ความคุ้นเคยเป็นกันเองเหมือนญาติสนิท

เย็นวันศุกร์ที่๒๑ นั่งรถประจำทางจากรังสิตมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ น้องผู้เคยร่วมงานซึ่งมาเรียนต่อปริญญาเอกที่เชียงใหม่ไปรับที่อาเขต และทำตนเป็นนายสารถีที่ดีนำพาพี่ๆ ไปอำเภยปาย ด้วยเส้นทางกว่าร้อยกิโลไต่ไหล่เขายอดเขาคดเควี้ยวไปมา บางครั้งได้กลิ่นไหม้ๆ ระเหยออกมา แต่เราก็ไปถึงปายได้อย่างปลอดภัย ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำปายสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เห็นนักเที่ยวลงไปถ่ายรูปกัน มีหรือกลุ่มเราจะพลาด ลงไปเก็บภาพไว้เป็นอนุสรณ์บ้าง และสารถีเข้าร้านกาแฟwaweeเพื่อเรียกความสดชื่นให้เพิ่มขึ้น ถึงหลักกิโลเมตรที่เจ็ดก่อนปาย เหลี้ยวขวาเข้าไปสู่จุดหมายแรก คือบ้านน้องเอก ซึ่งได้รับการบริการอย่างยอดเยี่ยมตลอดการอยู่ปาย

น้องเอก พาคณะเราไปกิน-เที่ยว อาหารมื้อแรกที่ไปถึงร้านของชาวไทยใหญ่ข้าวหมกไก่ก็อร่อยไม่แพ้ขนมจีนน้ำเงี้ยว จากนั้นไปวัดน้ำฮู ที่พระนเรศวรนำอัฐิอังคารพระนางสุพรรณกัลยามาบรรจุไว้ และต่อไปชมบ้านสันติชล สร้างจากดินผสมฟาง ดื่มชาของชาวจึน ชมการเล่นชิงช้าชาวดอย กลับเข้าตลาดซื้ออาหารมาทำรับประทานกัน

มาถึงบ้านพบแม่ของน้องเอกออกมาต้อนรับ ด้วยใบหน้ายิ้มละไมไทยแลนด์  บ่งบอกถึงความเป็นผู้มีอัธยาศัยไมตรีทุกคนยกมือไหว้เจ้าของบ้าน"บ้านวิศิษฏ์โชติอังกูร" แล้วเข้าไปในบ้านทำอาหารเพื่อรับประทานร่วมกัน

หลังอาหารกลับเข้าไปในอำเภอปายเดินถนนคนเดินยามค่ำคืน มากมายด้วยผู้คนจากหลากหลายภาษา เดินดูสินค้านานาชนิด ชื่นชมบ้าง ซื้อบ้างเพื่อเป็นของฝากของที่ระลึก และไปสะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำปาย ยืนสนทนากันรับอากาศเย็นๆ ของหุบเขา อ.ปาย ได้เวลาพอสมควรจึงกลับบ้าน พักผ่อนนอนฟังเสียงแห่งธรรมชาติที่เป็นธรรมชาติ เงียบ นิ่ง สงบ บางคราวจะมีเสียงสัตว์ปีก แว่วมาเบาๆ แล้วม่านตาก็ปิดลงภายในการโอบกอดของธรรมชาติใต้ผ้าห่มหนาๆที่จัดไว้ให้

เริ่มวันใหม่ตอนตีห้าครึ่งแปรงฟันเอาน้ำลูบหน้าออกไปที่บ้านสันติชล คอยชมทะเลหมอกลอยคลอเคลียยอดเขายามเช้าเมื่ออรุณของวันใหม่มาเยือน สวยงาม เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องทำให้พื้นหมอกนั้นกระจายตัวสลายความเป็นทะเลไป

เรามาแวะตลาดยามเช้า เพื่อซื้ออาหารสิ่งของผลไม้ไปรับประทานและทำบุญ ครบรอบปีแห่งการจากไปของพ่อ ใกล้เวลาเพลนำสิ่งของที่เตรียมไปวัดถวายเสร็จหลวงปู่(อายุไม่มากแต่เป็นนามตามที่ผู้ศร้ทธาเรียก) สนทนาธรรมด้วยความคุ้นเคยกับครอบครัวน้องเอก และกลุ่มที่ไปโดยเน้นไปที่อาจารย์หญิงท่านหนึ่งบอกให้ใกล้ชิดธรรมะหน่อยด้วยการเข้าวัดที่มีการเทศน์การสอน ไม่มีเวลาเข้าก็ให้เอาหนังสือธรรมะมาอ่าน หาเสียงธรรมมาฟัง สังเกตการหายใจของตนเองบ้าง เป็นต้น

ทานอาหารอีสานหน้าอำเภอแล้วไปวัดพระธาตุแม่เย็น น้องเอกเข้าใจธรรมชาติ อิ่มๆมาขึ้นเขาไม่เป็นผลดี จึงนำไปนั่งที่ร้านเล็กๆดื่มชากาแฟ ชมและทำโปสการ์ด เมื่อเห็นว่าอาหารย่อยไปพอควรแล้วจึงเดินขึ้น อย่างช้าๆ ยึดแนวคำสอนในโครงโลกนิติบอกว่า สิ่งที่ไม่ควรรวดเร็วแต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องไปอย่างช้าๆ คือ ขึ้นภูเขา แสวงหาทรัพย์ การศึกษาหาความรู้ การจีบสาว เมื่อขึนถึงข้างบนมองลงมาจะเห็นตัว อ.ปายทั้งหมด ในกาลข้างหน้าอาจมีกล้องส่องทางไกลไว้ให้บริการเหมือนที่ดอยสุเทพก็เป็นได้

จากนั้นมาเก็บของอาบน้ำอำลาเจ้าบ้านผู้เปรี่ยมด้วยไมตรีจิต มีความรู้สึกแห่งความเป็นกันเองคุ้นเคยเหมือนญาติสนิท (วิสาสา ปรมา ญาติ)อยู่ก็สุขใจจากไปก็อาลัยหา หากโลกใบนี้กลมและเล็กพอก็คงได้กลับมายืน ณที่เดิมตรงนี้อีกครั้ง

ปายมีเสน่ห์อย่าไร

เส้นทางไปไต่ภูเขา ท้ายทาย ก่อนถึงปายได้อ๊วก (บางคน) เพราะเส้นทางคดเคี้ยว แต่ก็รื่นรมย์ด้วยธรรมชาติ

ปาย ชุมชนกลางหุบเขา อากาศหนาวๆ และทะเลหมอกยามเช้าสวยงาม

คนหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน เช่น ไทยล้านนา ไทยใหญ่ จีนยูนาน ชาวเขาลีซอเป็นต้น อย่างสมานฉันท์

ไมตรีจิตของมิตรสัมพันธ์แห่งการพบกันระหว่างเจ้าถิ่นและผู้มาเยือน

ความเป็นธรรมชาติที่ลงตัว คือ ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มากก็จะช่วยดึงนักเที่ยวได้ต่อไป