ผมเคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนโยบาย การไม่ให้เด็กสอบตก โดยทำเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเชิญชวนครูต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทยมาร่วมคิด ร่วมมอง ในบันทึกชื่อ ... About Fail : No Fail Policy .. 40 disagree while 0 says "Yes" มีข้อคิดที่น่าสนใจจากครูต่างชาติอยู่ท้ายบันทึกนั้นครับ
มาวันนี้ทั้งๆที่ผมมีเรื่องราวที่อยากเขียนเกี่ยวกับการไปประชุมสัมมนาของชาวศึกษาศาสตร์จันทรเกษม ที่อาราญาน่า ภูพิมาน รีสอร์ท ระหว่าง 17-19 ธค. 50 แต่เนื่องจากไปอ่าน Comment ท้ายบันทึกเก่าของผมเรื่องหนึ่ง เชื่อว่าผู้เขียนน่าจะเป็นครู ที่ทำหน้าที่อยู่ด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างแย่ .. อ่านแล้วน่าเห็นใจครู ขณะเดียวกันก็ทำให้ห่วงอนาคตของประเทศมากเหมือนกัน .. คน ซึ่งเป็นผลผลิตของระบบการศึกษา และจะเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาประเทศ และสังคมในอนาคต .. ได้รับการบ่มเพาะให้พร้อมหรือยังสำหรับการนำพาประเทศชาติไปสู่อนาคตที่ปลอดภัย มั่นคง และสงบสุข
นี่ครับ ข้อเขียนอันเป็นความเห็นดังกล่าว
นักเรียนสมัยนี้บอกสอนยาก ไม่ตั้งใจเรียน จะตั้งใจทำไมหล่ะในเมื่อเรียนอย่างไรก็จบโดยเฉพาะโรงเรียนในต่างอำเภอ
ผอ.บอกเลยว่าวิชาใดมีนักเรียนสอบตก หรือติด มส. ติด ร. ครูผู้สอนจะไม่ได้รับการพิจารณาความดีความชอบ และกำหนดด้วยว่าในแต่ละวิชาต้องมีเกรด 4 ร้อยละเท่าไร เกรด 3.5 ร้อยละเท่าไร เด็กบางคนไม่เคยมาเรียนเลยทั้งเทอม วันสอบมาสอบยังได้เกรด 1 เลย เมื่อเขาขึ้น ม.2 คิดว่าเขาจะมาเรียนเหรอ
แบบฝึกหัดก็ไม่เคยส่ง เขียนหนังสือก็ไม่ถูก อ่านก็ไม่ออก สูตรคูณท่องได้แม่ 2 แม่เดียว นี่คือผลผลิต ม.3 นะ ครูคนไหนให้เด็กคนดังกล่าวติด ร. หรือ ศูนย์ หรือ มส. ก็จะโดนเด็กและผู้ปกครองทำร้ายด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ขูดสีรถยนต์ กรีดเบาะรถมอเตอร์ไซต์ ขว้างขวดแก้วใส่บ้านทุกคืน ครูคนนั้นจะย้ายก็ย้ายก็ไม่ได้ ระบบการย้ายไม่เอื้อเพราะดันมีบ้านอยู่ที่นั่น ครูก็เลยสอนแบบ เด็กจะมาเรียนหรือไม่มา จะคูณเลขถูกหรือไม่ จะอ่านออก เขียนถูกหรือไม่ ก็ผ่านหมด เพราะตัวเองกลัวเดือดร้อน ไหนจะเดือดร้อนจากเด็กและผู้ปกครองที่จ้องทำร้าย ไหนจะเดือดร้อนจาก ผู้บริหารที่ไม่ไห้ความดีความชอบเพราะเดี่ยวไม่ผ่านการประเมินภายนอก
สรุปการศึกษาของไทยก็เลยถดถอย หลักการดี แต่ทำหลอกกันไปหลอกกันมาทั้งระบบ คนกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลไปหมด ทั้งชาวบ้าน เด็กนักเรียน ผู้บริหาร ครูส่วนใหญ่ก็เลยสอนตามหน้าที่ไปวันๆ และก็คิดปลอบใจตัวเองว่า ประเทศไทยไม่ใช่ของเราคนเดียวหรอก.
อ่านแล้ว คิดเห็นประการใด ขอเชิญบรรเลงได้ตามอัธยาศัยครับ !
แนวทางในการปฏิบัติทุกอย่างย่อมมีปัญหาเป็นธรรมดาขึ้นอยู่ที่ว่าเราได้ทำหน้าที่ของเราดีพอหรือยังในการกำหนดแนวคิดใหม่ๆในการทำงานผู้กำหนดย่อมหวังให้เกิดผลดีแก่นักเรียนทุกคนโดยมุ่งหวังเป็นไปในเชิงของจิตวิทยาเด็กในการเรียนรู้แต่ในแนวทางของการปฏิบัติของบ้านเมืองนี้การพัฒนาบุคคลคงต้องเป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญให้ทันต่อปัญหาที่กำลังจะเป็นเนื้อร้ายของการศึกษาไทยในอนาคต