GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

รู้จักพงศาวดารพม่า

พงศาวดารเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับงานเขียนทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในยุคจารีตที่มีกษัตริย์และราชสำนักเป็นศูนย์กลางของรัฐ
พงศาวดารพม่า
พงศาวดารเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับงานเขียนทางประวัติศาสตร์  โดยเฉพาะในยุคจารีตที่มีกษัตริย์และราชสำนักเป็นศูนย์กลางของรัฐ  เนื้อหาส่วนใหญ่ของพงศาวดารเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่กระทำโดยกษัตริย์และราชวงศ์  ประเพณีในราชสำนัก   สงครามแผ่ขยายบรมเดชานุภาพ  ฯลฯ  มากกว่าจะมุ่งเน้นบันทึกเรื่องราวทั่วไปของบ้านเมือง  ทั้งนี้เพราะโดยประเพณีแล้วพงศาวดารเป็นผลผลิตของราชสำนัก   มิใช่งานเขียนของสามัญชนโดยทั่วไป
ภาษาพม่าเรียกพงศาวดารว่า  ยาสะวิน ( Yazawin )  แปลความหมายตรงตัวว่า  วงศ์ของกษัตริย์
 ( Genealogy  of   Kings )   ยาสะวินจึงเป็นบันทึกว่าด้วยพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์พม่า  เรียงลำดับตามรัชกาล  ยาสะวินที่เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการพม่าว่าน่าเชื่อถือเกี่ยวกับเหตุการณ์อดีต  มีอยู่ด้วยกัน    ๗   ฉบับดังต่อไปนี้
๑. พงศาวดารฉบับเฉลิมพระเกียรติ ( The  Celebrated   Chronicle  of  king ) เรียกชื่อพม่าว่า  Yazawinkyaw            เขียนโดยพระภิกษุชาวพม่าชื่อ  Shin  Thilawuntha  เมื่อปี ค.ศ. ๑๕๒๐  จุดมุ่งหมายงานเขียนนี้ก็คือ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของราชวงศ์พม่าเข้ากับพุทธวงศ์  คือ  ศากยวงศ์ของเจ้าชายสิทธัตถะ  ผู้ต่อมาคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒. พงศาวดารว่าด้วยพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์  (Ancient  Action  of  Kings )  หรือที่เรียกว่า   Yaza   Mu  Huang   ผู้แต่งคือ  Zambu  Kungya    ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของรัชทายาทในสมัยครึ่งหลังของคริสตศวรรษที่ ๑๔
๓. พงศาวดารว่าด้วยพระราชดวงชะตา ( The  Chronicle  of  Royal  Horoscopes ) มีชื่อเรียกเป็นภาษาพม่าว่า  Zatatawbon  Yazawin    บันทึกฉบับนี้ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง  แม้ว่าจะเป็นงานรวบรวมดวงพระชะตาของพระมหากษัตริย์หลายราชวงศ์  ซึ่งน่าจะเป็นผลงานของโหราจารย์ที่มีความถนัดในการอ่านความหมายของตัวเลข  ในบันทึกฉบับนี้ยังมีตัวเลขอื่นๆที่น่าสนใจเช่น จำนวนชายฉกรรจ์ที่ถูกเกณฑ์มารบและเป็นแรงงานอื่นๆ ที่มาจากเมืองและหมู่บ้านต่างๆในราชอาณาจักร  จำนวนเมืองและหมู่บ้านที่ปลอดจากการถูกเกณฑ์แรงงาน  เป็นต้น  ข้อมูลเหล่านี้ให้ภาพสังคมพม่าในยุคต้นๆได้ดี  แม้ว่าการให้ข้อมูลในลักษณะนี้จะไม่ใช่จุดมุ่งหมายโดยตรงของเอกสารก็ตาม
๔.พงศาวดารฉบับอูกะลา  ( The  Great  Chronicle  of  Kings  ) มีชื่อเป็นภาษาพม่าว่า  Mahayazawingyi  พงศาวดารนี้มีลักษณะพิเศษในกรณีที่ผู้เขียนคือ  อูกะลา  เป็นสามัญชนเชื้อสายอินเดียที่มีฐานะดี  ได้ทำการเขียนพงศาวดารขึ้นโดยอิสระปราศจากการอุปถัมภ์ของราชสำนัก  เมื่อประมาณปี ค.ศ. ๑๗๑๔-๑๗๓๓  ในสมัยของพระเจ้า   Taninganwe แห่งราชวงศ์อังวะ   ยุคที่สอง  งานเขียนของเขาเรียกชื่อราชวงศ์พม่าตามชื่อเมืองหลวง  เช่น  ราชวงศ์พุกาม  อังวะ  ตองอู  อังวะยุคที่สอง  และราชวงศ์คองบอง  ทั้งนี้เพราะดินแดนที่สถิตราชวงศ์เหล่านี้ล้วนถือว่าศักดิ์สิทธิ์  เนื่องจากได้รับพุทธทำนายว่าจะเป็น ที่ประทับของพระมหากษัตริย์  พงศาวดารฉบับนี้มีขอบเขตของเนื้อหากว้างขวาง  ครอบคลุมทั้งการค้า  การเมือง  การปกครอง  การทหาร   ต่างประเทศ  เศรษฐกิจและสังคม
๕. พงศาวดารฉบับใหม่  ( The  New  Chronicle  of   Myanmar ) เขียนขึ้นโดย   Twinthintaikwun  Maha   Cansu ในรัชกาลของพระเจ้าปะดุง  ประมาณปี  ค.ศ. ๑๘๐๐  ภาษาพม่าที่ใช้เรียกชื่อพงศาวดารฉบับนี้คือ  Myanmar   Yazawinthit   จุดมุ่งหมายของการแต่งพงศาวดารฉบับใหม่  มหาสีตูต้องการแก้ไขข้อบกพร่องของฉบับอูกะลา   เนื่องจากไม่สอดคล้องกับความในศิลาจารึก  และงานวรรณกรรม  งานเขียนของมหาสีตู  แม้จะดำรงจุดมุ่งหมายดั้งเดิมของประเพณีการเขียนพงศาวดารที่ให้ความชอบธรรมแก่สถาบันต่างๆที่มีอยู่  แต่ความรอบรู้ของเขาและความรอบคอบในการใช้หลักฐาน  ทำให้ยาสะวินฉบับนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับงานวิชาการทางประวัติศาสตร์  กล่าวคือ  ในแง่ของเนื้อหามิได้จำกัดอยู่เพียงแวดวงของกษัตริย์และราชสำนัก  แต่ยังครอบคลุมไปถึงกิจกรรมของชาติและประชาชน  ส่วนในแง่ของวิธีการใช้หลักฐาน  ก็ได้แสดงความรอบคอบที่จะตรวจสอบความถูกต้อง
๖.พงศาวดารฉบับหอแก้ว  ( The   Great   Royal   Chronicle   of   the  Glass  Palace )   มีชื่อเรียกเป็นภาษาพม่าว่า  Hmannan   Mahayazawindawgyi     หรือเรียกเป็นทางการว่า  Pahtama    Mahayazawindawgyi     ( The  First  Royal  Chronicle )  พงศาวดารฉบับนี้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป  เพราะเป็นฉบับแรกที่นำมาเผยแพร่ให้ชาวต่างประเทศรู้จัก  ชาวไทยเรารู้จักพงศาวดารฉบับนี้ในภาคภาษาไทยชื่อ “พระราชพงศาวดารพม่า” ผู้แปลคือ  พระบรมวงศ์เธอพระนราธิปประพันธ์พงศ์  ผู้แต่งพงศาวดารฉบับนี้  ได้แก่กลุ่มราชบัณฑิตในราชสำนักของพระเจ้ามินดง  พระองศ์ทรงโปรดให้ชำระพงศาวดารฉบับนี้เพื่อให้ทันสมัย  การชำระในครั้งนี้  ภาคแรกมีอยู่ด้วยกัน ๗ เล่ม  เสร็จสิ้นลงในปี ค.ศ. ๑๘๕๔  และภาคที่ ๒  มีทั้งหมด ๓ เล่ม  สำเร็จในปี ค.ศ. ๑๘๖๙  ทั้งสองภาคถูกนำมารวมกันและให้ชื่อว่า  Dutiya   Yazawindawgyi  (The   Second   Royal   Chronicle)  หลังจากอังกฤษผนวกพม่าในปี  ค.ศ.๑๘๘๖  เชื่อกันว่ามีอีกกลุ่มหนึ่งของราชบัณฑิต  ได้ทำการขยายเนื้อหาของทุติยะยาสะวิน  ไปจนถึงเหตุการณ์ในปี  ค.ศ. ๑๘๘๕  อันได้แก่การล่มสลายของระบบกษัตริย์พม่า
๗.พงศาวดารฉบับราชวงศ์คองบอง  (The  Great    Royal   Chronical   of   the   Konbaung   Dynasty)  ผู้แต่งคือ  อูทิน  ฉบับนี้ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับราชวงศ์อลองพญาเท่าที่มีปรากฏในฉบับหอแก้วและทุติยะยาสะวิน   อูทินให้ชื่อพงศาวดารนี้ว่า   Konbaungset  Mahayazawindawgyi    (คองบองแซะมหายาสะวิน)  ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี  ค.ศ.  ๑๙๐๕  นับว่าเป็นพงศาวดารฉบับสุดท้ายที่เขียนขึ้นตามจารีตของการเขียนพงศาวดาร  ฉบับตีพิมพ์ครั้งที่ ๒ เผยแพร่ในปี  ค.ศ.  ๑๙๒๒  อูทินขยายเนื้อหาให้ทันสมัยโดยจบเหตุการณ์  เมื่อพระเจ้าธีบอ  กษัตริย์องศ์สุดท้ายสิ้นพระชนม์ในปี  ค.ศ.  ๑๙๑๖  ที่อินเดีย
หมายเหตุท้องเรื่อง  ข้อเขียนชิ้นนี้เก็บรวบรวมและเรียบเรียงจากบทความทางวิชาการชื่อ  Burmese   Historiography -  Chronicals   ( Yazawin )  เขียนโดยนักวิชาการชาวพม่าชื่อ  Michael   Aung -  Thwin  เสนอต่อที่ประชุมนักประวัติศาสตร์แห่งเอเชีย  ครั้งที่ ๑๔  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พ.ศ.  ๒๕๓๙
จิตราภรณ์  สถาปนะวรรธนะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 15530
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

ก็เป็นเเค่ความคิดเป็นอ่านะคับ

เพราะมันไม่ได้ตรง 100%

ยังมีจุดบกพร่องอยู่

สมบุรณ์ ประมาณ 85 %

เเต่โดยรวมก็ดีคับ

เอา คศ มาเทียบ ทั้งๆที่ ประเทศแถบสุวรรณภูมิเป็น พุทธศาสนานั้นรู้สึกเศร้าใจกับผู้เขียน ปวศ อย่างยิ่ง