นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. มีความกังวลปัญหาเงินเฟ้อในปี"51 ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายคงไม่ลดลง ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนธ.ค. คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย ซื้อคืนพันธบัตร (อาร์/พี) ระยะ 1 วัน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.25% ถือเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่เดือน ก.ค. เนื่องจากเป็นห่วงปัญหาเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนี้ลงมา 5 ครั้งแล้วในปีนี้ ส่วนในปีหน้า ธปท. ยังคงจะดูแลอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ เนื่องจากจะช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ต้นทุนของธุรกิจในอนาคตได้ว่าจะมีต้นทุนแพงขึ้นระดับใดจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ทาง ธปท. กำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อพื้นฐานไว้ที่ไม่เกิน 0-3.5% ขณะที่คาดการณ์ว่าปี"51 เงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 1.5-2.8%
นางธาริษา กล่าวว่า ภาคการใช้จ่ายการอุปโภคบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ได้เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแล้วไตรมาส 3 ที่ผ่านมา แต่ต้องจับตาดูว่าปัจจัยดังกล่าวจะมีทิศทางอย่างไรในปีหน้า นอกจากนั้น ปัจจัยภายนอกอย่างเศรษฐกิจของสหรัฐ และประเทศที่พัฒนาแล้วอื่น ๆ เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามดูว่าจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของไทยมากน้อยเพียงใด
ด้านนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง กล่าวถึงข้อเสนอของนักวิชาการที่ให้รัฐบาลพิจารณา เพิ่มงบประมาณกลางปี"51 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า เป็นหน้าที่รัฐบาลใหม่จะตัดสินใจ แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโดยรวมยังขยายตัวต่อเนื่อง การส่งออกแต่ละไตรมาสปรับตัวได้ดี และยังมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 4 จะเติบโตได้ในระดับ 5.5% ซึ่งจะเห็นได้จากการจัดเก็บภาษีขยายตัวมากกว่า 10% การส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนเติบโตในระดับ 17% ทั้งนี้ เชื่อว่าไตรมาส 1 ปี"51 จีดีพีคงจะเติบโตไม่น้อยกว่า 5% ขณะนี้แม้ยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นรัฐบาล แต่นโยบายที่ดำเนินการอยู่ก็ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่องอยู่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ด้อยค่า (ซับไพรม์) ในสหรัฐไม่ได้กระทบต่อการส่งออกของไทยมากนัก จึงเชื่อว่าในปีหน้าการส่งออกยังน่าจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง
นายฉลองภพ กล่าวถึงพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปแล้ว ว่า จะเปิดโอกาสให้อำนาจ กนง. และ ธปท. มีอิสระมากขึ้น ซึ่ง กนง.และ ธปท.จะไปกำหนดอัตราเงินเฟ้ออีกครั้ง แม้แนวโน้มเงินเฟ้อปีหน้าจะค่อนข้างสูงแต่ยังอยู่ในวิสัยที่รับได้ เพราะอัตราเงินเฟ้อที่สูงเกิดจากปัญหาราคาน้ำมัน ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนก็ควรดูแลและบริหารไม่ให้แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไป
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี"51 ว่าถ้าการเมืองเรียบร้อย แรงส่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในปีได้ได้สูงกว่า 5% และจะเติบโตได้ใกล้เคียง 6%
<h1 style="margin: 0in 0in 0pt" align="right">ข่าวสด 22 ธ.ค. 50</h1>