งแฝงไว้ด้วยเรื่องราวให้เราได้คิดตาม ถึงแต่ละถ้อยทำนองความ เมื่อท่านกล่าวว่า ในส่วนนี้คิดว่าอยู่ที่การปฏิบัติ การพูดต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ เราคงจะต้องดูว่ากระทำได้เหมือนกับที่ท่านพูดหรือเปล่า

 

ใครลุกขึ้นยืนปรบมือไม่ทันไม่เป็นไรครับ

ขอเพียงตบเข่าตัวเองสักฉาดใหญ่

ให้พอได้สะใจในถ้อยทำนอง

กับคำกล่าวของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งมักมีแต่พูดบอกว่า ท่านเป็นฤษีชีไพรในท่ามกลางความสันโดษ และชื่นชอบความวิเวกของป่าเขา ใครว่าท่านมิมีคารมคมคายเชือดเฉือนนั้น เห็นจะต้องกลับไปคิดอีกหลายตลบ ให้ต้องอบอวลหัวใจเล่น เพราะเท่าที่ฟังคำท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ใช่เลยและชัดเจนอย่างยิ่งยวด

ใช่ในความหมายและความจริง

ใช่ในความเป็นไปของอนาคตหากเกิดขึ้น

และใช่ในความจริงอันจะเกิดขึ้นเบื้องหน้าหากมีจริง

สิ่งใดอยู่ในจิตเจตนา สิ่งใดปรากฎในห้วงความคิด นับได้ว่าหลุดออกมากองเบื้องหน้าเป็นแน่แท้ เพราะสุดท้ายแล้ว ความจริงเบื้องหน้าจะเป็นเช่นไร มิมีใครสามารถมานั่งยันมานอนยัน มายืนยันรับประกันให้กันได้หรอกครับ สำหรับตัวตนในจิตเจตนาของมนุษย์ เราล้วนพิสูจน์ด้วยการกระทำอันปรากฎ

จะจงรักภักดี จะปรารถนาสู้คดีความ จะห่วงใยครอบครัว

ล้วนเป็นสิ่งที่ท่านบอกกล่าวได้ทั้งสิ้น

ความจริงขึ้นกับคำตอบอนาคต

ความจริงล้วนจะปรากฎตัวเบื้องหน้า เหมือนเช่นที่ทนายความประจำตระกูล ประจำบ้านทรายทอง ลุกขึ้นมาอ่านพินัยกรรมของตระกูลสว่างวงศ์ ให้ผู้คนได้สว่างจิตกันถ้วนหน้า ว่าทรัพย์สินและการกระทำนั้น จะตกทอดแก่ผู้ใด และใครจะเป็นผู้รับกรรมแห่งสินทรัพย์นั้น คำตอบล้วนอยู่ในสายลมแห่งกาลเวลา

รอเพียงวันเวลาอันเหมาะสม

รอเพียงช่วงเวลาอันพอเหมาะพอเจาะ

สุกงอมพอจะเด็ดลงมา ให้ได้ชื่นชมในความจริงนั้น

ใครผู้ใดจะเอาคอขึ้นเขียงรับประกันแทน จะนำชื่อเสียงของตนเองเป็นนายประกันกับสิ่งที่คิดในใจ กับคำที่บอกออกไปให้ประชาชนรับรู้ อันนั้นก็สุดแท้แต่เนื้อในใจของผู้รับประกันกันเถิดครับ ไม่ว่ากัน เพราะของอย่างนี้บอกกล่าวกันไม่ได้ สอนกันไม่เข้าใจ และรับประกันให้ใครไม่ได้เหมือนกัน

เพราะสุดท้ายแห่งคำตอบของ คุณหญิง พจมาน ชินวัตร

ล้วนรอคอยและยืนยันให้แล้วอย่างเนิ่นนาน

ด้วยคำตอบในสายลมแห่งกาลเวลา

วันนั้น เราจะรู้ว่า คุณหญิงปากกับใจตรงกันหรือไม่ หรือเป็นเพียงกลเกมหนึ่งทางการเมือง เป็นเหลี่ยมคูหนึ่งแห่งการต่อสู้ เพื่อปกป้องสินทรัพย์ เกียรติยศ และพื้นที่ทางการเมืองของตระกูลหรือไม่ มิมีใครล่วงรู้ได้ ว่ากันตามจริงตอนนี้ ผมแนะนำว่าคุณนพดล ปัทมะ น่าจะไปหาภาพยนตร์เก่าเรื่องบ้านทรายทองมาดูสักหลายรอบ โดยเฉพาะฉากอ่านพินัยกรรมของตระกูล ล้วนสุดยอดอย่างยิ่งยวดครับ ซึ่งผมเชื่อแน่ว่าเป็นฉากที่สุดคลาสสิคยิ่งของเมืองไทย

ยิ่งพูดยิ่งคิดถึง พี่พจมานของชายน้อย

พี่พจ พี่พจมาน รอชายด้วย

พี่พจ รอชายน้อยด้วย

 

หมายเลขบันทึก: 158518เขียนเมื่อ 10 มกราคม 2008 18:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มีนาคม 2012 14:46 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (5)

ชอบบทความค่ะ จะรอดูเหมือนกัน

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ให้ตายสิโรบิ้น ขอปรบมือให้ค่ะ

และชอบบทความของคุณค่ะ

ได้อ่านแล้วได้อารมณ์มาก จะติดตามต่อไปค่ะ

สวัสดีค่ะน้องชาย

  • พจมาน ผูกพันกับครูอ้อยมากค่ะ
  • เพราะ ผู้คนจะเรียก ครูอ้อยว่า..พจมาน สว่างคาวง
  • กับ  พจมาน..ผจญค่ะ
  • นำรูป พจมาน ทั้ง 2 พจมาน มาให้ชมค่ะ  นี่ไง...Dsc033131...ฮา..ก็กกกกกสสส์ ไหมคะ
  • ส่วน พจมาน ในบันทึกนี้  ครูอ้อย ก็ต้อง รอดูในอนาคต แบบให้โอกาส  ความจริงมาปรากฏ แน่นอนค่ะ

สนุกค่ะ

มาอ่านและขำก๊าก.....กับพจมาน  สว่างคาวง ของพี่ครูอ้อยค่ะ

และตามพี่ครูอ้อยไปติดๆ รอดูต่อไป

ผมก็เชื่อว่าเป็นฉากสุดคราสิคของเมื่องไทย คนไทยชมชอบละครบทชีวิตก็ต้องสร้างแบบละครเพราะคนชอบชม ขอให้ตนไทยโชคดีเพราะนี้ไม่ใช้ละคร

฿999.00 -67.47%
฿529.00 -57.09%
฿130.00 -0.0%
฿199.00 -56.28%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี