Prince Mahidol Award Conference 2007 และการเตรียมการ Conference 2008
การประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2007 ใกล้เข้ามา เหลือเวลาอีกเดือนเดียว ผมจึงนำเอาเรื่องราวมาเผยแพร่แก่ผู้สนใจ โดยได้จากเอกสารที่เขาเตรียมไว้สำหรับการหารือระหว่างท่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศ วีระศักดิ์ ฟูตระกูล กับ นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ และผม เมื่อวานนี้
รายงานความก้าวหน้า
การเตรียมการจัดการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2551
และการเตรียมการในการจัดประชุมประจำปี 2552
<h1 style="margin: 0in 0in 0pt 0.25in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .25in">
1. หัวข้อการประชุมประจำปี 2551 และเจ้าภาพร่วมจัดประชุม
</h1><p>การประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2551 (Prince Mahidol Award Conference 2008) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2551 ณโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ หัวข้อหลักของการประชุม ได้แก่ “Three decades of primary health care: Reviewing the past, defining the future” ทั้งนี้ถือเป็นการประชุมหนึ่งใน 6 การประชุมที่จะจัดขึ้นทั่วโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีแห่งการสาธารณสุขมูลฐาน</p><p> การประชุมในปี 2551 นี้ มีเจ้าภาพร่วมจัดการประชุม ได้แก่ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การอนามัยโลก และธนาคารโลก โดยได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากองค์กรอื่นๆที่สำคัญได้แก่ มูลนิธิรอกกีเฟลเลอร์ Global Health Workforce Alliance, Health Metrics Network, The Brookings Institute, People Health Movement, Health Metrics Network, Global Health Workforce Alliance, Global Fund to fight AIDs, TB and Malaria (GF), Global Alliance on Vaccine and Immunization (GAVI) และ Asia Pacific Action Alliance on Human Resources for Health </p><p> ทั้งนี้เจ้าภาพและผู้สนับสนุนทุกองค์กรได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการอำนวยการในการจัดการประชุม โดยมีนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (ศ.น.พ. วิจารณ์ พานิช) และ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก นาย Ian Smith และ หัวหน้าธนาคารโลกด้านสุขภาพประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Dr. Toomas Palu เป็นประธานร่วม มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆเป็นกรรมการ และมี น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นเลขานุการ </p><p> ทีมงานเลขานุการ เป็นทีมงานร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล (คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม) และ กระทรวงสาธารณสุข (สำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ และสำนักงานแผนงานนโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ-IHPP สำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข) </p><h1 style="margin: 0in 0in 0pt 0.25in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .25in">
2. เนื้อหาและประเด็นการประชุมย่อย
</h1><p>เนื้อหาและประเด็นของการประชุมประกอบด้วย การกล่าวปาฐกถานำ โดยวิทยากรรับเชิญระดับโลก คือ รองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (Dr, Asamoa Bahr) และรองประธานธนาคารโลก (Dr. Joy Phumaphi) การทบทวนภาพรวมการดำเนินงานของการสาธารณสุขมูลฐาน ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา โดยนำเสนอผ่านกรณีศึกษาของ 5 ประเทศ และการประชุมประเด็นด้านระบบสุขภาพที่เกี่ยวข้องการการสาธารณสุขมูลฐาน 6 เรื่อง รวมทั้ง การจัดงานระลึกการครบรอบ 30 ปีแห่งการสาธารณสุขมูลฐาน ดังนี้</p><ul>
Panel session : Primary Health Care. Past Achievement, Future Challenges and Responses: 5 country case studies (WHO, WB, RF, PMAC เป็นเจ้าภาพร่วม)
Who Services Primary Health Care and How They Can Be Effectively and Equitably Created, Motivated and Maintained to Provide Good Services? (GHWA, AAAH, WHO, PMAC เป็นเจ้าภาพร่วม)
PHC and Public Health Surveillances and Responses (WHO, RF, NTI เป็นเจ้าภาพร่วม)
Impact of Global Health Initiatives on PHC and their Contribution to Strengthening Health Systems (GF, GAVI, UNAIDS, WB เป็นเจ้าภาพร่วม)
International Trade, Trade Agreements and Health : Implications for PHC (WHO, PMAC เป็นเจ้าภาพร่วม)
Financing PHC : What Are Resource Gaps and How to Mobilize Them? (WB, Health Financing Task Force, PMAC เป็นเจ้าภาพร่วม)
Evidence, Information for Health Systems Strengthening Focusing on PHC (HMN, GF, GAVI, WHO, Google and PMAC เป็นเจ้าภาพร่วม)
</ul><p> นอกจากนี้ ก่อนการประชุม จะมีการจัดการศึกษาดูงานกิจกรรมสาธารณสุขมูลฐานในจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ ประมาณ 7 แห่ง ในวันที่ 30 มกราคม 2551 ให้กับผู้เข้าร่วมประชุมที่สนใจตามความสมัครใจ </p><p>ข้อสรุปที่สำคัญจากการประชุม มุ่งเน้นสองประเด็นคือ ประเด็นที่ค้นพบและได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศต่างๆและจากเอกสารวิชาการและการนำเสนอ และประเด็นข้อเสนอเพื่อการพิจารณาดำเนินการโดยประเทศต่างๆและองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานในภาวะโลกาภิวัตน์ ข้อสรุปดังกล่าวจะนำเสนอต่อเวทีระหว่างประเทศและจะนำไปสรุปรวมกับข้อค้นพบและข้อเสนอจากการประชุมอีก 5 ครั้ง เพื่อสรุปเป็นข้อค้นพบและข้อเสนอระดับโลกต่อไป </p><h1 style="margin: 0in 0in 0pt 0.25in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .25in">
3. กิจกรรมในการเตรียมการประชุม
</h1><p>คณะกรรมการอำนวยการประชุมฯ และทีมเลขานุการการประชุมฯ พร้อมทั้งทีมงานต่างๆ ได้มีการจัดประชุมเพื่อเตรียมการต่างๆ ดังนี้3.1 การจัดประชุมเตรียมการ ประกอบด้วยการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และการประชุมฝ่ายเลขานุการ ซึ่งได้จัดประชุมดังนี้</p><ul>
จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ เพื่อกำหนดกรอบในการดำเนินงานหลักๆ จำนวน 3 ครั้ง o ครั้งที่ 1 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2550 ที่กรุงเทพ โดยมีหน่วยงานฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ o ครั้งที่ 2 วันที่ 11 พฤษภาคม 2550 ที่เจนีวา โดยมี WHO เป็นเจ้าภาพ o ครั้งที่ 3 วันที่ 5 ตุลาคม 2550 ที่วอชิงตัน ดีซี โดยมี World Bank เป็นเจ้าภาพ
จัดประชุมคณะกรรมการฝ่ายไทย ซึ่งมี ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช เป็นประธาน เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นประจำเกือบทุกเดือน
</ul><p>3.2 จัดส่งนักวิชาการไทยไปร่วมปฏิบัติงาน ณ องค์การระหว่างประเทศที่เป็นเจ้าภาพร่วม เพื่อร่วมสนับสนุนทางวิชาการในการจัดประชุมทั้งนี้โดยร่วมกันรับภาระค่าใช้จ่ายระหว่างไทยกับองค์กรเจ้าภาพร่วมหรือองค์กรที่สนับสนุน</p><ul>
จัดส่งนักวิชาการปฏิบัติงาน เพื่อประสานงานกับองค์การอนามัยโลก 2 คน ได้แก่ (1) น.พ. ดร. พงษ์ธร พอกเพิ่มดี นพ. 8 สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เป็นเวลาหนึ่งปี ในระดับ P5 โดยไทยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด (2) ผศ. ดร. นุสสราภรณ์ เกษสมบูรณ์ คณะเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น ปฏิบัติงานที่ Department of Trade, Ethic and Social development ระยะเวลา 9 เดือน ในระดับ P3 โดยองค์การอนามัยโลกออกค่าใช้จ่าย 6 เดือน และไทยออกค่าใช้จ่าย 3 เดือน
จัดส่ง ดร. สุพล ลิมวัฒนานนท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปปฏิบัติงานเป็นเวลา 12 เดือนที่ธนาคารโลกสำนักงานใหญ่ ณ กรุง วอชิงตัน ดี.ซี โดยมูลนิธิรอกกีเฟลเลอร์ออกค่าใช้จ่ายให้ 50,000 เหรียญสหรัฐ ที่เหลือไทยเป็นผู้จ่าย (อีกประมาณ 70,000 เหรียญสหรัฐ)
</ul><p> งบประมาณในการจัดส่งนักวิชาการของไทย ใช้งบประมาณในโครงการจัดการประชุมนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ</p><p> ในปีแรกนี้ นักวิชาการทีได้รับการคัดเลือก มาจากทีมนักวิชาการที่ทำงานกับเครือข่ายของ IHPP ในปีต่อไปนักวิชาการที่ได้รับการคัดเลือกไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ จะคัดเลือกโดยมีกรรมการที่มีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย โดยมี ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช เป็นประธานคณะกรรมการ</p><p>3.3 เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ และจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศ ร่วมกับองค์กรเจ้าภาพต่างๆ เพื่อเตรียมการประชุมในประเด็นด้านวิชาการ ดังนี้</p><ul>
ประชุมเรื่องการสาธารณสุขมูลฐานครั้งที่ 1 ณ กรุง บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างวันที่ 13-17 สิงหาคม 2550 โดอมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าคณะฯ
เข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเรื่อง การพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขในชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข โดยองค์การอนามัยโลก ณ นครเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2551 จัดโดยองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
สนับสนุนการประชุมเครือข่ายพันธมิตรกำลังคนด้านสุขภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคม 2550 เพื่อสนับสนุนการประชุมประเด็นย่อยที่ 1 ในเรื่องการพัฒนากำลังคนในงานสาธารณสุขมูลฐาน จัดโดย AAAHo ประชุมเรื่องการสาธารณสุขมูลฐานครั้งที่ 2 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2550 จัดโดย รัฐบาลจีนร่วมกับองค์การอนามัยโลก
ร่วมกับมูลนิธิรอกกีเฟลเลอร์จัดประชุม นำเสนอการศึกษากรณีศึกษาการสาธารณสุขมูลฐาน จำนวน 5 ประเทศ ณ ศูนย์ประชุมเบลลาจิโอ ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2550
ร่วมกับมูลนิธิรอกกีเฟลเลอร์จัดประชุม เรื่อง PHC and Public Health Surveillances and ResponsesNetwork ณ ศูนย์ประขุมเบลลาจิโอ ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม 2550
</ul><p>3.4 การจัดหานักวิชาการไทยเข้าร่วมเป็นคณะ rapporteur ร่วมกับนักวิชาการชั้นนำของโลก เพื่อให้ได้ประสบการณ์และได้สร้างเครือข่ายระหว่างกัน ซึ่งมีทั้งนักวิชาการจากกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัย </p><h1 style="margin: 0in 0in 0pt 0.25in; text-indent: -0.25in; tab-stops: list .25in">
4. สถานการณ์ในการเตรียมการ
</h1><ul>
Keynote Speech ได้ส่งหนังสือเชิญ Professor Muhammad Yunus, Founder and Managing Director of the Grameen Bank จากประเทศบังคลาเทศ และเป็นผู้ได้รบรางวัลโนเบลปี 2006 กล่าว Keynote Speech ร่วมกับรองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก และรองผู้อำนวยการธนาคารโลก ในโอกาสเปิดการประชุมฯ ซึ่ง Prof.Yunus ติดภารกิจอื่นๆ ไม่สามารถมาแสดงปาฐกถานำได้ ได้เชิญ นพ. Ruit ผุ้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2550 เป็น Keynote Speaker ในหัวข้อเรื่อง Appropriate High Technology for PHC รวมผู้กล่าว Keynote Speech 3 คน ได้แก่ Dr. Asamoa Bahr, DDG/WHO, Dr. Joy Phumaphi, VP/Human Development, และ Prof. Ruit
การเตรียมการสำหรับ session ต่างๆ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆที่รับเป็นเจ้าภาพในการจัดกำหนดการ และการเชิญวิทยากรเป็นอย่างดียิ่ง โดยได้สรุปเนื้อหาและรายชื่อวิทยากรในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการครั้งที่ 3 ของปี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 และจะส่งรายละเอียดกำหนดการให้ฝ่ายเลขานุการ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2550 ขณะนี้ (กลางธันวาคม) ได้รับการตอบรับยืนยันมากว่าร้อยละ 90
ฝ่ายเลขานุการกำหนดส่งจดหมายเชิญถึงวิทยากร และผู้เข้าร่วมประชุมภายในเดือนตุลาคม 2550 ขณะนี้( ปลายธันวาคม) ดำเนินการออกหนังสือเชิญไปแล้ว กว่า 400 คน ตอบรับมาแล้วเกือบ 100 คน ผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศคาดว่าจะมีมากกว่า 250 คน โดย PMAC สนับสนุนประมาณ 50 คน
การเลือกสถานที่ดูงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขได้ประสานกับพื้นที่ใกล้เคียงกรุงเทพทั้ง 7 แห่งเพื่อเตรียมการเรียบร้อยแล้ว และมหาวิทยาลัยมหิดลได้จัดนักศึกษาแพทย์ที่มีทักษะดีในภาษาอังกฤษเข้าร่วมสนับสนุนการดูงานด้วย ขณะนี้มีผู้ตอบรับและแสดงความจำนงในการดูงานกว่า 30 คนแล้ว
ได้คัดเลือกโรงแรมและเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่เรียบร้อยแล้ว โดยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ดำเนินการ คัดเลือกโรงแรมที่เหมาะสมในการที่สมเด็จพระเทพฯจะเสด็จเปิดงาน รวม 3 โรงแรมได้แก่ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค โรงแรมโซฟิเทลเซ็นทรัล และ โรงแรมดุสิตธานี ทั้งนี้ได้มีการจับสลากเพื่อผลัดกันเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม โดยมีค่าใช้จ่ายในอัตราเดียวกัน โดยในปี 2551 จัดที่ โรงแรมดุสิตธานี ปี 2552 จัดที่ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค และ ปี 2553 จัดที่โรงแรมโซฟีเทลเซ็นทรัล
</ul><p>5. บทบาทของกระทรวงสาธารณสุข</p><p>5.1 เป็นกรรมการในคณะกรรมการอำนวยการ โดยท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นกรรมการ และมีทีมงานเลขานุการ ประกอบด้วย น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ น.พ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร และ น.ส. โสภิดา อาชวนิชกุล นอกจากนี้ยังมีผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และเลขาธิการสปสช.เป็นกรรมการด้วย</p><p>5.2รับผิดชอบร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลในการดูแลด้านวิชาการ เอกสารการประชุม และอำนวยความสะดวกในการประชุม ตลอดจนการบันทึกสรุปการประชุม (โดยIHPP)</p><p>5.3เป็นหน่วยงานในการจัดทำคำของบประมาณ (โดยสำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ) โดยอยู่ในหมวดอุดหนุนทั่วไป ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไว้จำนวนปีละ 80 ล้านบาท แต่เนื่องจากในระยะแรกยังจัดกิจกรรมต่างๆไม่ครบถ้วน จึงได้ตั้งงบประมาณปีละ 40 ล้านบาท และเนื่องจากค่าใช้จ่ายต่างๆจะต้องดำเนินการใช้จ่ายข้ามปีงบประมาณและต้องการความคล่องตัวในการดำเนินการ จึงโอนเงินงบประมาณดังกล่าวไปไว้ที่ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกคำสั่งจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการงบประมาณและประสานการดำเนินการในการจัดการประชุมฝ่ายไทย โดยมี ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และประธาณคณะกรรมการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นประธาน และมีผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เป็นเลขานุการ และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเป็นองค์กรในการบริหารจัดการงบประมาณด้วย</p><p>5.4ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายกระทรวงสาธารณสุข เพื่อประสานงานการดำเนินการในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ เป็นเลขานุการ </p><p>6. บทบาทของมหาวิทยาลัยมหิดล รับผิดชอบด้าน logistic (Siriraj) and technical (Institute of Population and Social Research) secretariat. </p><p>7. บทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ รับผิดชอบในด้านการประชาสัมพันธ์ และการเชิญพร้อมทั้งดูแล แขกผู้รับเชิญในด้านการทูต โดยเฉพาะทูตานุทูต และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับสุขภาพในประเทศไทย และการประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศในGeneva (โดย permanent mission ที่ Geneva) และอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการออกวีซ่า ให้แก่ผู้เข้าร่วมการประชุม </p><p>8. บทบาทของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล รับผิดชอบในเรื่องการประสานกับสำนักพระราชวังในเรื่อง protocol ในพิธีเปิด และในการเชิญผู้เข้าร่วมพิธีรับรางวัล PMA และร่วมงาน royal dinner รวมทั้งผู้ร่วมโต๊ะเสวยพระสุธารสชา และนิทรรศการหรือ slide เกี่ยวกับรางวัล PMA </p><p>9. การเตรียมการจัดประชุมในปี 25529.</p><p>1 หัวข้อหลักในการประชุม ได้มีการสำรวจความคิดเห็นจากเจ้าภาพร่วมและคณะกรรมการจัดการประชุมนานชาติ เพื่อให้ได้หัวข้อหลักในการประชุม แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดการประชุม เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 ณ ธนาคารโลก นครวอชิงตัน ดี.ซี. และที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะให้เลือก ระหว่าง 2 หัวข้อคือ Healthy Public Policy และ Foreign Policy and Global Health โดยทีประเด็นที่น่าพิจารณาคือ</p><ul>
Healthy Public Policy เป็นหัวข้อที่กว้างและเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆ เช่น งานของ Commission on Social Determinants of Health, Health Impact Assessment Network, คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และเป็น หนึ่งในห้ายุทธศาสตร์หลักในการสร้างเสริมสุขภาพภายใต้ Ottawa Charter ดังนั้นน่าจะมีองค์กรต่างๆสนใจเข้าร่วมด้วยจำนวนมาก ประเด็นสำคัญคือจะต้องมีการสร้างรูปธรรมที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งประเทศไทยก็มีตัวอย่างอยู่มากพอสมควร ตั้งแต่ระดับพื้นที่/ชุมชน จนถึงระดับชาติ
Foreign Policy and Global Health เป็นหัวข้อที่แคบลงมา มุ่งเน้นการพัฒนาบทบาทของนโยบายด้านการต่างประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศ ในเรื่องปัญหาสาธารณสุข ที่เป็นปัญหาระดับโลก เช่น การค้าระหว่างประเทศกับสุขภาพ ปัญหาโลกร้อนกับสุขภาพ ปัญหาการเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ปัญหาการเคลื่อนย้ายกำลังคนด้านสุขภาพ ปัญหาความไม่สงบกับสุขภาพ เป็นต้นทั้งนี้ได้มีการจัดตั้งเครือข่าย Foreign Policy and Global Health ขึ้นโดยการนำของ กระทรวงการต่างประเทศ 7 ประเทศ ได้แก่ บราซิล ฝรั่งเศส เซเนกัล นอร์เวย์ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ไทย และ อินโดนีเซีย มาตั้งแต่พ.ศ. 2549 โดยมีการขับเคลื่อนจนเกิด Oslo Declaration ขึ้นในเดือน มีนาคม 2550 และมีการจัดประชุม Side meeting ระหว่างการประชุมประจำปีของสมัชชาสหประชาชาติ ในเดือนกันยายน 2550 โดยมีประเทศต่างๆสนใจเข้าร่วมประชุมมากกว่า 60 ประเทศ ทั้งนี้ นอร์เวย์และฝรั่งเศส จะเป็นเจ้าภาพหลัก และมีสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ค กับองค์การอนามัยโลกให้การสนับสนุน ทั้งนี้จะมีการจัดประชุมเครือข่ายภายหลังการประชุม PMAC ในวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2551 ณ นครเชียงใหม่ โดยกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพหลักและกระทรวงสาธารณสุขให้การสนับสนุน รวมทั้งจะมีการขับเคลื่อนให้มี มติสหประชาชาติในเรื่องนี้ด้วย
กระบวนการและกลไกการตัดสินใจ ฝ่ายเลขานุการการจัดประชุมPMAC ได้ประสานงานกับ potential partners ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ (เข้าพบปลัดกระทรวงฯ) เครือข่าย FPGH องค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และ RF ได้ข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้ 1) กระทรวงการต่างประเทศ ยินดีร่วมทั้ง 2 เรื่อง แต่เห็นว่าเรื่อง healthy public policy จะมีความกว้างกว่าและสามารถรวมเอาเรื่อง FPGH เข้าไปด้วย แนวโน้มอยากให้ healthy public policy เป็นหัวข้อหลัก 2) ธนาคารโลกมีแนวคิดว่า FPGH ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก แต่ไม่ใช่เรื่องทีอยู่ในความรับผิดชอบของธนาคารโลก 3) องค์การอนามัยโลก ยังมีท่าทีที่ไม่ชัดเจน แต่กำลังมีกิจกรรมขับเคลื่อนทั้งสองเรื่อง โดยเรื่อง Healthy Public Policy ก็มีเรื่องเกี่ยวกับ Commission of Social Determinants of Heath และ เรือง FPGH ก็มีการขับเคลื่อนในประเด็น Global Health Diplomacy โดยมีความเห็นว่า ถ้าเราจะจัดให้ FPGH เป็นหัวข้อหลัก ควรจะให้ สำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ เป็นเจ้าภาพร่วม และองค์การอนามัยโลกเป็นผู้ให้การสนับสนุนจะดีกว่า 4)RF ทั้งสองเรื่องไม่ได้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจหลักของมูลนิธิ มูลนิธิให้ความสนใจกับเรื่องการพัฒนาระบบสาธารณสุข การเฝ้าระวังและการควบคุมโรค และการพัฒนาบทบาทของภาคเอกชนในระบบบริการสุขภาพ แต่ก็ยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ 5) เครือข่าย FPGH ประเทศนอร์เวย์แสดงความชัดเจนที่จะร่วมเป็นเจ้าภาพ หากมีการจัดประขุมในหัวข้อ FPGH
ข้อเสนอ หากจะดำเนินการจัดประชุม PMAC ในหัวข้อ FPGH ซึ่งมีความน่าสนใจมากพอสมควร แต่คงจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศทื่จะมีบทบาทหลัก ซึ่งจะสามารถติดต่อประสานงานกับสำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติได้ดี และมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับกระทรวงต่างประเทศทั่วโลก การจัดประชุมอาจจะเป็นการประชุมทั้งระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ และระดับปฏิบัตการ/วิชาการ ซึ่งจะต้องลงทุนลงแรงอีกค่อนข้างมาก แต่ก็จะได้ประเด็นเชิงนโยบายมาก แต่หากจัดในเรื่อง Healthy Public Policy ก็จะอยู่ในกรอบที่จะสามารถจัดได้ง่ายขึ้นและมีภาคีหลักๆที่พอจะเห็นตัวอยู่ รวมทั้งจะเป็นครั้งแรกที่ประขุมกันเฉพาะเรื่องนี้ โดยจะต้องเน้น รูปธรรมการปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่พูดแต่หลักการและแนวคิดเท่านั้น
</ul><p>สรุป ประธานคณะกรรมการ (ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช) จะได้ปรึกษาอย่างเป็นทางการกับปลัดกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องนี้ในวันที่ 27 ธันวาคม 2550 และจะทำการตัดสินใจให้ได้ภายในเดือน ธันวาคม เพื่อสามารถจะเตรียมการได้ทันที โดยเริ่มการจัดประชุม คณะกรรมการจัดการประชุมทันที ภายหลังการประชุม PMAC 2008. </p><p> เอกสารนี้จัดทำโดยคุณตั๋น (พรรณนภา จันทรารมย์) เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ โดย นพ. สุวิทย์ช่วยแก้ไขเพิ่มเติม ผมจึง (ไม่ได้) ขออนุญาตเอามาเผยแพร่ ให้สาธารณชนไทยได้รู้เห็นและชื่นชมเรื่องราวดีๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีทำงานที่ผมสุดแสนจะชื่นชม เช่นนี้</p><p>วิจารณ์ พานิช</p><p>๒๘ ธ.ค. ๕๐</p>