GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ประวัติศาสตร์พม่า สมัยสังคมนิยม

แบบเรียนประวัติศาสตร์เมียนมา เกรด ๑๐ ได้กล่าวถึงบทบาทของกองทัพแห่งชาติในการปกครองประเทศในยุคแนวทางสังคมนิยม จำแนกเป็น ๒ สมัย คือ สมัยรัฐบาลสภาปฏิวัติ และสมัยรัฐบาล
ประวัติศาสตร์พม่าสมัยสังคมนิยม
แบบเรียนประวัติศาสตร์เมียนมา เกรด ๑๐  ได้กล่าวถึงบทบาทของกองทัพแห่งชาติในการปกครองประเทศในยุคแนวทางสังคมนิยม จำแนกเป็น ๒ สมัย คือ สมัยรัฐบาลสภาปฏิวัติ และสมัยรัฐบาลสาธารรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมา รายละเอียดมีดังต่อไปนี้
(ก) รัฐบาลสภาปฏิวัติ
จากการที่เกิดสถานการณ์เลวร้ายในสหภาพเมียนมา กองทัพจึงได้เข้าแบกรับภารกิจ และได้ตั้งสภาปฏิวัติในวันที่ ๒ มีนาคม ๑๙๖๒ นับแต่นั้นมาจึงได้เข้าสู่สมัยสังคมนิยม
ในเบื้องแรก สภาปฏิวัติได้ยกเลิกสภาผู้แทน(xj]u,oN)อันประกอบด้วยสภาประชาชน(exPNl^h]­9Ng9kN) และสภาชนชาติ(]^,y7bt06]­9Ng9kN) พร้อมกับมอบอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการให้กับสภาปฏิวัติ
ในเดือนกรกฎาคม ๑๙๖๒ ได้ตั้งพรรคแนวทางสังคมนิยมเมียนมา พรรคที่ตั้งขึ้นในรูปแบบนี้มีคณะแกนนำ(ve,7g9xj9u)ที่ใช้ระบบการบริหารจากส่วนกลาง(rs6bFt0ut0o0N) หลังจากตั้งคณะแกนนำแล้ว ได้มีการเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับอุดมการณ์อันเป็นพันธกิจของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมซึ่งบอกถึงวิสัยทัศน์และอุดมการณ์ของพรรคแนวทางสังคมนิยม เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานและประชาชนได้ทราบอุดมการณ์ของพรรค ในปี ๑๙๖๔ ได้ดำเนินการขยายงานสร้างเอกภาพในระดับพื้นฐานโดยได้ก่อตั้งหน่วยงานพรรคในระดับอำเภอ
ในการสร้างสังคมมนุษย์ในแบบสังคมนิยมนั้น ได้กำหนดชนชั้นรากฐานเป็น ๒ ชนชั้น คือชนชั้นชาวไร่ชาวนา และชนชั้นกรรมกร  สภาปฏิวัติพยายามที่จะให้เกิดความสามัคคีในหมู่ชนชั้นชาวไร่ชาวนาและชนชั้นกรรมกร โดยได้จัดให้มีการสัมมนาชาวไร่ชาวนาที่โองตอ ดูยา โปปา ขะบอง และย่างกุ้ง และจัดสัมมนากรรมกรที่เมืองย่างกุ้ง และเมืองเช้าก์
ในปี ๑๙๖๘ ได้ก่อตั้งสภาผู้ใช้แรงงานของประชาชน(exPNl^hv]6xNl,ktgdk'N0u) ซึ่งมี ๓ ระดับคือ ระดับล่าง(vge--") ระดับอำเภอ(1,bhopN) และระดับศูนย์กลาง(rs6b) และในปี ๑๙๖๙ นั้นได้แต่งตั้งสภาผู้ใช้แรงงานของประชาชนในทั้ง ๓ ระดับ คือ กลุ่มหมู่บ้าน อำเภอ และศูนย์กลาง
สภาปฏิวัติได้พยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อในสถานการณ์ทางการเมืองสู่ความสงบ ในปี ๑๙๖๒ นายพลเนวินประธานสภาปฏิวัติได้พบปะกับผู้นำพรรคการเมือง อาทิ พรรคสันนิบาตอิสรภาพต่อต้านฟาสซิสต์ พรรคสหภาพ และพรรคทหารประชาชน ถึง ๓ ครั้ง เพื่อหารือให้เข้าร่วมแนวทางสังคมนิยมอย่างพร้อมเพียง และยังได้เปิดเจรจาสันติภาพโดยขอให้กลุ่มใต้ดินถืออาวุธหันมาเข้าร่วมในแนวทางสู่สังคมนิยม อย่างไรก็ตาม สามารถเจรจาประสบความสำเร็จได้เพียงกับกลุ่มปฏิวัติกะเหรี่ยงเท่านั้น
ในปี ๑๙๖๘ ผู้นำทางการเมืองฝ่ายขวาผู้หนึ่งได้ก่อตั้งพรรคสภาประชาธิปไตย(xj]u,oNmu,6bdgi0u)ขึ้นในประเทศ มีการตั้งกองกำลังผสมอิสรภาพแห่งชนชาติ(]^,y7bt06]:9Nge,kdNgit9xNgxj'Nt06) อันประกอบด้วยกองกำลัง KNU ของกะเหรี่ยง และกองกำลังพรรคมอญใหม่(,:oNexPNl0Nxj9u) แล้วประกาศว่าจะช่วยกู้ประเทศพร้อมทั้งสะสมกำลังคน และอาวุธ อย่างไรก็ตาม กองกำลังผสมทั้ง ๓ ฝ่ายไม่สามารถทำงานได้สำเร็จ
ในเดือนกรกฎาคม ๑๙๖๓ ได้มีการตั้งสถาบันศูนย์กลางทางการเมือง (rs6bO6b'N'"gitlbx»"gdyk'Nt) เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์ การเมือง เศรษฐกิจ และเอกภาพ ส่วนคณะกรรมการเพื่อการศึกษาในกองทัพเองก็จัดให้มีการเรียนการสอนด้วย
ในปี ๑๙๗๑ มีการประชุมพรรคเป็นครั้งแรก ในการประชุมครั้งนั้นได้กำหนดแผนงานของพรรคที่จะดำเนินต่อไปในด้านการก่อตั้งประเทศ
สังคมนิยมประชาธิปไตย การสร้างความสมานฉันท์ระหว่างชนชาติต่างๆให้ถาวร และการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่อิสระอย่างแท้จริง และได้เปลี่ยนระบบพรรคแกนนำแบบรวมศูนย์อำนาจไปเป็นระบบพรรคแกนที่เป็นประชาธิปไตย
ในการสร้างประเทศสังคมนิยมประชาธิปไตยซึ่งกำหนดเป็นแผนสำหรับอนาคตจากการประชุมพรรคครั้งแรกนั้น ได้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติฉบับใหม่เพื่อมอบอำนาจอธิปไตยของชาติคืนสู่มือประชาชน จากนั้นสภาปฏิวัติได้จัดให้มีการลงคะแนนเสียงสนับสนุนจากประชาชนเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๑๙๗๔ หลังจากนั้นได้จัดให้มีการเลือกตั้งสภาประชาชน(exPNl^h]­9Ng9kN)และองค์กรประชาชน(exPNl^hgdk'N0u)โดยลำดับขึ้นเป็นครั้งแรกในระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ๑๙๗๔
(ข) สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมา
การประชุมสภาประชาชน(exPNl^h]­9Ng9kN)เริ่มเป็นครั้งแรกในวันที่ ๒ มีนาคม ๑๙๗๔ ในวันนั้นหัวหน้าคณะปฏิวัติแห่งสหภาพเมียนมา(exPNg5k'N06e,oN,kO6b'N'"g9kN]aoNgitgdk'N0u)ได้มอบอำนาจให้กับสภาประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการมอบอำนาจให้กับสภาประชาชน จึงประกาศยุบคณะปฏิวัติแห่งสหภาพเมียนมา จากนั้นสภาประชาชนจึงเลือกรัฐบาลแห่งชาติ(O6b'N'"g9kNgdk'N0u)ของสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมา (exPNg5k'N06C6biapN]0Nl,Á9e,oN,kO6b'N'"g9kN) จำนวน ๒๘ คน นอกจากนี้ยังได้เลือกตั้งคณะศูนย์กลางอำนาจ(rs6bvkIkx6b'N) อีกทั้งคณะกรรมการการปกครองและรักษาความปลอดภัยได้มอบอำนาจให้กับองค์กรประชาชนทั่วประเทศโดยลำดับ
พรรคแนวทางสังคมนิยมเมียนมา ได้ตั้งองค์กรกลางยุวชนสามัคคีร่วมแนวทาง(],Nt0fN]^'pN0PNtU6"tgitrs6bgdkN,9u) ในเดือนสิงหาคม ๑๙๗๑ เพื่อให้เยาวชนเป็นกำลังหนุนต่อพรรค และให้เป็นผู้สร้างและปกป้องระบอบสังคมนิยม ได้มีการตั้งกลุ่มยุวชนระดับต่างๆจากการเคลื่อนไหวรวมพลังของคณะกรรมการดังกล่าว องค์กรกลางยุวชนสามัคคีร่วมแนวทางค่อยๆเติบโตมาโดยลำดับจนถึงระดับประเทศ
มีการกำหนดให้ชาวไร่ชาวนาและกรรมกรเป็นชนชั้นรากฐานของพรรคแนวทางสังคมนิยม และได้ตั้งสมาพันธ์ชาวไร่ชาวนา และสมาพันธ์กรรมกรขึ้นโดยลำดับ
ในการสร้างประเทศในระบอบสังคมนิยมประชาธิปไตยให้ประสมผลสำเร็จเป็นรูปธรรมตามความมุ่งหมายนั้น ได้มีการตั้งคณะอดีตข้าราชการทหาร กลุ่มนักประพันธ์ คณะกิจกรรมภาพยนตร์ คณะกิจกรรมคีตศิลป์ และคณะกิจกรรมนาฏศิลป์
ในเดือนพฤษภาคม ๑๙๘๐ ได้จัดการประชุมพระสงฆ์ทุกนิกายเพื่อมุ่งหมายให้ชำระพุทธศาสนาของชาติให้บริสุทธิ์และมั่นคง ในการประชุมพระสงฆ์ครั้งนั้น ได้มีการผ่านธรรมนูญสำหรับสงฆ์ ตลอดจนกระบวนการตัดสินปัญหาการกระทำผิดด้านวินัยของฝ่ายสงฆ์
มีการมอบเกียรติคุณให้กับผู้ที่ทำประโยชน์ต่อประเทศในการเรียกร้องเอกราชโดยมิเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มีการประกาศนิรโทษกรรมแก่กลุ่มการเมืองและกองกำลังต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศให้คืนสู่มาตุภูมิ พร้อมกับได้จัดหาที่พำนักให้กับผู้กลับใจอย่างเป็นที่เป็นทาง
ในการประชุมสภาประชาชนครั้งที่ ๒ ได้ผ่านร่างกฎหมายเงินบำนาญด้านการเมือง เพื่อให้บุคคลที่เคยทำคุณประโยชน์ทางการเมืองต่อประเทศได้รับบำนาญเป็นรายเดือนเมื่อมีอายุเกิน ๖๐ ปีไปแล้ว และยังได้มีการร่างและผ่านกฎหมายประชาชนขึ้นใหม่
ในด้านสภาวการณ์โลก ได้ดำเนินนโยบายไม่ฝักใฝ่กับกลุ่มอำนาจการเมืองและกลุ่มอำนาจการทหารใดๆ โดยยึดนโยบายเป็นกลางและเป็นอิสระ กระนั้นก็เข้าร่วมในสหประชาชาติอย่างสมบทบาท
ประเทศเมียนมาได้ดำเนินความพยายามเพื่อสร้างสันถวไมตรีอันดีกับนานาประเทศ ผู้นำประเทศได้มีโอกาสพบปะกับผู้นำของประเทศต่างๆเพื่อเจรจาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน อีกทั้งมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านโดยสันติ
วิรัช นิยมธรรม แปล

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 15528
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)