คลังตั้งธง ชงรัฐบาลใหม่ตั้งงบกลางปี 2551 เพิ่มอีก 7.2-7.5 หมื่นล้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ธปท.หนุนประชานิยม
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ กระทรวงการคลังจะเสนอให้รัฐบาลใหม่ตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2551 เพิ่มเติมในกลางปีอีก 7.2-7.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการตั้งงบแบบขาดดุลที่ไม่กระทบกับฐานะการคลังและหนี้สาธารณะ แต่ต้องพิจารณาว่ารัฐบาลใหม่มีโครงการที่จะใช้เงินได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ “การตั้งงบประมาณรายจ่ายกลางปีเพิ่มนั้น เพราะอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในปัจจุบันแค่ 4-5% นั้น ไม่เพียงพอ และยิ่งการลงทุนภาคเอกชนซบเซารัฐบาลต้องเข้าไปเร่งลงทุนมากขึ้น เพื่อดึงให้เงินในระบบหมุนเวียน แต่ต้องพิจารณาว่าจะทำได้เร็วแค่ไหนด้วย เพราะหากล่าช้าการตั้งงบประมาณเพิ่มไม่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะใช้จ่ายเงินไม่ทัน” แหล่งข่าวเปิดเผย ทั้งนี้ งบประมาณปี 2551 ขาดดุลทั้งสิ้น 1.65 แสนล้านบาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.จะมีการทบทวนปรับเปลี่ยนกรอบความยั่งยืนทางการคลังใหม่ โดยมีแนวโน้มว่าจะขยับเพดานให้ต่ำลง เพื่อให้การดำเนินนโยบายมีความเข้มงวดมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายประชานิยมมากขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ กรอบความยั่งยืนทางการคลังในปัจจุบันกำหนดให้การขาดดุลงบประมาณจะต้องไม่เกิน 2.5% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย เสนอว่า รัฐบาลใหม่ ใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัว จึงควรตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มอีก 8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ ในการลงทุน ระบบขนส่งมวลชน ระบบโทรคมนาคมการสื่อสาร การพัฒนาแหล่งน้ำ และด้านการศึกษา
น.ส.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียด ที่จะมาประเมินผลกระทบการดำเนินนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลใหม่จะนำมาผลักดันเศรษฐกิจ เพราะต้องรอความชัดเจนก่อนว่าจะนำเงินไปใช้ในส่วนไหน อย่างไร ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการจัดทำงบประมาณขาดดุลเป็นสัญญาณที่ดีในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนจะมีปัญหาหรือไม่ต้องดูรายละเอียดการใช้จ่ายของรัฐบาลว่าเขาเอาเงินไปใช้อะไร
โพสต์ทูเดย์ 10 ม.ค. 51