เรื่องเดียว คือ รักและ(ไม่)เข้าใจซึ่งกันและกัน ของครอบครัว

มีกันและกัน..รักแห่งสยาม

ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม

หนัง....รักแห่งสยาม

ประดุจดังมีเรื่องสามเรื่องหลัก ๆ รวมอยู่ด้วยกัน
หนึ่งนั้นคือส่วนที่หลาย ๆ คนบอก วิจารณ์ว่า จะเป็นมุมที่ไม่ควรมาเผยแพร่หรือเปล่า
คือส่วน..รักระหว่าง "มิว"และ "โต้ง" ซึ่งเป็นชายหนุ่ม(รุ่นเอ๊าะ) ทั้งคู่

สองคือ...รักและ(ไม่)เข้าใจกันของ..แม่"สุนีย์"(สินจัย) พ่อ"กรณ์"(กบ ทรงสิทธิ์) "แตง" (พลอย เฌอมาลย์)ผู้เป็นพี่สาวของโต้ง และโต้งเอง (ตัวเอก)

สามคือ...รัก เหงา โดดเดี่ยว ของ "มิว" หนุ่มน้อยผู้มีความอ่อนไหว จดจำและไม่ลืมเลือนสายสัมพันธ์ ของตัวเองและ "โต้ง"

ภูสุภา ขอเล่าในมุมมองที่ตัวเองเก็บเกี่ยวมาแค่ดู คิดคำนึง ในส่วนเรื่อง...เรื่องเดียว คือ รักและ(ไม่)เข้าใจซึ่งกันและกัน ของครอบครัว
สุนีย์ กับ กรณ์ และลูกทั้งสอง อ้อ..ผิดไปนิดค่ะ..ตัวลูกสาวนั่นแหละที่ดูมีความเข้าอกเข้าใจ พ่อ แม่ และ น้อง

ด้วยความเข้าใจ...สาวน้อยเจ้าจึงต้องจากไป
ตรงส่วนนี้อยาก..เสนอเป็นพิเศษ..ก่อนอื่นตรงที่....

สามคือ...รัก เหงา โดดเดี่ยว ของ "มิว" หนุ่มน้อยผู้มีความอ่อนไหว จดจำและไม่ลืมเลือนสายสัมพันธ์ ของตัวเองและ "โต้ง" ตกไปนิดหนึ่งว่า..และความผูกพันที่ มิว มีต่อ อาม่าด้วย

หนังตั้งใจให้คนดูเห็น มิว ใช้ชีวิต อยู่แทบจะคนเดียวตลอดทั้งเรื่อง
โดยไม่ให้เหตุผลแจ่มชัดนัก
มิว มีความอ่อนไหวมาก มาก ๆๆ ถึงมากที่สุด
ประโยชน์ของคนมีความอ่อนไหว ก็ คือ เขาผู้นั้นจะจดจำรายละเอียดของคนที่เขาผูกพันได้มากเป็นพิเศษ เขาจะฟังเพลงโดยที่รู้สึก(อิน) ไปกับท่วงทำนองแห่งเพลง เนื้อเพลง และอยากรู้กระทั่งว่า คนร้อง คนเล่นเพลง หรือ คนเขียนเพลง นั้น ๆ เขากำลังคิดถึงอะไรอยู่ในขณะนั้น......
*ฉากที่ มิวถามอาม่าว่า "อากง เล่นเพลงนี้ให้อาม่า เพราะ อากงอยากบอกอาม่าในเรื่องอะไร หรือ อาม่าเอง คิดว่า อากง อยากบอกอะไรกับ อาม่า"

โทษของการมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เยอะค่ะ
เช่น รู้สึกเจ็บ รู้สึกปวด เนื่องจากจดจำในรายละเอียดของคนที่เขาผูกพันได้มากเป็นพิเศษ เขาจะฟังเพลงโดยที่รู้สึก(อิน) ไปกับท่วงทำนองแห่งเพลง เนื้อเพลง .......ฯลฯ

จริง ๆ นะคะ มันเป็นความเจ็บปวด..มหันต์ที่เรา หรือ คน หรือ ใคร ก็ตามแต่...ไม่ลืมสักที..ทั้งที่ตั้งกติกา งัดกลเม็ดหลายต่อหลายอย่างมาใช้ก็แล้ว...

มีเหตุผลเป็นล้าน ๆ เหตุผลที่ควรจะลืม แต่ไม่ลืม
การ ไม่ลืม ของเรานี่สิ..ไร้เหตุผล..สิ้นดี...ไม่มีเหตุผลกำกับสักข้อเดียว

ค่ะ..ในฉากสุดท้าย..มิว..จึงร้องไห้..ทั้งรอยยิ้ม..แสดงเก่งค่ะ รู้สึกร้าวรานและมีสุขลึก ๆไปกับ มิว

ประโยชน์(ที่พอเห็น)อีกสักประการหนึ่ง ก็คือ.. มิว ใช้ความรู้สึกพิเศษนี้ มาแต่งเพลง จากก้นบึ้งของหัวใจจนจับจิตจับใจ..อย่าง "มีกันและกัน" ไงคะ แต่งให้ โต้ง..คนที่เขารัก...."ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม....."


สำหรับ***ด้วยความเข้าใจ...สาวน้อยเจ้าจึงต้องจากไป***
ตรงส่วนนี้อยาก..เสนอเป็นพิเศษ
เพราะบางคนก็ว่า.....***

ส่วนความสัมพันธ์ ความรัก และไม่เข้าใจ(หรือเข้าใจ)ของครอบครัวของ"โต้ง"
ตรงนี้ดูยาก ขอเล่าในมุมมองตัวเอง สาวพลอยหรือ "แตง" ขอพ่อ แม่ไปเที่ยวเชียงใหม่ ต่อหลังจากที่ไปกันครอบครัว พ่อ แม่ โต้ง และแตง(กบ,สินจัย,โต้ง และพลอยเฌอมาลย์)
ขากลับแตง (ผู้พี่) ขออยู่ต่อ....จน....แตงหายไปจากครอบครัว

แล้วจนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็นสิบ ๆ ปี ให้เผอิญว่าทั้งพ่อ แม่ โต้ง และเรา(ผู้ชมภาพยนต์)ก็ได้พบสาวพลอยในคราบสาวน้อยชื่อ.."จูน" หนังเล่นเอาเถิดกับทุกคนว่า...แตง หรือ จูน...คนเดียวกันหรือเปล่า
แต่สาวภู คิดเอาเองว่า..คนเดียวกันก็ได้ คนละคนก็ได้ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่..คนเดียวกัน หรือไม่
จุดสำคัญ(น่า)จะอยู่ที่ว่า..แตง หรือ จูน ก็ตามแต่...เข้าใจในความสัมพันธ์ของแต่ละคนในครอบครัวนี้

เธอเข้าใจว่า..แม่(สินจัย) ทำงานหนัก แบกภาระเสมือนเป็นหัวหน้าครอบครัว แต่..แม่ก็ลืมคิดไปว่า..โต้ง ก็คือ โต้ง ซึ่งย่อมมีชีวิตเป็นของตนเอง

*ฉากที่แม่ไปหา มิว และพูดขอร้อง มิวให้เลิกคบหากับโต้ง...
"ขอน้าเถอะนะ มิว มิวน่าจะรู้ว่าน้าพบอะไรมาบ้าง"
แตง? หรือ จูน ? พูดว่า.....
"คุณทำอะไรของคุณ คุณทำอย่างนั้นได้อย่างไร"

เธอเข้าใจ พ่อ..เพราะเธอเป็นคนพูดอะไรกับพ่อ ก็ไม่รู้...(ผู้เขียนบทตั้งใจไม่ให้ใครรู้) แต่หลังจาก..เธอพูดไปแล้ว คนที่เป็น "ผู้แพ้" เป็นตับแข็งจากโรคติดสุราเรื้อรังอย่าง พ่อ ก็ลุกเดิน..จากที่นอนออกมาที่สนามหญ้าหน้าบ้านได้ มีรอยยิ้มให้เราเห็นได้แวบหนึ่ง

เธอเข้าใจโต้ง..เธอเขียนจดหมายให้โต้งอ่าน ก่อนที่เธอจะจากครอบครัวนี้ไป โต้งอ่านแล้ว...เข้าใจแม่..ถามแม่ว่า..
"แม่ เหนื่อยบ้างมั้ย" และ ช่วยแม่ติด ประดับ ตุ๊กตาต้นไม้คริสต์มาส และกล้าพอที่จะพูดกับแม่ว่า..
"ที่โต้งต้องถามแม่ละเอียดว่า..ติดตรงไหน ติดอย่างไร ก็เพราะไม่อยากให้แม่มาดุ หรือว่าทีหลัง หลังจากที่แม่ไม่พอใจการติดตุ๊กตา..ของโต้ง"

เราจึงได้เห็นคนเป็น แม่ เริ่มที่จะรู้ตัว ว่า..ตัวเองเป็น..เรียกว่าอะไรดีคะ..เปอร์เฟกชั่นนิสซึ่ม..หรือ..ไม่อ่อนข้อ ไม่ยืดหยุ่น..นั่นเอง

และเรา ๆ จึง เพิ่งจะได้เห็น แม่ และ ลูกคู่นี้..กอดกันเป็นครั้งแรก

หนังดีมั้ยคะ
ไม่ใช่ประเด็นหลักเลยที่บางคนออกมาโจมตีว่า...เป็นหนังของชนชาวสีม่วง...(พวกเขาก็เป็นคนนะคะ) หรือ..ชี้โพรงใหักระรอกหรือเปล่า...(ชี้ให้เห็น แง่มุมความเข้าใจซึ่งกันและกันในครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวสำหรับทุกครอบครัวมากกว่า)

เชียร์เต็มที่..ค่ะ

(ต้องดู)
((มีต่ออีก..นะ))


ถ้าบอกว่าเพลงนี้..ร้องให้เธอฟัง..เธอจะเชื่อไหม............