เพลงรัฐบาล : โฆษณาทางการเมืองของรัฐบาลพม่า
สายเลือดแห่งประชา รัตนะบุตรแห่งกองทัพ
สืบอดีตล้ำเลิศ ก่อกำเนิดกองทัพเรา
ประเทศมิแบ่งแยก ประชาสมานมิคลาย
อธิปไตยจะยั่งยืน คือภารกิจแห่งกองทัพ
เพื่อล่วงลุในหน้าที่  ผองเราแบกรับแข็งขัน
ใครจะแยกเราไม่แตก กองทัพผนึกแน่นนิรันดร์
คำประพันธ์ข้างต้นเป็นบทเพลงเทิดเกียรติกองทัพพม่าที่ขับกล่อมประชาชนอยู่ทุกวัน แม้เนื้อหาของบทเพลงจะแสดงเจตนารมณ์อันเด็ดเดี่ยวของกองทัพที่มีต่อประเทศชาติก็ตาม แต่ท่วงทำนองเพลงกลับแว่วหวานและนุ่มนวลแบบเสนาะหู  ชาวพม่าจะได้ยินได้ฟังเพลงนี้ทางโทรทัศน์พม่าในช่วงเวลาก่อนข่าวภาคค่ำ จนเป็นเพลงหนึ่งที่ชาวพม่าคุ้นเคยและจำกันได้ดี อันที่จริงบทเพลงนี้มีความไพเราะไม่ด้อยไปกว่าเพลงสมัยนิยมในตลาดเพลงยุคใหม่ของพม่า และยังมีทำนองที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและอบอุ่น ต่างจากเพลงสำหรับกองทัพอีกหลายเพลงที่ออกจะมีท่วงทำนองกระชับ แข็งกร้าวและเร้าใจ ซึ่งชาวบ้านอาจฟังเพียงผ่านหูแล้วก็ลืมเลือน
ในการออกอากาศทางโทรทัศน์พม่านั้น นอกเหนือจากเพลงสรรเสริญกองทัพอย่างที่ยกมาเป็นตัวอย่าง พม่ายังมีเพลงเพื่อบ้านเมืองอื่นๆอีกมากมาย อาทิ เพลงปลุกเร้าความปรองดองทางชนชาติ เพลงปลูกฝังความรักชาติและสายเลือดพม่า เพลงเตือนภัยคุกคามจากโลกภายนอก เพลงธรรมะสำหรับพุทธศาสนิกชน เพลงส่งเสริมค่านิยมแบบพม่า เพลงสนับสนุนศิลปวัฒนธรรมพม่าและชนเผ่า เพลงส่งเสริมการท่องเที่ยว เพลงให้ความรู้ด้านสุขอนามัยหรือโรคภัย  และเพลงโฆษณาผลงานการพัฒนาประเทศของรัฐบาลทหาร เช่น การสร้างสะพาน การสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร การพัฒนาอุตสาหกรรม การเพาะปลูกพืชเกษตร หัตถกรรมท้องถิ่น การทำปศุสัตว์ การประมง และอัญมณี เป็นต้น บทเพลงเหล่านี้จะนำเสนอในรูปแบบของรายการบันเทิงต่างๆ ได้แก่ รายการเพลงขับร้องโดยดาราหรือนักร้องจากกรมวิทยุและโทรทัศน์พม่า การขับร้องประสานเสียงโดยข้าราชการจากกองทัพ การฟ้อนรำชนเผ่าต่างๆของกระทรวงวัฒนธรรม การประกวดร้องเพลง และการเผยแพร่ข่าวสารในรูปของมิวสิควีดิโอ เป็นต้น ชาวพม่ามักเรียกบทเพลงเพื่อบ้านเมืองดังกล่าวโดยรวมว่า “เพลงรัฐบาล” (v06btilu-y'Nt) เพราะเป็นเพลงที่รัฐบาลผลิต และมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการพัฒนาประเทศโดยภาครัฐ
โดยทั่วไปชาวพม่านิยมฟังเพลงกันเป็นชีวิตจิตใจ การคลอเพลงอยู่ผู้เดียว การเปิดเพลงฟังที่บ้าน การตั้งวงร้องเพลงกันในหมู่เพื่อนฝูง หรือการนั่งฟังเพลงในร้านน้ำชา ต่างถือเป็นชีวิตปกติของชาวพม่า  และหากดูรายการโทรทัศน์ของพม่า จะพบได้ว่ามีแต่รายการเพลงเป็นส่วนใหญ่ จนแม้แต่การโฆษณาสินค้าซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยกึ่งทุนนิยมของพม่าก็ยังต้องมีเนื้อเพลงประกอบโฆษณาเกือบทุกชิ้น เพราะหากการโฆษณาขาดเพลง สินค้านั้นก็จะไม่อยู่ในความสนใจของผู้ชมเท่าที่ควร การสื่อด้วยเพลงจึงเป็นการนำสารสู่ผู้รับข่าวสารและผู้บริโภคชาวพม่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากการที่เพลงเป็นที่นิยมของชาวพม่า จึงไม่แปลกที่รัฐบาลจะอาศัยเพลงเป็นสื่อกระจายข่าวสารจากรัฐสู่ประชาชน
จากการที่ชาวพม่านิยมฟังเพลง เพลงรัฐบาลจึงเกิดขึ้นแทรกตามกระแสนิยมของประชาชน โดยมีรูปแบบเช่นเดียวกับการโฆษณาสินค้า คือมีการนำดารา นักร้อง นายแบบ และนางแบบมาร่วมขับร้องหรือแสดงประกอบโดยนำเสนอเป็นมิวสิควีดิโอ เพลงรัฐบาลจึงมีสีสรรที่ชวนให้ติดตาม และเรียกร้องความสนใจจากผู้ชมได้ไม่น้อย  อันที่จริง หากพิจารณาคำร้อง เพลงรัฐบาลนั้นก็คือชุดของข่าวสารอย่างหนึ่งที่รัฐบาลพม่าใช้เป็นเครื่องมือสื่อประชาสัมพันธ์ผลงาน ความรู้ และอุดมการณ์ทางการเมืองให้ถึงประชาชนได้อย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ประชาชนจึงมีโอกาสรับรู้สาระเหล่านั้นโดยอ้อม
เพลงรัฐบาลนั้น จะมีคำเรียกอย่างเป็นทางการว่า เพลงเพื่อชาติ(O6b'N'"g9kNvdy7bt1xlu-y'Nt) ถือเป็นเพลงรัฐนิยมที่ถูกจัดประเภทขึ้นใหม่ เพิ่มจากเพลงสมัยนิยมอื่นๆที่เป็นเพลงแบบประชานิยม อันได้แก่ เพลงยุคเก่า (g-9Ngsk'Ntlu-y'Nt) เพลงสมัยใหม่(g-9NgxKlu-y'Nt) เพลงธรรมะ (T,Ág9tlu-y'Nt) และเพลงพื้นบ้าน(gdyt]dNlu-y'Nt) เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทให้กับเพลงรัฐบาลนั้น กลับมิได้สะท้อนความนิยมปกติที่ประชาชนมีต่อเพลงประเภทนี้ หากเกิดจากการได้ยินได้ฟังอยู่เป็นประจำทางวิทยุหรือโทรทัศน์ อีกทั้งยังมีเพลงใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอด ตามแต่จำนวนข่าวสารที่รัฐบาลต้องการเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ การได้ชื่อว่าเป็นเพลงรัฐบาลนั้น ก็คงจะจงใจจำแนกให้แตกต่างจากเพลงประเภทอื่นๆที่ไม่อยู่ในกำกับของรัฐ
ในอดีตเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนนั้น เพลงรัฐบาลจะฟังได้เฉพาะทางวิทยุรัฐบาล และสถานีโทรทัศน์ MRTV ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยสังคมนิยมและเน้นข่าวสารของรัฐบาลเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มีโทรทัศน์เพิ่มขึ้นอีก ๒ ช่อง คือ มยะวดีทีวี ซึ่งเพิ่งเกิดในสมัยสลอร์กโดยเสนอภาคความบันเทิงมากขึ้น และ MRTV3 ซึ่งเป็นรายการภาคภาษาอังกฤษที่เน้นโฆษณาการท่องเที่ยวและข่าวรัฐบาลซึ่งสามารถรับชมได้ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม โทรทัศน์ทั้ง ๓ ช่องต่างอยู่ในการดูแลของรัฐบาลทหาร ดังนั้นรายการเพลง มิวสิควีดิโอ ตลอดจนภาพยนตร์หรือละครเพื่อชาติจึงยังเป็นรายการหลักเช่นเดียวกับรายการข่าวของทางการ
ในส่วนของการเสนอข่าวทางโทรทัศน์พม่านั้น มักเป็นข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้นำประเทศ เจ้ากระทรวง แม่ทัพภาคซึ่งเป็นผู้ว่าการรัฐและมณฑลต่างๆ ตลอดจนองค์กรที่รัฐให้การสนับสนุน ข่าวที่พบอยู่เสมอคือการบริจาคทรัพย์ของภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของรัฐ การทำบุญและการบูรณะสร้างศาสนสถานโดยรัฐ และข่าวการปราบปรามยาเสพติด อีกทั้งในบางโอกาสก็จะมีการถ่ายทอดการสวนสนามของกองทัพ และการแสดงพลังมวลชนตามรัฐและมณฑลต่างๆเพื่อสนับสนุนผลงานของรัฐบาล หรือเพื่อต่อต้านภัยคุกคามประเทศ อาทิ การกล่าวโจมตีฝ่ายประชาธิปไตย การกล่าวโจมตีชนกลุ่มน้อยที่ต่อต้านรัฐบาล หรือแม้แต่การกล่าวโจมตีไทยก็เคยมี ที่สำคัญบทบาทของโทรทัศน์ทุกช่องจะเน้นด้านข่าวสารในรูปแบบที่เหมือนกัน เพื่อเสนอภารกิจของผู้นำและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศและรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
จากเจตนาที่ต้องการเน้นภาพลักษณ์ที่ดีของรัฐบาลและประเทศนั้น ทำให้พม่าจำเป็นต้องเสนอข่าวเพียงด้านเดียว และบดบังภาพลบที่มีขึ้นในสังคมพม่า โทรทัศน์จึงไม่ใช่พื้นที่ที่ประชาชนหรือเอกชนจะร่วมกำหนดได้ และไม่อาจใช้แสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับรัฐบาลหรือค่านิยมทางสังคม ดังนั้นโทรทัศน์พม่าจึงไม่มีข่าววิจารณ์การเมือง ข่าวอาชญากรรม ข่าวอุบัติเหตุ ข่าวภัยสังคม ข่าวปัญหาในวงการศาสนา ข่าวความเดือนร้อนของชาวบ้าน หรือข่าววงการบันเทิง ส่วนการโฆษณาสินค้าก็มีข้อห้าม เช่น ห้ามโฆษณาบุหรี่ เหล้า เบียร์ ผ้าอนามัย และห้ามใช้กะเทยเป็นแบบ หรือผู้หญิงต้องแต่งกายตามวัฒนธรรมพม่า เป็นต้น โทรทัศน์พม่าจึงไม่ใช่ที่พึ่งของข่าวสารอย่างในประเทศเสรีนิยม
ในส่วนของความบันเทิงทั่วไปนั้นดูเหมือนจะเป็นเพียงรายการที่แทรกอยู่เท่านั้น อาทิ ละครชาดก นาฏศิลป์ ประกวดร้องเพลง เกมส์สำหรับเด็ก และภาพยนตร์ เป็นต้น ในด้านภาพยนตร์ทางโทรทัศน์นั้น ส่วนมากจะเป็นภาพยนตร์พม่า และมักจะเป็นภาพยนตร์เก่าๆ หากเป็นภาพยนตร์ใหม่ก็มักมีเนื้อหาสนับสนุนงานพัฒนาของรัฐ การสร้างความปรองดอง ความรักชาติ และการสอนคุณธรรม ภาพยนตร์พม่าตามสมัยนิยมยังต้องหาดูจากโรงภาพยนตร์ หรือโรงหนังบ้านที่ชาวบ้านปิดวิกฉายวีดิโอ จึงอาจสรุปได้ว่าโทรทัศน์พม่ามิได้ให้ความสำคัญต่อความบันเทิงทั่วไปมากนัก
การเสนอข่าวภาครัฐ เพลงรัฐบาลในรูปแบบต่างๆ และละครภาพยนตร์เพื่อชาติจึงครองพื้นที่รายการโทรทัศน์พม่า จนอาจกล่าวได้ว่าโทรทัศน์พม่ามิใช่แหล่งบันเทิงแบบชาวบ้าน แต่เป็นความบันเทิงแบบรัฐเสียมากกว่า ส่วนภาคเอกชนนั้นจะมีโอกาสใช้โทรทัศน์เป็นพื้นที่โฆษณาได้ ก็เฉพาะในรายการภาพยนตร์รอบดึกหรือในช่วงรายการบันเทิงบางรายการเท่านั้น  นับว่าโทรทัศน์พม่ามีเป้าหมายเพื่อเสนอข่าวสารของรัฐบาลเป็นหลัก โดยจัดในรูปแบบของชุดข่าวสารและความบันเทิงอันหลากหลาย  ซึ่งเพลงรัฐบาลก็เป็นชุดข่าวสารในรูปแบบของความบันเทิงอย่างหนึ่ง และเป็นการโฆษณาทางการเมืองที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อีกทาง
วิรัช   นิยมธรรม