วันนี้ขอนำบันทึกเรื่องของเด็กอีกคนหนึ่งที่เขียนถึงคุณครูของตนในวัยเด็ก ต่อเนื่องเมื่อใกล้ถึงวันครูครับ...
... ครูของฉันไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริง ๆ ท่านเป็นผู้หญิงนะคะ แต่กลับมีนิสัยห้าวหาญเหมือนผู้ชายเสียมากกว่า แต่ครูของฉันชอบแต่งตัวแบบหญิงโบ(ราณ) ผมก็ไม่ทำหน้าก็ไม่แต่ง รูปร่างก็ผอมแห้งแถมยังหิ้วกระเป๋าทีละตั้ง 2 ใบ ซึ่งฉันเคยอาสาช่วยครูหิ้วอยู่บ่อย ๆจึงรู้ได้ว่าในกระเป๋ามีแต่งานของพวกฉันทั้งนั้นเลย ท่านว่าหิ้วติดตัวไว้ ว่างเมื่อไรจะได้หยิบขึ้นมาตรวจได้ทันที ท่านช่างขยันเสียจริง ๆ
ตอนเช้าจะขับมอเตอร์ไซด์เก่า ๆ มาโรงเรียน แบบสโลโมชั่น ฉันเคยถามว่า “ครูขาทำไมไม่ขับเร็ว ๆ ล่ะคะ” ท่านตอบว่า “ครูเหยียบเต็มที่แล้วนะเนี่ยตั้ง 20 เร็วกว่านี้หวาดเสียวแย่”เพื่อนผู้ชายล้อครูว่า “ครูครับ 20 เนี่ยไม่ต้องเหยียบ รถมันก็ไปเองแล้วล่ะครับ” ครูก็จะหัวเราะและบอกว่า “ครูมันแก่แล้ว เธอจะให้ขับไวไปถึงไหน เดี๋ยวก็หัวใจวายไม่ได้มาสอนพวกเธอพอดี”พวกเราก็จะยอมจำนนในเหตุผลของครู แล้วก็ช่วยกันยกสมบัติของครูเข้าห้องเรียนด้วยความเต็มใจ
ครูสอนภาษาไทยกับศิลปะ 2 วิชา แต่ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าครูสอนโลกนี้ทั้งใบให้กับฉันท่านสามารถเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างในโลกให้พวกฉันเห็นความสัมพันธ์ของทุกอย่างได้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่านมีทั้งสื่อและอุปกรณ์ตลอดจนเรื่องเล่ามากมาย ที่ท่านจะเลือกสรรมาใช้กับบทเรียนได้อย่างเหมาะสม จนบางครั้งฉันยังนึกสงสัยว่า ทำไม่ครูจึงรู้อะไรมากมายก่ายกองอย่างนี้ ครูเคยบอกว่า ครูชอบอ่านหนังสือมาก หนังสือทำให้ครูเป็นคนทันโลก ทันเหตุการณ์และได้อะไรใหม่ ๆ มาสอนพวกฉันเสมอ แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่ เพราะฉันเห็นครูที่อ่านหนังสือเก่งหลายคน ไม่เห็นสอนเก่งอย่างครู ฉันคิดว่าเป็นเพราะครูมีความรักความเมตตาพวกฉันมากต่างหาก ครูจึงทุ่มเทสอนพวกฉันมากขนาดนี้ ครูเรียกพวกฉันว่าลูกทุกคำ ใครเรียนเก่งตั้งใจดีครูก็จะส่งเสริมอย่างเต็มที่ จนรุ่นพี่ ๆ ได้รับรางวัลระดับชาติและทุนการศึกษาเรียนต่อจนจบปริญญาตรีหลายคน
ใครที่ดื้อรั้นเกเรครูก็ไม่เคยทิ้ง ครูจะติดตามคอยควบคุมความประพฤติบางทีเพื่อนของฉันยกพวกไปตีกับเด็กโรงเรียนอื่น ฉันแอบบอกครู พอครูรู้ท่านก็รีบไปปราบศึกทันที ท่านไม่เคยหวาดกลัวอันตรายใด ๆ เลย ท่านว่า “ครูรับทั้งผิดและชอบนั่นแหละ พวกเธอเกเรดื้อรั้นอย่างนี้ ครูไม่สอนแล้วใครจะสอน” แม้แต่ฉันซึ่งเป็นเด็กปานกลาง ท่านก็ยังใส่ใจคอยแนะนำส่งเสริมจนฉันเก่งภาษาไทยและศิลปะมากขึ้นกว่าเดิม เราทุกคนได้รับความรักความเมตตาจากครูอย่างเท่าเทียมกัน ครูไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง ครูจึงเป็นที่หนึ่งในดวงใจฉันเสมอ
ครั้งหนึ่งครูแอบได้ยินพวกฉันตั้งฉายาครูในโรงเรียนกัน ท่านถามว่า “แล้วครูล่ะมีฉายาว่าอย่างไร” ทุกคนเงียบกริบไม่กล้าบอก ครูก็ว่าบอกมาเถอะน่า ครูอยากรู้ ไม่ว่าอะไรหรอก“ฉันจึงบอกครูเบา ๆ ว่า “ยมทูตแห้งค่ะ” แทนที่ครูจะโกรธกับหัวเราะชอบใจใหญ่และบอกว่า“เข้าใจตั้ง แล้วอย่าลืมกลัวครูด้วยล่ะ ครูจะได้ไม่ต้องเหนื่อยสอนพวกเธอมากนัก” แต่เชื่อไหมว่าไม่มีใครกลัวครูสักคน เพราะพวกเรารู้แล้วว่าที่ครูดุก็เพราะครูรักพวกเรา ทุกวันนี้ฉันจบการศึกษามาจากโรงเรียนนั้นมาแล้วแต่ก็ยังแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนครูเสมอ ความรักความเคารพของครูที่มีต่อฉันยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย ฉันจึงอิ่มสุขทุกครั้งที่ได้มาเยี่ยมเยียนท่าน
ฉันให้สัญญากับตัวเองว่า ฉันจะตั้งใจเรียนให้มากที่สุด เพื่อจะได้จบการศึกษาออกมาเป็นครู ฉันจะฝึกสอนศิษย์อบรมทุกคนให้เป็นคนดีเหมือนที่ครูทำ โดยมีครูศรีอัมพรเป็นแม่แบบให้ฉันดำเนินรอยตาม
หนึ่งเดียวในดวงใจ
ครูสอนภาษาไทยกับศิลปะ 2 วิชา แต่ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าครูสอนโลกนี้ทั้งใบให้กับฉันท่านสามารถเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างในโลกให้พวกฉันเห็นความสัมพันธ์ของทุกอย่างได้อย่างน่าอัศจรรย์
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 9 ม.ค. 2551
ฉลาด จินดาวัฒน์ · 9 ม.ค. 2551
เศษหนึ่งส่วนสี่ของกลม · 9 ม.ค. 2551
ณัฏฐ์ อนุเซน สกุลรินไซ · 9 ม.ค. 2551