เมื่อเป็นนักเรียน คุณครูเคยสอนว่านักปราชญ์ คือ ผู้มีปัญญา ปัญญามาจากการฟัง  การคิด  การถาม  และการเขียน ที่ย่อคำต้นไว้ให้จำกันได้ง่ายๆว่า สุ  จิ  ปุ  ลิ

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อเป็นครู และได้มาสัมผัสกับงานจัดการความรู้ ที่ก่อให้เกิดปัญญาจากการปฏิบัติ จึงลองทบทวนดูว่า การจัดการความรู้ที่รู้จักจะมีอะไรเหมือนกัน หรือต่างกันที่ตรงไหนกับหัวใจนักปราชญ์  เพราะน่าสนใจว่าทั้งสองต่างก็เป็นเครื่องมือสร้างปัญญาให้กับผู้ปฏิบัติ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แล้วนำกลับมาปฏิบัติ ปรับปรุงแก้ไข หาปัจจัยของความสำเร็จ ด้วยการคุย คิด คลิก คลำ แบบที่อาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ ย่อเอาไว้ก็ดูจะเชื่อมกันได้พอดีกับคาถาของหัวใจนักปราชญ์ที่โบราณจารย์ท่านว่าไว้</p>

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คราวนี้มาลองดูเครื่องมือ และรูปแบบที่ใช้กันบ้าง</p>

ในการทำงานจัดการความรู้ 

  • ฟัง การรับฟังอย่างลึกซึ้ง (deep listening) คือ สิ่งที่ต้องมี
  • คิด การคิดเชิงระบบ (system thinking) คือ สิ่งที่ช่วยให้มองเห็นความสำเร็จต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และมีความเชื่อมโยงกัน
  • ถาม การถามด้วยความชื่นชม (AI) คือ เคล็ดลับที่ช่วยให้ความรู้จากการปฏิบัติหลั่งไหลออกมาอย่างไม่รู้สิ้นสุด  ก่อให้เกิดความเคารพ และศรัทธาในกันและกันจากใจ เป็นการถามเพื่อเข้าถึง What – Why – How
  • เขียน การบันทึกเพื่อดูดซับความเข้าใจ โดยไม่ตีความ ไม่มองข้ามรายละเอียด และบันทึกประเด็น What – Why – How ไว้ให้ครบถ้วน ในภาษาที่ตัวผู้เล่ากล่าวออกมา เพื่อจับบรรยากาศทั้งหมดเอาไว้ในบันทึกความรู้ให้ได้

    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ฟัง คิด ถาม เขียน ในแบบของการจัดการความรู้นี้ ยิ่งทำก็ยิ่งเพิ่มพูนสติปัญญา และทักษะในการปฏิบัติ  ช่วยให้พบวิธีการการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร ให้เป็นเรื่องเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ</p>

ขอมอบบันทึกนี้ เป็นสคส. แด่ผู้รักการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกท่านค่ะ                                                                         </span></span>