คราวนี้ขอเล่าเรื่อง น้ำซาวข้าว…ใครว่าไร้ประโยชน์...ภาค 2 ต่อละกันค่ะ
เรื่องก็มีอยู่ว่า มีอยู่วันนึงผู้เขียนได้มีโอกาสไปช่วย(วุ่นวาย)ทำกับข้าวกับคุณยาย เผอิญวันนั้นคุณยายจะต้มหน่อไม้ดองใส่เท้าและหางหมู ให้หลานๆกินกัน ซึ่งก็เป็นกับข้าวชนิดหนึ่งที่ผู้เขียนคุ้นรสชาดมานานตั้งแต่เด็กๆแล้ว รสชาด....เยี่ยม โดยเฉพาะถ้าได้กินขณะน้ำต้มอุ่นๆ คุณยายวานให้ผู้เขียนช่วยล้างวัตถุดิบทั้งหลายให้หน่อย ผู้เขียนก็รีบดำเนินการทันที...ล้างหมู...ล้างหน่อไม้ดอง....แล้วก็ไปล้างมือ แต่ปรากฏว่า...มือของผู้เขียนยังมีกลิ่นของหน่อไม้ดองอยู่ ผู้เขียนบ่นเบาๆว่า...ยังเหม็นอยู่เลย คุณยายเลยถามว่าเป็นอะไร ผู้เขียนเลยบอกว่ามือมีกลิ่นของหน่อไม้ดองอยู่...ล้างมือแล้วกลิ่นก็ยังอยู่ คุณยายเลยบอกว่า....ง่ายนิดเดียว....ไปล้างมือด้วยน้ำซาวข้าวที่ในกาละมังซิ.....มันจะดับกลิ่นได้...แล้วค่อยไปล้างสบู่ให้มือหอม.....มันก็เหมือนการดับกลิ่นคาวกุ้งหอยปูปลาด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดนั่นแหละ ....ได้ผล...ง่ายนิดเดียวจริงๆแฮะ...ทำไมมันสารพัดประโยชน์อย่างนี้ คุณยายก็เลยบอกว่า....น้ำซาวข้าวเนี่ยะนะ...เค้าใช้ดองผักด้วยนะ....อย่างผักเสี้ยนดอง...ดองเช้า..เย็นกินได้เลย.....คุณตาทวดนะชอบเลี้ยงปลากัด.....มีตั้งหลายโหล....คุณตาทวดเค้าจะเอาใบตะไคร้เป็นกำๆแช่น้ำซาวข้าวในอ่าง...ได้ลูกน้ำกับตัวไรแดงไปเลี้ยงปลา........อันนี้ฟังแล้วไม่ถูกใจเลย....ก็แหมเล่นเพิ่มประชากรยุง เพิ่มโอกาสการเกิดโรค อย่างนี้ไม่ถือเป็นสรรพคุณที่ดีเอาซะเล้ย...คุณยายขา
สวัสดีปีใหม่ครับ
http://gotoknow.org/blog/nfepadrew/156500
สวัสดีปีใหม่จ้า
สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะครับ