ทะเลาะกัน คือความคิดเห็นไม่ตรงกันไม่ได้แปลว่าต้องเกลียดกัน

องค์กรของผมจะมีการประชุมทบทวนการจัดการประจำไตรมาสทุก 3เดือนและในไตรมาสที่ 2ที่ได้ประชุมผ่านไปทำให้ผมได้รับความรู้เพิ่มเติมคือในระหว่างการประชุมได้มีการนำเสนอหัวของงานงานหนึ่งจากผู้จัดการท่านหนึ่งที่ต้องการช่วยปรับปรุงการทำงานของผู้จัดการอีกท่านหนึ่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยมุมมองของบุคคลต่างแผนกซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจกันเกิดขึ้นถึงขนาดที่สามารถเรียกได้ว่าทะเลาะกันแต่ผลสุดท้ายเมื่อใช้เวลาในการพูดคุยและให้เหตุผลกันในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเปิดโอกาสให้ได้ชี้แจงที่มาและการแก้ไขร่วมกันก็ทำให้ได้ผมสรุปออกมาเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายและได้ผลประโยชน์กับองค์กรดังนั้นผมจึงได้ไปค้นหาเพิ่มเติมจึงได้ทราบว่า การทะเลาะกันคือการเรียนรู้ได้หากว่าสามารถฝึก Learn how to learn ในการทะเละมาได้ถูกวิธี ซึ่งผู้บริหารองค์การจะต้องสร้างบรรยากาศการทะเลาะแบบเรียนรู้ ทะเลาะกันแบบไม่โกรธกัน เอาคนที่มีหลาก ความคิดฝังใจ (mental model )มาเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งเมื่อทะเลาะแล้วได้ความรู้สึกขึ้นมีสติในการเรียนรู้ผ่านกรรมวิธีทะเลาะกัน คำว่า ทะเลาะกัน คือความคิดเห็นไม่ตรงกันไม่ได้แปลว่าต้องเกลียดกัน Tom Peters เขียนในหนังสือ Re-Imagine ว่า องค์กรที่จะอยู่รอดได้สมัยใหม่ คือคนในองค์กร ต่างความคิดกัน ทำงานร่วมกัน ทะเลาะกัน แต่ได้ผลดีออกมา แต่อย่างไรก็ตามคนจะต้องแบ่งแยกให้ออกระหว่างความรู้สึกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน ซึ่งผมก็เห็นด้วยเพราะอย่างตัวอย่างที่ผมได้พูดไว้ข้างต้นหลังจากที่ได้ทะเลาะกันแล้วในเรื่องงาน หลังจากได้ลงมติแล้วก็จะพูดคุยและประสานงานเรื่องอื่นได้เหมือนเดิม ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการประสานงาน เพราะทั้งสองคนไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเป็นเพียงเรื่องของงานที่ต่างฝ่ายต่างต้องการให้องค์กรได้รับประโยชน์สูงสุด