เขากระวนกระวายมาก ผู้เขียนเข้าใจ และกำลังตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดี

    วันนี้สำนักงานสาธารณสุข อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จัดงานทำบุญร่วมกันที่สำนักงาน และถือโอกาสจัดปีใหม่ รับประทานอาหารร่วมกัน เสียเลย มื้อกลางวัน

    ส่วนมากหมออนามัย จะไม่ค่อยได้อยู่งานที่รวมญาติ กันแบบนี้ ในเวลากลางคืน เพราะสถานีอนามัย ของแต่ละคน อยู่ไกลอำเภอ ตามที่บอกว่า เรามักตั้งอยู่ในชนบท อีกอย่างก็มีภารกิจครอบครัว ลูกเต้า ก็ต้องหอบกันพะรุงพะรัง ส่วนมากจะใช้รถมอร์เตอร์ไซด์ แต่เดี๋ยวนี้ มีรถยนต์กันมากขึ้น

  นึกถึงชีวิตการมีครอบครัว ของหมออนามัย แล้วก็น่าเห็นใจ เวลาส่วนมาก จะผูกติดกับสถานีอนามัย เหมือนรอเหตุ ไปไหนไม่ค่อยไกล ดูทั้งลูกตัวเอง ลูกชาวบ้าน วุ่นกันไประยะหนึ่ง พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็มีประสบการณ์  ที่อยากจะบันทึกไว้ให้อ่านกัน

  จำได้ว่า ช่วงท้องลูก ก็ไม่ค่อยได้หยุดงาน ทำคลอด รักษาคนไข้ตลอด ทำทั้งๆที่ท้องแก่มากๆแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราไม่รู้สึกว่าคนไข้ที่มา เป็นภาระคนท้อง ก็เพราะเขามาอย่างเกรงใจ มีไมตรี ทั้งของเปรี้ยว ของดอง มะพร้าวอ่อน ที่ไม่เคยขาด บำรุงทั้งแม่ทั้งลูก คอยเฝ้าคอยถามว่า คลอดเมื่อไหร่ กี่เดือนแล้ว เหมือนมีญาติรายล้อมเลย วันที่ไปคลอด ไปเดินซื้อข้าวกินก่อนไปโรงพยาบาล เขารู้จะไปคลอด ก็เอาอาหารมื้อเช้าเขานั่นแหละให้กิน กินให้อิ่ม หมอจะไปคลอดแล้ว

    ด้วยความมีน้ำใจ ที่เรียกว่าดุจญาติมิตร ยังหาได้ที่ชนบทในประเทศไทย ซึ่งความประทับใจเหล่านี้ ต่อมาเมื่อผู้เขียน ประสบสถานการณ์ ที่คับขัน ผู้เขียนจึงตัดสินใจ ในทางเลือก ที่หลายคน อาจประหลาดใจ

   วันนั้นผู้เขียนอยู่กับลูกสองคน ลูกอายุประมาณ ขวบเศษๆ ลูกกินนมผู้เขียนตลอด เราจึงใกล้ชิดกัน เวลานอนก็หนุนแขนกัน จนโต ราวๆสักเที่ยงคืน ก็มีคนมาเรียกอย่างร้อนรน เมื่อลงมาดูปรากฏว่าเป็นคนในหมู่บ้าน รู้จักกันดี เล่าว่า สามีปวดท้องรุนแรง ทั้งอาเจียน ทั้งถ่าย ขอให้หมอไปช่วยดูหน่อย บ้านเขาห่างสถานีอนามัยราวๆ 2 กม. เอารถมา แต่ก็แปลก ทำไมไม่เอาคนไข้มานะ แล้วเขาก็แจ้งว่า คนไข้ทั้งอาเจียนทั้งปวดท้อง นั่งมาในรถคงลำบาก คงจอดตลอดทาง เขากระวนกระวายมาก ผู้เขียนเข้าใจ และกำลังตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดี ลูกก็ไม่มีใครเฝ้า ตื่นมาคงร้องลั่นบ้าน หาแม่ไม่เจอ จะหอบไปด้วยก็ใช่ที่ น้องข้างบ้านก็ไม่อยู่ แต่เมื่อพิจารณาแล้ว ผู้เขียนก็ตัดสินใจ บอกว่า รอสักครู่นะ เมื่อเตรียมกระเป๋ายาเรียบร้อย ก็เข้าไปดูลูก เห็นหลับสนิทอยู่ จึงค่อยๆย่องออกมา แล้วปิดประตูใส่กุญแจข้างนอก นึกในใจว่า ฝากลูกด้วยนะ ขออย่าเพิ่งตื่น ให้ได้ไปดูคนไข้ก่อน จำไม่ได้ว่าฝากกับใคร เทวดา หรือผีบ้านผีเรือนก็ไม่รู้ ลงบันไดมาก็นึกว่า เลวร้ายที่สุด ถ้าลูกตื่นก็คงแค่ร้องหาไปพักหนึ่งนั่นแหละ หรืออาจจะตกเตียงมั้ง หรือโชคดี ลูกอาจจะหลับยาวจนแม่มาก็ได้

    ผู้เขียนใช้เวลาในการไปมาคราวนี้ ราวๆ เกือบสองชั่วโมง เมื่อตรวจแล้ว จึงทราบว่าเป็นไส้ติ่ง ให้ส่งโรงพยาบาลด่วน และจริงตามนั้น ไปถึงไส้ติ่งจะแตกอยู่แล้ว ผ่าตัดทันที

   คืนนั้นโชคดี ลูกหลับสบาย จนผู้เขียนกลับมา รู้สึกโล่งอก ถ้าผู้เขียนไม่ตัดสินใจเช่นนั้น บิดพริ้ว เพราะห่วงลูกมากกว่า คนไข้อาจไม่ไปโรงพยาบาล อาจร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้

   เมื่อเวลาผ่านล่วงเลยมาแล้ว ผู้เขียนก็มานึกทบทวน ชีวิตคนอนามัย ช่างมีเหตุการณ์ มาให้ต้องคิด ต้องตัดสินใจตลอดเวลา และไม่เคยซ้ำรูปแบบกันเลย ที่เล่ามานี่ เป็นเพียงยกตัวอย่าง ที่บางครั้งก็ลำบากใจเป็นที่สุด แต่ก็ต้องเลือกและทำอยู่ดี

    ถึงทุกวันนี้ หมออนามัยใกล้บ้านคุณ ก็คงเป็นที่พึ่งพา ในยามยากได้เหมือนเดิม ผู้เขียนยังเชื่ออย่างนั้น