ทุกวันนี้คุณครูของเราเหนื่อยมาก ในโอกาสใกล้จะถึงวันครู ขอนำข้อเขียนของคุณสุธิญา พูนเอียด อ.ลานสภา จ.นครศรีธรรมราช ที่เขียนถึงคุณครูในดวงใจของเธอมาเล่าสู่กันฟังครับ…
…ผู้คนทั่วไปมักกล่าวว่า “ครูคือเทียนทองส่องชีวิต” สำหรับฉันแล้ว ถ้าหากใครไม่ได้สัมผัสบาทบาทและหน้าที่ของครูอย่างจริงแท้แล้ว ก็คงจะมองภาพที่เกิดจากคำกล่าวข้างต้นไม่ออกและไม่แจ่มชัดเท่าไร ฉันเองก็เป็นคน ๆ หนึ่งบนโลกใบนี้ที่มีครูเช่นกัน ทำให้ฉันได้พิสูจน์แล้วว่าคำกล่าวข้างต้นเป็นจริง ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่
ฉันมีคุณพ่อและคุณแม่เป็น “ครูคนแรกผู้มีแต่ให้” ท่านทั้งสองไม่เพียงแต่เป็นครูที่คอยอบรมสั่งสอนความประพฤติผิดชอบชั่วดีแก่ฉันและพี่ชายเท่านั้น แต่ท่านยังเป็น “ครู” ผู้มอบสรรพวิชาความรู้แก่นักเรียนมาเป็นเวลากว่า 20 ปี สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ ทำให้ฉันเกิดความประทับใน “คุณค่าของคำว่าครู” อันวิเศษ งดงามมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และยิ่งทวีคุณเมื่อฉันได้เข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษาตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช เป็นเวลา 6 ปีในครั้งนั้นทำให้ซาบซึ้งและติดตรึงตราในตัวตนของครูผุ้มีหัวใจที่มุ่งสร้างสรรค์ชนและส่งเสริมชาติอย่างเต็มความสามารถ
ฉันได้รับโอกาสจากครูผู้ “เสียสละ” และ “มิหวังผล” อย่างประมาณค่ามิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณครูภาวณี สุคนธชาติ ท่านเป็นครูผู้กระทำตามบทบาทและหน้าที่แห่ง “ความเป็นครู” เพื่อสอนและสร้าง “ความเป็นคน” ได้อย่างยอดเยี่ยม ท่านสามารถถ่ายทอดความรู้วิชาภาษาไทยทั้งหลักภาษาและวรรณคดีให้ศิษย์เข้าใจลึกซึ้งได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นการถามตอบในห้องเรียนที่ช่วยให้ศิษย์มีความสุข สนุกสนานและรู้รักสามัคคีหรือการมอบงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และปลูกฝังนิสัย “รักการอ่าน” อย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยการบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน สิ่งเหล่านี้เป็นกลวิธีและสื่อการสอนแบบง่าย ๆ แต่เมื่อผนวกความตั้งใจและความใจดีของท่านแล้วกลับทำให้ฉันหลงใหลภาษาไทย และมีพลังใจที่จะศึกษาวิชาอื่น ๆ ต่อไป คุณครูภาวณีไม่ได้สอนศิษย์เฉพาะในห้องเรียน แต่ท่านยังสอนให้ศิษย์รู้จักดำเนินชีวิตในสังคมอย่างไม่ย่อท้อและยอมรับความจริง ไม่ว่าใครจึงสามารถปรึกษาท่านได้ทุกเรื่องโดยไม่จำกัดเวลา เพราะท่านมักให้อภัยและให้โอกาสแก่ศิษย์เสมอ แม้หมดเวลาทำงานแล้ว แต่หากใครเดินผ่านไปที่ห้องทำงานของท่าน จะเห็นภาพหญิงผู้หนึ่งที่ไม่เคยละความพยายามกำลังตรากตรำทำงานอย่างขะมักเขม้น โดยไม่หวั่นว่าจะต้องเหนื่อยหนักสักเพียงใดในการเตรียมการสอนและงานราชการอื่น ๆ
นอกจากนี้ท่านยังนำนักเรียนเข้าร่วมประกวดทักษะด้านภาษาไทยด้วยตนเองทั้งภายในและภายนอกจังหวัดควบคู่กับปณิธานมุ่งมั่นที่จะให้ “ศิษย์ได้ดี” ฉันเคยเป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดบทร้อยกรองกับศิษย์คนอื่น ๆ จึงมีความใกล้ชิดกับท่าน คุณครูจะให้ความอิสระแก่ศิษย์
ในขณะที่ต้องอยู่ในกรอบของความพอดีอย่างพอเพียงตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็น “ครูของแผ่นดิน”คุณครูภาวณีมักสอนศิษย์ให้ไม่ละความเพียรบนรากฐานแห่งคุณธรรม น้ำตาที่ไหลหลั่งทุกครั้งไม่ว่าศิษย์จะได้รับรางวัลหรือไม่ก็ตามล้วนบ่งบอกว่า “ครูมีกำลังใจให้ศิษย์เสมอ” และปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้หยาดเหงื่อของตนเป็นส่วนหนึ่งในการส่งศิษย์ก้าวไปสู่ฝั่งฝันความปิติและความตื้นต้นจึงก่อตัวขึ้นในทุกอณูชีวิตของฉันทุกครั้ง เมื่อระลึกถึงพระคุณของท่านอย่างอิ่มเอมใจ
ทุกรอยยิ้มและทุกถ้อยคำของครูจึงเปรียบเสมือน “แสงเทียนทอง” ที่ส่องชีวิตให้สดใสโดยแท้ “หัวใจที่สร้างสรรค์” ของครูจึงพร้อมรินหลั่งความดีให้สถิตในความทรงจำและประทับอยู่ในทุก ๆ ลมหายใจของศิษย์สืบต่อไป ทุกที่และทุกเวลาอย่างมิลางเลือน ฉันมีวันนี้ได้ก็เพราะมีครู ผู้หล่อหลอมชีวิต จิตใจและรักการสอน “ความรู้คู่คุณธรรม” ให้เป็นภูมิคุ้มกันศิษย์ตราบนิจนิรันดร์..
หัวใจครูผู้สร้างสรรค์
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ปวีณา ธิติวรนันท์ · 28 ธ.ค. 2550
อ.อาลัม · 28 ธ.ค. 2550
Mr. ธนู ผลบุญ · 28 ธ.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 28 ธ.ค. 2550
พิสูจน์ · 28 ธ.ค. 2550