พูดให้ฟัง ไม่ดังเท่าทำให้ดู
  
การดำรงตนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคำพูดที่ได้ยินได้ฟังกันมากในยุคนี้ พ.ศ. นี้  แต่ความลึกซึ้งในความหมาย ความเข้าใจ ของพวกเรา ไม่รู้เข้าใจกันมากแค่ไหน เข้าใจแล้วน้อมนำไปปฏิบัติหรือไม่  หรือดีแต่พูด ดีแต่บอกคนอื่น  แต่ตนเองไม่ทำ ไม่ปฏิบัติ ยังตามใจตัวเอง  ตามอำนาจกิเลส ตามวัตถุนิยม หลงระเริงในความสะดวกสบายอยู่  ไม่ยอมฝืนใจตัวเอง  ยังตามใจตัวเองอยู่  แล้วจะพูดเศรษฐกิจพอเพียงเพื่ออะไร เพื่อผู้อื่นใช่ไหม  ....เพราะฉนั้น การจะพูดอะไรให้ใครฟัง ใครปฏิบัติตนเงต้องทำก่อน ปฏิบัติก่อน ดังคำพูดที่ว่า พูดให้ฟัง ไม่ดังเท่าทำให้ดี  ผู้ที่จะเข้าสู่แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้  อย่างน้อยต้อง ประกอบด้วย  3  อย่าง  จึงจะสู่การพึ่งตนเองได้  คือ

                  1. ต้องเชื่อมั่นหรือศัทธาในแนวคิดเป็นเบื้องต้นว่านี่แหละคือทางรอดสุดท้ายของเรา ถ้าเราทำตาม เรารอดแน่

                   2. ต้องมีการออม นำ ออมดิน ออมต้นไม้ สะสมภูมิปัญญาในการแก้ปัญหา และออมเงินเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา

                    3. ต้องสร้างความหลากหลายให้เกิดขึ้นในพื้นที่เพราะความหลากหลาย จะทำให้เราพึ่งตนเองได้ในเรื่องปัจจัย 4 และเกิดความอุดมสมบูรณ์ขึ้น มีอาหารบริโภคเพียงพอในครัวเรือน อุดรูรั่ว เหลือกินแจก เหลือแจกขาย เป็นรายเหลือ สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ธรรมชาติ เมื่อสร้างให้มีความหลากหลายเกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อยจะเกิดอานิสงส์  5  อ  คือ  อาหาร (ปลอดภัยเพื่อสุขภาพ) อากาศ บริสุทธิ์ ร่มรื่นเพื่มพื้นที่สีเขียว ออกกำลังกาย ได้อนามัยดี ไม่ต้องไปวิ่งเล่นเกิดประโยชน์น้อย ขดดิน ตัดหญ้า แต่งกิ่งไม้ ได้อนามัยทุกวัย หายโกรธ เกลียด เพราะมีที่ระบายอารมณ์  จึงอารมณ์ดี   ได้ออมเพราะไม่ต้องซื้อมากเหมือนเดิม จึงมีเงินเหลือ แล้ว็จะได้เอน แล้วความสุขจะไปไหน   เศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว  แค่ เรา   พอใจในสิ่งที่ตนมี   ยินดีในสิ่งที่ตนได้  และยินดีอย่างสมำเสมอ ....เพราะความสุขอยู่ที่ เรารู้จักพอ...นี่ไง..