หลักฐานทางประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการทางการเงินของเรา เป็นประจักษ์พยานเป็นอย่างดีว่า เราเป็นชาติที่มีความเจริญมีวัฒนธรรมมาแต่เก่าก่อน

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ศกนี้ ดิฉันได้ นัดไปพบปะคุยกันกับเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย 2คน จริงๆแล้วมีเพื่อนที่ทำงานที่นี่ 5 คน  แต่ได้ขอลาออกไปก่อน(Early Retirement) เสีย 3 คน

  สาเหตุเพราะ..เครียดงาน  คนที่ไปก่อนเพื่อน  เป็นถึง ผู้ช่วยผู้ว่าการฯ เลยเป็นข้อสังเกตว่า คนทำงานด้านการเงิน มักจะเครียดมากกว่า อาชีพอื่นๆบ้างหรือไม่ หรือ เป็นเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุปค่ะ

 

จึงถือโอกาสเข้าไปชม วังบางขุนพรหม ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ สวยงามมาก วังนี้ มีอายุ 100 ปีเมื่อ 28 ธันวาคม 2549 ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งห้องรับแขกของธนาคารแห่งประเทศไทย ยามเมื่อ พระราชวงศ์ ผู้นำประเทศ และอาคันตุกะทั้งในและต่างประเทศมาเยือน

 รวมทั้ง เป็นห้องเรียนนอกโรงเรียนให้แก่กุลบุตรกุลธิดาไทย ได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับวิวํฒนาการเงินตราไทยและระบบธนาคารกลางของประเทศ ซึ่งป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติไทย และเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกในความรักชาคิให้แก่เยาวชน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติสืบไป

ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดทำห้องเทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ 8ไว้ด้วย..(พระรูปอยู่บนสุดค่ะ) เนื่องจากพระองค์ท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินมายังธนาคารแห่งนี้ ครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมงานประจำปี ของผู้ที่เคยเรียน ในมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดและเคมบริดจ์ ในประเทศอังกฤษ

วังบางขุนพรหม เดิม เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต   มาตั้งแต่ วันที่ 28 ธันวาคม 2449 จวบจนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 พระองค์และครอบครัว จึงต้องเสด็จไปประทับที่ เมืองบันดุง ประเทศอินโดเนเซีย

นับแต่นั้น วังนี้ ได้เป็นที่ทำการของรัฐหลายหน่วยงาน จนสุดท้าย ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มาใช้วังนี้ เป็นสำนักงานใหญ่ ตั้งแต่ 5 มีนาคม 2488 ต่อมา ที่ตำหนักใหญ่ ได้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อ 9 มกราคม 2536

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สวยงามสง่าโดดเด่น ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสถาปัตยกรรมยุคบาโรก และโรโกโก มีห้องจัดแสดง ประกอบด้วย..

1.ห้องเปิดโลกเงินตราไทย ซึ่งประกอบด้วย เงินตราโบราณ นำเสนอแบบวีดิทัศน์ ในรูป Animation ตั้งแต่ยุค ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคทวาราวดี  ศรีวิชัย ล้านนา ล้านช้าง เป็นต้น และยังมีเงินพดด้วง ที่ใช้มาจนถึงรัชกาลที่ 5 แสดงแบบสื่อมัลติมีเดีย  สุดท้ายคือ กษาปณ์ไทย แสดงตั้งแต่ยุคเหรียญแรก ผลิตด้วยมือ มีวิธีการผลิตเหรียญกษาปณ์แสดงด้วยค่ะ

การแลกเปลี่ยนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คนเราก็มีการแลกเปลี่ยนผลิตผลระหว่างกัน เช่น การนำขวานหินไปแลกข้าวหรือเนื้อสัตว์ ต่อมาจึงมีการใช้สิ่งมีค่าเป็นที่ต้องการทั้งสองฝ่ายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน ได้แก่ เปลือกหอย เมล็ดพืช ปศุสัตว์ ลูกปัด ขวานทองแดง หัวธนู เครื่องมือการเกษตร เป็นต้น และในที่สุดได้นำโลหะทองแดง โลหะเงิน โลหะทอง ซึ่งหายาก มีความคงทน ตัดแบ่งได้ง่ายมาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เมื่อมีการรวมดินแดนต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นประเทศในสมัยโบราณ ผู้มีอำนาจในการปกครองได้ใช้ตราเครื่องหมายของตนประทับลงบนเม็ดเงินที่ใช้ชำระหนี้ โลหะเงินประทับตราจึงเกิดเป็น เงินตรา ขึ้น

2.ห้องประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงแบบสื่อMagic Vision

3.ห้องสีชมพู เป็นห้องที่งดงามที่สุดค่ะ ใช้เป็นที่ถวายการต้อนรับพระมหากษัตริย์และผู้นำต่างประเทศ

4.ห้องบริพัตร แสดงพระราชประวัติ พระกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ มีพระรูปหล่อไฟเบอร์กลาส เหมือนพระองค์จริง สวยงามมากค่ะ และท่านทรงเป็นผู้ที่มีความสามารถในด้านดนตรีไทยและสากลอย่างยิ่งยวด  และได้พระนิพนธ์เพลงไว้มากทั้งเพลงไทยและสากล  ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่แต่งเพลงมาร์ช เช่น มาร์ชบริพัตร เป็นต้น

%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1

5.ห้องสีน้ำเงินเป็นห้องรับแขก  6.ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์ เป็นอดีตห้องทำงานของผู้ว่าการธนาคารชาติพระองค์แรกคือ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวิวัฒนไชย และ 7. ห้องประชุมเล็ก เป็นห้องเก็บเครื่องดนตรีของวังบางขุนพรหม ห้องนี้ มีรูปหล่อของครึ่งตัวของดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 7 ซึ่งอยู่ในตำแหน่งยาวนานกว่า 12 ปี

การที่ดิฉัน ได้ไปชมพิพิธภัณฑ์ฯในครั้งนี้ นับเป็นการกระตุ้นความจำที่เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย สมัยเด็กๆ ให้กลับคืนเด่นชัดขึ้นอีกครั้งค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของดินแดนสุวรรณภูมิ อันอุดมไปด้วย ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ และเป็นศูนย์กลางการค้า มาตั้งแต่โบราณกาล

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88

และเชื่อหรือไม่ว่า..ว่า มีอาณาจักรต่างๆที่ตั้งอยู่ในดินแดนแถบนี้มายาวนานกว่าพันปี ซึ่งได้แก่...

1.อาณาจักรฟูนัน ใช้เงินตราพระอาทิตย์   2.อาณาจักรทวาราวดี ใช้เหรียญทวาราวดี  

 3. อาณาจักรสุโขทัย ใช้เงินพดด้วง  4.อาณาจักรล้านนา ใช้เงินเจียง 

 5.อาณาจักรล้านช้าง ใช้เงินอ้อย   และอาณาจักรศรีวิชัย ใช้เงินนโม

ก่อนกลับ ดิฉันแวะที่ วังเทวะเวสม์  ด้วยค่ะ ภาพข้างล่างนี้ค่ะ มีรูปปั้นช้างสีดำตัวใหญ่เห็นเด่นเป็นสง่าอยู่ ข้างหน้าตึก อดีตเคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ พระบิดาแห่งการต่างประเทศของไทย

 ผู้ทรงมีคุณูปการยิ่ง ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ในสมัยรัชกาลที่ 5 และที่ 6

วังนี้เคยเป็นที่ทำการของกระทรวงสาธารณสุขมาตั้งแต่ ปี2493-2537 รวม 44 ปี ต่อมาได้ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงการต่างประเทศในการบูรณะ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เริ่มทำการบูรณะ มาตั้งแต่ปี 2538 โดยเริ่มที่เรือนแพก่อน และทะยอยบูรณะตำหนักเดิมๆเพิ่มเติม  จนถึงตำหนักใหญ่  บูรณะแล้วเสร็จหมดเมื่อ ตุลาคม 2547

วันนี้ ดิฉันกลับบ้านด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในชาติบ้านเมืองของเรา ที่ได้เห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการทางการเงินของเรา  ซึ่งเป็นประจักษ์พยานเป็นอย่างดีว่า เราเป็นชาติที่มีความเจริญมีวัฒนธรรมมาแต่เก่าก่อน

นอกจากนี้ เราก็เป็นประเทศที่ อุดมด้วยสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับน้ำ มากกว่า ประเทศอื่นใดในโลก น้ำแทรกซึมอยู่ในสิ่งต่างๆ เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม วรรณกรรม นาฏศิลป์ ศิลปะพื้นบ้าน จิตรกรรม ปฎิมากรรม สถาปัตยกรรม หรือการวางผังเมืองเป็นต้น

นี่คือภูมิหลังประเทศไทยค่ะ  ถ้าสนใจ  ที่จะเข้าชม สามารถติดต่อได้ ที่ธนาคารฯเลยค่ะ รับรอง ประทับใจแน่นอนค่ะ    มีเจ้าหน้าที่ของธนาคารฯ เป็นผู้บรรยายและนำชมอย่างละเอียดค่ะ

หมายเหตุ::ข้อมูลเรื่องเงินตราไทย อ้างอิง จาก พิพิธภัณฑ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยและกรมธนารักษ์ ส่วนข้อมูลเรื่องวังบางขุนพรหม และวังเทวะเวสม์ อ้างอิงจากหนังสือ 100 ปี วังบางขุนพรหมและหนังสือ วังเทวะเวสม์