ประชาธิปไตยกับเทคโนโลยีการเกษตร

สื่อทุกชนิดตอนนี้... จะเห็นได้ว่า นอกจาก กกต. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงแล้ว ก็จะมีผู้นำทางศาสนาต่างๆ บรรดาศิลปิน และผู้มีชื่อเสียงแขนงอื่นๆ ในสังคมไทยออกมาชักชวนให้ไปเลือกตั้ง และต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งก็เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาในช่วงก่อนจะเลือกตั้ง...

และผู้เขียนเพิ่งอ่าน บทความของ เวทิน ชาติกุล เรื่อง การเปลี่ยนเทคโนโลยีในสังคมไทย : กรณีเทคโนโลยีสารเคมี จากวารสารสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย (ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๐) จบลง ก็ได้ความคิดเห็นว่า ปัญหาสองประะเด็นนี้มีรูปแบบพื้นฐานทำนองเดียวกัน มีตรรกะเหมือนกัน หรืออาจสะท้อนปัญหาของสังคมไทยเหมือนกัน....

จากบทความบอกว่า การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางการเกษตรแบบเดิมมาเป็นแบบใหม่จะเป็นไปดังนี้...

  • เริ่มโดยกลุ่มชนชั้นนำในสังคม
  • เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
  • และเปลี่ยนระบบกสิกรรมของประเทศทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ ก็มีผู้ต่อต้านและตอบโต้จากสังคม ซึ่งก็มีนัยการตอบโต้แตกต่างกันไปดังนี้

  • การตอบโต้โดยเปิดเผยชนิดแข็งกร้าว เช่น กบฎชาวนาในสมัยอยุธยาเป็นต้น ซึ่งทุกครั้งรัฐจะใช้วิธีการปราบอย่างรุนแรงเสมอ
  • การตอบโต้โดยอ่อน เช่น การรวมกลุ่มประท้วง หรือการถวายฎีกาเป็นต้น ซึ่งเกือบทุกครั้ง จะมีการเผชิญหน้าระหว่างชาวบ้านกับขุนนางหรือเจ้าหน้าที่
  • การตอบโต้โดยส่วนตัว นั่นคือ การไม่เชื่อฟังหรือไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐ มีการใช้สารเคมีผิดวิธี เป็นต้น

มิติทางญาณวิทยา สังคมไทยมักจะตีความหมายปัญหาว่า

  • ปัญหาทางเทคโนโลยี -ปัญหาความอยุติธรรมในสังคม - ปัญหาในการใช้อำนาจรัฐในทางที่ไม่ถูกไม่ควร

ส่วนมิติทางจริยศาสตร์ รัฐเชื่อว่า

  • เทคโนโลยีสมัยใหม่จะนำไปสู่ชีวิตที่ดีของผู้คน

..................

ผู้เขียนเห็นว่า เมื่อเปลี่ยนคำว่า เทคโนโลยี มาเป็นคำว่า ประชาธิปไตย ก็อาจเป็นไปทำนองเดียวกัน เช่น ประชาธิปไตยเริ่มต้นจากกลุ่มชนชั้นนำในสังคม เืพื่อตอบสนองความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองทั้งหมด...

เฉพาะประเด็นการต่อต้านหรือตอบโต้จากสังคมนั้น ผู้เขียนคิดว่า รูปแบบการใช้เงิน ซื้อเสียง ขายเสียง น่าจะเป็นการตอบโต้จากกลุ่มชนในสังคมอย่างชัดเจนที่สุด กล่าวคือ

  • ผู้สมัครก็ยังเชื่อกันว่า มีการใช้เงินเพื่อซื้อเสียงอยู่ ทั้งโดยตรงหรืออ้อม และโดยเปิดเผยหรือปกปิด...
  • ผู้ลงคะแนนก็ยังคงเชื่อกันว่า มีการรับเงินอยู่...
  • เจ้าหน้าที่และกระบวนการทางการเมือง ก็เชื่อว่ายังคง เอื้อ ต่อการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอยู่...

เมื่อมองทางมิติญาณวิทยา ก็เชื่อกันว่า ปัญหาของระบอบประชาธิปไตยก็คือปัญหาเรื่องความอยุติธรรม และก็คือปัญหาในการใช้อำนาจรัฐในแนวทางที่ไม่ถูกไม่ควรของเจ้าหน้าที่

ส่วนมุมมองทางจริยศาสตร์ ก็ชัดเจนเช่นกันที่จะบอกว่า

  • ระบอบประชาธิฺปไตยจะนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น...

................

ผู้เขียนก็สงสัยตัวเองว่า การที่รูปแบบเชิงตรรกทั้งสองนี้สอดคล้องกัน เพราะผู้เขียนเข้าไปจับโครงสร้างแห่งชุดคำอธิบายว่าเหมือนกัน...

หรือเพราะทั้งสองนี้สะท้อนถึงปัญหาระดับพื้นฐานของสังคมไทย...

และหรือเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง...

จึงนำมาเล่าไว้เล่นๆ