ใกล้สิ้นปีเก่าและปีใหม่กำลังจะเริ่มต้น โดยส่วนตัวผู้เขียนก็รู้สึกว่าอายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี นั่นคือ ผู้เขียนจะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกปี เพราะผู้เขียนอธิษฐานใจไว้นานแล้วว่า ชีวิตนี้ขออยู่เพียง ๔๐ ปีเท่านั้น ถ้าเหลือจากนี้ก็ถือว่าเป็นกำไร และผู้เขียนก็ได้กำไรมา ๓-๔ ปีแล้ว....
จำได้ว่าเมื่อบวชได้ ๒-๓ พรรษา อายุประมาณ ๒๔-๒๕ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ผู้เขียนได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดอายุตัวเอง (จำชื่อหนังสือไม่ได้) ก็ตั้งคำถามตัวเองขึ้นมาว่า จะอยู่สักกิ่ปี ? หลังจากพิจารณาแล้วก็ตอบว่า ขออยู่ ๔๐ ปีพอ ถ้าอยู่ได้เกินก็ถือว่าเป็นกำไร ... และรู้สึกว่าสิ่งนี้มีอิทธิพลต่อผู้เขียน สาเหตุคือผู้เขียนมักจะบอกเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนคุ้นเคยฟังอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการตอกย้ำนั่นเอง
เมื่อเริ่มต้นหลักสี่ ผู้เขียนก็รับรู้โดยตัวเองว่า ครบแล้ว แรกๆ นั้น รู้สึกว่ามิได้มีอิทธิพลอะไรมากนัก แต่ต่อมา รู้สึกว่า ค่อยๆ จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดพฤติกรรมของตนเองหลายๆ อย่าง เช่น
- ความทะเยอทะยานในความใคร่รู้และในเรื่องต่างๆ ค่อยๆ มอดลง
- ความเกียจคร้านและปล่อยปละละเลยในเรื่องต่างๆ ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
- ชอบที่จะเก็บตัวและอยู่ไปวันๆ
- มักจะหักมากกว่างอในเรื่องต้องตัดสินใจยิ่งขึ้น
...............
เมื่ออายุมากขึ้นและจำนวนพรรษาก็มากขึ้น หลายๆ อย่าง ที่เราไม่รู้และสงสัย เราก็สามารถรับรู้หรือเข้าใจสิ่งนั้นๆ ด้วยประสบการณ์หรือความรู้สึกของเราเอง เช่น...
เมื่อแรกๆ บวช เราก็สงสัยว่า ทำไมพระเถระผู้ใหญ่โดยมาก มักจะอยู่แต่ในห้อง น้ำก็ไม่ค่อยอาบค่อยสรง ฉันมื้อเดียวพ้นไป อารมณ์แปรปรวนบางครั้งก็ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ถือสาใคร แต่บางคราวก็ด่า ตวาด หรือเอ็ดตะโรอย่างไร้เหตุผล.... เดียวนี้พวกเราซึ่งบวชรุ่นราวคราวเดียวกัน มักจะหยอกล้อกันว่า สิ่งที่เราสงสัยพระเถระผู้ใหญ่เมื่อยี่สิบปีก่อนนั้น เดียวนี้เราไม่สงสัยแล้ว เพราะเราก็เริ่มจะเป็นอย่างนั้นแล้ว (..............)
ยี่สิบกว่าปีก่อน ผู้เขียนสงสัยว่า พ่อท่านรูปหนึ่งท่านอยู่แต่ในวัด ไม่มักจะออกไปไหน แต่ทำไมท่านรู้จักคนเยอะ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า ท่านน่าจะไม่รู้จักคนระดับนั้นหรือคนทำนองนี้... พี่ท่านรูปหนึ่งพูดแก้ว่า เพราะเกิดนานแล้ว คนเกิดนานรู้จักคนมาก... เดียวนี้ ผู้เขียนเริ่มเข้าใจความสงสัยในอดีต เพราะอยู่มานานนี้เอง ทำให้เรารู้จักคนมาก และคนก็ไม่เหมือนเดิม บางคนที่สุขภาพถดถอยความมั่นใจก็น้อยลง ที่เริ่มมีเงินมีตำแหน่งเสียงก็ค่อยๆ ดังขึ้น ส่วนบางคนที่เคยเสียงดังกลับไม่ค่อยพูดเพราะ เบื่อ เป็นต้น
........
ตามความเห็นส่วนตัว ความเป็นคนนั้น มิได้มีอะไรมากไปกว่าความรู้สึกและการรับรู้ นั่นคือ เมื่อเรายังไม่ตาย เราก็ยังมีความรู้สึก... ส่วนการรับรู้จะมีผลกระทบไปยังความรู้สึก แม้สิ่งอื่นๆ จะมีหรือไม่มีก็ตาม แต่สองอย่างนี้ก็ยังคงมีอยู่....
การสำรวจความรู้สึกของตัวเองด้วยตัวเอง และการจัดแจงการรับรู้หรือสิ่งที่รับรู้ น่าจะเป็นสิ่งเบื้องต้นในการดำรงชีวิตต่อไป....
ในวาระสิ้นปีเก่าและจะเริ่มต้นปีใหม่นี้ ผู้เขียนก็ขอยินดีสำหรับบางคนที่รู้สึกว่าได้กำไรเพิ่มขึ้นอีกปีทำนองเดียวกับผู้เขียน... และสำหรับบางคนที่ยังไม่ครบต้นทุนตามที่คาดหวังไว้ ผู้เขียนก็ขอแสดงความยินดีเช่นเดียวกัน ที่ได้คืนทุนเพิ่มขึ้นอีกปี....
กราบนมัสการ และน้อมรับพรกำไรนี้ครับ
กราบนะมัสการครับ
มากราบสวัสดีปีใหม่ครับ
ถ้าคิดแบบวิถีแขก ต้องทำกำไรในทุกๆ วันและทุกๆ อย่างของชีวิตครับ
กำไรมากกำไรน้อยไม่เป็นไร ดีหมด
ผมก็ได้กำไรที่ไปอยู่ที่อินเดีย........กำไรทุกวันครับ
นะมัสการครับ
Mr. ดิศกุล เกษมสวัสดิ์
พลเดช วรฉัตร
เจริญพร
กราบนมัสการหลวงพี่ค่ะ
การสำรวจความรู้สึกของตัวเองด้วยตัวเอง และการจัดแจงการรับรู้หรือสิ่งที่รับรู้ น่าจะเป็นสิ่งเบื้องต้นในการดำรงชีวิตต่อไป....
กราบอวยพรปีใหม่หลวงพี่และน้อมรับพรเพื่อคืนทุนเพิ่มอีกหนึ่งปีค่ะ
กราบสามครั้งค่ะ
เบิร์ด
เจริญพร
อายุกาลผ่านพ้น อีกปี
บอกว่ามีกายี แก่แล้ว
ถึงใจยั่งดูดี ก็ไม่ ไหวนา
ควรพึ่งไตรรัตน์แก้ว แน่แล้ว ชีพวิถี
.
มีเกินทุนยิ่งแล้ว หลายปี
ศกใหม่จิตกายดี อยู่พร้อม
หวังผลอยู่หลายปี ร้อยยี่ สิบนา
จิตนิ่งกายออกซ้อม วิ่งอ้อม เดินเหิน
ทนัน ภิวงศ์งาม
เดินเหินพลางวิ่งอ้อม ทางผิด
ใจจ่อหมายนิมิต ทางดี
สงสัยเพ่งพินิจ ธรรมสี่ พรรณนา
ีLink อ่านเชิญที่นี้ หัวหน้า ธรรมแล
ํ เจริญพร
<p>ี</p><p> </p>
ไปดูตามที่ลิ้งค์ เชิญชวน
จบอ่านแลใคร่ครวญ ท่องแท้
หากทำครบกระบวน สมใฝ่ ฝันนา
บุญเปี่ยมชีวิตแม้ เที่ยงแท้ เมืองสวรรค์
.
พลันสืบสานก่อขึ้น ทวีผล
จิตนิ่งแลแยบยล ทั่วแล้
กอปรกิจสิ่งกุศล ละเอียดยิ่ง ยวดนา
ชาติหนึ่งชีวิตแม้ เที่ยงแท้ นิพพาน
ทนัน ภิวงศ์งาม
เจริญพร
กราบ 3 ครั้ง...
พระอาจารย์มีนักกลอนเป็นสหมิตรด้วย...กระผมจะอดใจกระไรได้...
ชีวิตคนผ่านมา... ล่วงไป
ใหม่กับเก่ากำไร... ไหนเล่า
สุขทุกข์เวียนวนให้... หลงเริง อยู่นา
มุ่งมั่นนิพพานแท้... จึงใช่ กำไร(จริง)
5555555...
นายขำ
เพิ่งรู้ว่าท่านเลขาฯ เชี่ยวชาญโคลงสี่แนวพันทาง (แบบว่า ไม่ยึดถือกฎเกณฑ์ 5 5 5)...
อาตมากำลังฝึกหัดแต่งโคลงกับอาจารย์ ทนัน ภิวงศ์งาม ว่างๆ อาจารย์ก็มาเยี่ยมให้ฝึกแต่ง...
ตอนนี้พยายามแต่งให้ถูกสัมผัสและบังคับ เอก ๗ โท ๔ อยู่ ส่วนความไพเราะนั้น ช่างมันเถอะ !
เจริญพร
นิพพานหวังเที่ยงแท้
จริงจัง
หากแต่มารมันยัง
ต่อต้าน
ธรรมเหมาะที่พิงบัง
อปัส เสนธรรม
ธรรมพึ่งพิงรอบด้าน
อ่านได้ คลิกเลย
เลยชีวิตผ่านพ้น
ล่วงไป
เก่าใหม่ไหนกำไร
เล่าแล้
สุขทุกข์เวี่ยนวนไป
หลงอยู่ เริงนา
มุ่งมั่นนิพพานแท้
แน่แล้ว กำไร
ใยเลขาฯขำผ่านพ้น
ปฐมวัย
มีแต่ใจทันสมัย
ใฝ่รู้
มัชฌิมเร่งเป็นไป
สืบต่อ วัยนา
ปัจฉิมยิ่งต้องสู้
สิ่งรู้ อาจลืม
ทนัน ภิวงศ์งาม
นายขำ
เจริญพร
นิพพานของจริงแท้
แต่มันแย่ตรงเฉลย
เพราะม่อนก็ไม่เคย
ได้ไปเลยแดนนิพพาน
เขาว่าแสนเป็นสุข
ไม่มีทุกข์แห่งสังขาร
นึกหวังว่าสำราญ
มันเบิกบานที่หัวใจ
อยากรู้หนทางสู่
ขอผู้รู้ช่วยขานไข
ทางหนึ่งหรือทางใด
หากจะไปถึงนิพพาน
ต้องผ่านที่ไหนบ้าง
ที่เวิ้งว้างหรือคับขาน
สะดวกหรือรำคาญ
ขอไหว้วานท่านบอกเอย
ทนัน ภิวงศ์งาม
คัมภีร์มีมากล้น และเคยทนฝึกแปลมา
อีกอรหัตตา นิพพานาไขเหมือนกัน
อีกคำขยายนั้น ท่านผายผันคำเทียบเคียง
มิใช่ว่าหลีกเลี่ยง ไม่อยากเถียงตามคำภีร์
ที่เหลือนอกจากนี้ ถึงชั่วดีไม่พบเอย
เจริญพร
โอ้โอ๋มโนนึก
ยังติดกึกคำเฉลย
ต่างคนต่างไม่เคย
ไปกันเลยนั่นประไร
คาดว่าตามรู้เถิด
ว่าจักเกิดเมื่อชีพหาย
หรือว่าเป็นอย่างไร
หากไม่ตายจักฮอดฤๅ
นิพพานมีจริงลี้
หรือว่ามีเพียงหนังสือ
ในโลกมนุษย์ลือ
หรือว่ามีที่แห่งใด
ดับจิตถึงนิพพาน
หรือว่าผ่านสวรรค์ไหน
เอ๊ะเรานี่ยังไง
เร่งทำไมจะไปฤๅ
มิใช่อย่างนั้นหรอก
เพียงขอบอกแนวยึดถือ
อย่างน้อยเป็นเครื่องมือ
สิ่งนี้คือความต้องการ
วานเถิดพระคุณเจ้า
บอกให้เรารู้สถาน
เตรียมไว้ก่อนถึงกาล
แดนนิพพานเป็นยอดเอย
โคลงสี่ กลอนพันทาง ชมหรือขาง(ภาษาเหนือ)ช่างชวนคิด
ใครว่า ถูกหรือผิด เพียงหวังมิตร จิตเข้าถึง
เส้นทาง ยังยาวไกล เชิญชวนให้ ครุ่นคำนึง
นิพพาน อันลึกซึ้ง ใคร่เข้าถึง พึงมองตน
มองหา แดนนิพพาน หวังเพียงผ่าน กันสักหน
ไปถึง พึงหลุดพ้น เพียรดั้นด้น หนทางไกล
แท้จริง อยู่ในตน ปุถุชน ค้นหาไม่
หลงเริง กิเลสไป เพลิดเพลินใจ ไม่เห็นจริง(สัจจะ)
มีจริง ก็มิใช่ ทั้งมิใช่ ไม่มีจริง
ไม่มี ทั้งสองสื่ง ก็ไม่จริง ทั้งสองอย่าง
เป็นเพียง อนัตตา นิพพานว่า ให้ปล่อยวาง
เข้าถึง ซึ่งสายกลาง สู่ความว่าง อย่างสุดจริง
ทนัน ภิวงศ์งาม
นายขำ
นิพพานอยู่กับจิต เกจิพิศแตกต่างกัน
บ้างเชื่อว่าอย่างนั้น ความเห็นทั่นพุทธทาส
ดับภพและดับชาติ กิเลศปราศถึงนิพพาน
เปรียบเป็นถิ่นสถาน คือนิพพานเมืองแก้วศรี
กวนอิมช่วยคนดี ไปบุรีพระนิพพาน
แต่งมาเวลานาน เริ่มรำคาญตัวเอง เอย
เจริญพร
ยอมือสา วันตานบน้อม ต่างดวงดอกส้อมมะลิสีใส
ได้อ่านธรรมะซึ้งในหั๋วใจ๋ เปล่งป้อยดวงในหันธรรมเตี้ยงหมั้น
พระสงฆ์หื้อธรรมเป๋นแบบเป๋นขั้น เป๋นสิ่งดีงาม แต๊ตั๊ก
ยกมือไหว้สามายังพระคุณเจ้าที่ได้ให้ข้อคิดในการดำรงชีวิต ให้ข้อคิดในการพัฒนาตนเองดีแท้ ...
จึงฝากคร่าวก้อมมานอบน้อม 1 บท
ไหว้สากราบลา....จากหนาน
NIKHOM
หนานอาจารย์อู้คำเมือง ตุ๊ก็พอเข้าใจ....
อาตมาเคยอยู่ภาคเหนือ และเคยนำผูกเทศน์คำเมืองมาหัดอ่าน คุ้นเคยกับภาษาอยู่บ้าง แต่ความหมายของบางคำก็ยังเข้าไม่ถึง...
เจริญพร