GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ตามไปดู Enterprise Resource Planning (ERP) เค้าว่าเจ๋ง EGAT ยังใช้เลย

สุดยอดซอร์ฟแวร์ ERP ใครไม่รู้จักเชย
Enterprise  Resource  Planning  (ERP)
                

                 ERP เป็นซอร์ฟแวร์ที่ใช้ในการจัดการได้ทั้งองค์กร   โดยทีมีฐานข้อมูลร่วมกัน   เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ที่เดียวกัน เพื่อป้องกันการความซ้ำซ้อนของข้อมูล ทำให้มีประสิทธิภาพ ทำให้มีการแบ่งปันข้อมูลได้สูงสุด และสะดวกรวดเร็วขึ้น โดยแต่ละส่วนสามารถดึงข้อมูลส่วนกลางที่ตัวเองสนใจมาวิเคราะห์ได้     และสามารถที่จะผสมผสานได้หมดไม่ว่าจะเป็น   ฝ่ายการขายและการตลาด ฝ่ายการผลิตและวัตถุดิบ ฝ่ายบัญชีและงบประมาณ และ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์
  ERP จะให้เราทำการปรับปรุงระบบของบริษัทให้เข้ากับ ERP ซึ่งจะแบ่งออกมาเป็นพื้นที่การทำงาน 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้
   1. Marketing Sales (ฝ่ายการขายและการตลาด)  หน้าที่ด้านการจัดซื้อ การขาย  ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า  และโฆษณา
   2. Production And Materials Management (ฝ่ายการผลิตและวัตถุดิบ) ด้านการผลิต การจัดซื้อวัตถุดิบ การขนส่ง ซ่อมบำรุง
   3. Accounting And Finance (ฝ่ายบัญชีและงบประมาณ) ด้านการวางแผนการจัดการงบระมาณ   เงินทุน  บัญชี    ผลิตภัณฑ์
   4. Human Resource (ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์)   ด้านการรับพนักงาน  อบรม  จ่ายค่าจ้าง   และสวัสดิการพนักงาน
  โมดูล SAP R/3  มีดังนี้
  • Sales And Distribution(SD) เป็นเรื่องของการขายทั้งหมด ตั้งแต่การรับรายการสั่งซื้อจากลูกค้าจนถึงส่งของให้ลูกค้า
  • Material Management(MM) เป็นเรื่องของการจัดการเกี่ยวกับวัตถุดิบทั้งหมด
  • Production Planning(PP) เป็นเรื่องของการกำหนดการผลิตหรือ วางแผนการผลิตว่าจะผลิตเท่าไหร่ เป็นส่วนของ MRP
  • Quality Management(QM) เป็นเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ และ ผลิตภัณฑ์ ต่างๆ
  • Plant Maintenance(PM) เป็นเรื่องการจัดการเครื่องจักรหรือทรัพยากรต่างๆ
  • Human Resource(HR) เป็นเรื่องการจัดการกับลูกจ้าง รวมถึงเงินเดือน และสวัสดิการต่างๆ
  • Financial Account(FI) เป็นการทำบัญชีสำหรับคนภายนอก เช่น รายงานส่งสรรพากร
  • Controlling(CO) เป็นการทำบัญชีสำหรับภายใน เช่น รายงานสำหรับผู้บริหารที่ใช้ในการตัดสินใจ
  • Asset Management(AM) เป็นการบริหารงบประมาณที่ถูกจัดสรรต่างๆ ได้แก่ เครื่องจักร รวมถึงการคิดค่าเสื่อมราคา
  • Project System(PS) เป็นการบริหารโครงการ จะเก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับโครงการ และนำไปเชื่อมต่อกับโมดูลต่างๆ  เช่นเงินลงทุนจะไปเชื่อมกับ FI เป็นต้น
  • Workflow(WF) เป็นเรื่องของทิศการทำงานช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างอัตโนมัติ เช่น ส่งคำสั่งผ่าน E-Mail
  • Industry Solution(IS) เป็นโมดูลเพิ่มเติมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละโรงงาน
                ERP ช่วยในการที่จะผสมผสานพื้นที่การทำงานของบริษัทได้    โดยใช้ฐานข้อมูลร่วมกันของแต่ละพื้นที่การทำงาน และช่วยในการรายงานที่ใช้ในการตัดสินใจการจัดการ ไม่ใช่ทุกที่จะใช้ ERP แล้วจะประสบความสำเร็จ การใช้งานของ SAP  ขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร หรือประเภทธุรกิจ เพราะ SAP มีโมดูลจำนวนมาก และการใช้ ERP ให้สำเร็จก็ต้องอาศัยผู้รับเหมาหรือที่ปรึกษา   ซึ่งซอร์ฟแวร์  ERP   นั้นมีราคาสูงมาก    ดังนั้นการเลือกผู้รับเหมา  หรือที่ปรึกษาจึงมีความสำคัญมาก    เพราะผู้รับเหมาหรือที่ปรึกษาจะเลือกผู้จำหน่ายซอร์ฟแวร์ที่เหมาะสมกับบริษัทให้ตรงกับงานที่บริษัทต้องการ        การใช้ซอร์ฟแวร์ ERP  นั้นไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะนำมาใช่ได้    เพราะถ้าธุรกิจขนาดเล็กนำมาใช้จะไม่คุ้มกับการลงทุนไปเลย  ดังที่กล่าวไปแล้วว่าซอร์ฟแวร์  ERP  นั้นมีราคาแพงมาก     ซึ่งอาจจะเหมาะกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูงมากๆ   และมีเงินทุนเพียงพอ
                ประโยชน์ที่ได้จากการนำ ERP มาใช้ คือ ช่วยให้การทำงานของบริษัทสะดวกรวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ไม่เกิดข้อมูลการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน     ลดต้นทุนของบริษัทลง     เพราะสามารถลดจำนวนพนักงานลงได้   ได้รับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว และถูกต้อง  สามารถตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างมั่นใจ แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคุ้มกับการลงทุนระยะยาว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 15759
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ไม่รู้จักมาก่อน พึ่งรู้จักนี้แหละ  ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสุดยอดขนาดนี้