กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนสู่ประชาธิปไตย นับถอยหลังไปไม่กี่วันก็จะถึง วันที่สำคัญอีกวันหนึ่งของประเทศไทย คือ 23 ธันวาคม 2550 วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ หรือ ส.ส. ก็ขอให้คนไทยทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ ไปใช้สิทธิ์และใช้วิจารณญาณเลือกคนเก่งและคนดีเข้ามาบริหารบ้านเมือง และเพื่อให้สอดคล้องกัน จึงขอนำเสนอเรื่อง “กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนสู่ประชาธิปไตย” ซึ่งได้มีโอกาสอ่านเรื่องนี้ที่ท่าน พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต) ได้เขียนไว้ ให้ความสำคัญเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษากับประชาธิปไตย ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยประชาชนต้องมีการศึกษา ดังวาทะของประธานาธิบดีลินคอล์น ที่ว่า “ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” ถ้าพิจารณาให้ลึกถึงความหมาย เป็นการเตือนให้รู้สึกตัวว่า คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน และคุณภาพประชาชนขึ้นต่อการศึกษา ประชาชนปกครองคือประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจตัดสินใจ จะตัดสินใจได้ถูกดี ต้องมีการศึกษา การที่จะตัดสินใจผิดหรือตัดสินใจถูก อยู่ที่ความเป็นคนดีและมีปัญญา คือมีคุณธรรม มีความรู้ความเข้าใจเฉลียวฉลาดสามารถในการคิด เป็นต้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ประชาชนควรมี และการศึกษาจำเป็นต่อประชาธิปไตย เพื่อพัฒนาประชาชนให้ทำหน้าที่หรือใช้อำนาจตัดสินใจอย่างได้ผลดีใน 2 ประการ คือ 1. ให้เสียงข้างมากที่จะใช้วินิจฉัยเกิดจาก การตัดสินใจของคนที่เป็นบัณฑิต คือ คนดีมีปัญญา 2. ให้การตัดสินใจของคนเกิดจาก ความต้องการที่มาประสานกับปัญญาที่รู้และให้เลือกเอาสิ่งที่ถูกต้องดีงามจริงแท้ และเป็นประโยชน์แท้จริง ดังที่ว่า “หนึ่งบัณฑิต ดีกว่าพันพาล แต่ประชาธิปไตยต้องการให้ทั้งพันเป็นบัณฑิต” การศึกษาจะพัฒนาคนได้ผล ต้องช่วยให้คนพัฒนาความต้องการ มีลักษณะสำคัญ 2 ด้าน คือ1. ต้องการความจริง และอยากรู้ความจริง เป็นความต้องการที่ฉลาด ประกอบด้วยวิจารณญาณ คือ มีปัญญา2. ต้องการความดีงามและอยากทำสิ่งทั้งหลายให้ดีงาม เป็นความต้องการที่ประกอบด้วยคุณธรรม เจตจำนงในทางสร้างสรรค์ คือ มีเจตนาดี· ประชาธิปไตยจะเป็นจริงได้ ต้องให้ประชาชนรู้จักปกครองตนเอง ทั้งด้านความรู้ความเข้าใจ ด้านจิตใจ ด้านพฤติกรรม มีวินัยที่จะปฏิบัติและจัดการให้เป็นธรรม ก็เรียกว่า ปกครองตนเองได้· ประชาธิปไตย จัดสรรให้สังคมมีโอกาสสูงสุด คือ โอกาสพัฒนาคน โอกาสร่วมสร้างสรรค์สังคม· ประชาธิปไตย ทำให้คนมีโอกาสศึกษา การศึกษา ทำให้คนเข้าถึงโอกาสในสังคมประชาธิปไตย ปัจจุบันคนให้ความสำคัญ แก่คำว่า “สังคมแห่งการเรียนรู้” เพราะที่จริงนั้น สังคมประชาธิปไตย กับสังคมแห่งการเรียนรู้ ก็คือคนละด้านของเรื่องเดียวกัน เพื่อให้คนเป็นส่วนร่วมที่ดีของสังคมประชาธิปไตย และสามารถได้รับประโยชน์จากสังคมประชาธิปไตย และช่วยให้ประชาธิปไตยดำเนินไปด้วยดีสู่จุดหมาย เราต้องอาศัยการศึกษา ต้องมีกระบวนการเรียนรู้ที่ถูกต้อง คือ เรียน ศึกษา ฝึก หัด พัฒนา การเรียนต้องมีรู้เป็นแกน คือ เรียน เท่ากับ “รู้” บวกด้วย “ได้” อะไรเพิ่มเข้ามาให้แก่ชีวิตบ้าง เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น คือ· เรียน = รู้ + ได้ความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น· เรียน = รู้ + ทำให้ได้ ทำให้เป็น เมื่อบุคคลแต่ละคนเรียนรู้ตลอดชีวิต สังคมก็จะกลายเป็น สังคมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งต้องจัดสรรสังคมให้มีสภาพและบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย สุดท้ายก็ขอฝากอนาคตประเทศไทยไว้ในมือ คนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคน อาทิตย์ที่ 23 ธันวาคมนี้ “ไปใช้สิทธิ์เลือกคนเก่ง คนดี เข้าสภาฯ”
กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคนสู่ประชาธิปไตย
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น..Blog2และต่อๆไป เชิญแสดงความคิดเห็นเช่นกันค่ะ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
พิสูจน์ · 20 ธ.ค. 2550
ชำเลือง · 20 ธ.ค. 2550
เพื่อวัดไทย กุสินารา · 20 ธ.ค. 2550
งานสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง WUCLM · 20 ธ.ค. 2550
พุทธิวัฒน์ ธนาพงศ์พีระ · 20 ธ.ค. 2550
เริ่มมีย่อหน้าให้เห็น (แค่ 1 ครั้ง) แต่ยังไม่เว้นบรรทัดในการบอกข้อใหม่
อยากให้ผู้เขียนและคนอ่านช่วยกันยกตัวอย่าง ในการที่จะพัฒนาคนไปสู่ประชาธิปไตยที่เต็มใบในสังคมไทย เพราะทุกวันนี้เรายังมีคนที่ปากพูดกับการกระทำตรงกันข้ามอีกมาก รวมทั้งยังมีพรรคการเมืองที่ยังให้นักการเมืองที่ไม่ดี เข้ามาอยู่ในพรรค เพียงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน โดยไม่สนใจความถูกต้อง
ผมเป็นห่วงอนาคตของประเทศไทย ที่นับวันมีความแตกแยกกันเองมากขึ้น
ก่อนอื่นต้องขอโทษที่การจัดเรียงหน้าไม่สวยเท่าที่ควร เนื่องจากผู้เขียนพิมพ์ในWord เมื่อใส่ในBlogแล้วทำให้ไม่สวย และขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านและแสดงความคิดเห็นค่ะ
ประชาธิปไตย คืออะไร
ทุกวันนี้ ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน จริงหรือไม่
หรือเป็นการปกครอง โดยคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเพื่อพวกพ้องของตนหรือเปล่า
คนดี คืออะไร ส.ส. ที่ดี ควรมีลักษณะอย่างไร เราเห็น ส.ส. ก่อนเืลือกตั้ง นอบน้อม กับประชาชน พอได้เป็นแล้ว ไม่เห็นมีใครยกมือไหว้ประชาชนเลย มีแต่ไม่เห็นหัวประชาชน บอกว่าจะทำโน่นจะทำนี่ หรือพัฒนาท้องถิ่น พอได้เป็น ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย จะกลับมาไหว้ประชาชนอีกทีก็ตอนเลือกตั้งใหม่
แต่ถึงยังไงวันที่ 23 นี้ก็ไปเลือกตั้งตามสิทธิของตนเองก็แล้วกัน ส่วนจะได้คนดี หรือพรรคการเมืองดี ๆ นั้น คงไม่คาดหวังอะไร เพราะมีแต่คนเดิม ๆ ย้ายพรรคไป ย้ายพรรคมา เหมือนเด็กเล่นขายของ อุดมการณ์ก็ไม่ต้องพูดถึง รู้จักคำนี้กันหรือเปล่าก็ไม่รู้
ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนะชาชน ...แต่ที่ยังมีให้เห็นอยู่ก็คงการแบ่งพรรคแบ่งพวกอยู่ ..ดังนั้นสิ่งที่ยังมุ่งหวังก็คือการเลือกตั้งนำมาซึ่งการมุ่งหวังที่จะมีใครสักคนที่เป็นคนดีสำหรับเรา เข้ามาพัฒนาและชี้นำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและเกิดสันติสุขโดยเร็วไว อย่าน้อยก็ไม่ได้ทำเพื่อใครคิดอีกทีก็เพื่อในหลวงของเรา แต่ถ้าจะให้ดีเมื่อการปกครองเป็นของประชาชน ประชาชนก็ควรที่สามัคคีกันมากกว่านี้ซึ่งน่าจะดีกว่าแบ่งพรรคแบ่งพวก ซึ่งสิ่งที่ดิฉันมุ่งหวังอยู่ลึกๆก็คือการร่วมกันแก้ปัญหารับฟังเพื่อแก้ไข มิใช่แก่งแย่งกันว่าใครจะเป็นใหญ่หรือใครดีกว่าใคร ถ้าเห็นแก่ส่วนรวมจริงๆก็หันหน้าเข้าหากันเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างต่างที่มีดีกว่าไหม...ให้ทะเลาะกันต่อไปคงไม่มีอะไรดี
ขอบคุณค่ะ
ประชาธิปไตยเป็นของประชาชนทุกคน ผมเห็นด้วยครับการที่จะพัฒนาคนไปสู่ประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะถ้าประเทศไทยมีผู้นำที่มีความซื่อสัตย์ต่อบ้านเมือง ไม่โกงกินบ้านเมือง ก็อาจจะทำให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้ามากครับ
ผมกลับมองว่าประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ในเมืองไทยและทุกๆที่ทั่วโลกนั้น ยังคงเป็นระบบ"พวกพ้องและผลประโยชน์" หาได้เป็นดังอุดมการณ์เดิมไม่ หลายคนที่ดี ก็ตกอยู่ภายใต้ระบบผลประโยชน์และพวกพ้อง ทำให้ไม่สามารถดำรงค์ความดีดังก่อนเป็นมา ถูกกลืนไปในที่สุด และตราบใดก็ตามที่สังคมไทยยังเป็นลักษณะการนับถือคนที่เงิน อำนาจ ยศศักดิ์ ก็ยากยิ่งที่จะผลักดันคนดีออกมาทำงานให้ประเทศชาติได้ ผมมองว่าอาจต้องใช้เวลามากกว่า 50 ปีทีเดียวที่จะล้างความคิดเดิมของคนไทย(ส่วนใหญ่) ให้มองคนที่ความดี(ซึ่งก็ขึ้นกับการเรียนรู้ในวันนี้) จนคนดีมีกำลังใจที่จะดีต่อแล้วมั่นใจที่จะก้าวออกมาเข้าสู่ระบบ แล้วประเทศชาติถึงจะพัฒนาได้อย่างเร็วกว่าทุกวันนี้
“ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” จริงหรือ ???
ทำอย่างไรประชาธิปไตยในไทย จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ???
คนดีมีจริงหรือ ???
แต่ถึงกระนั้นเราคนไทยก็ต้องทำหน้าที่พลเมืองที่ดีโดยการไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้แน่นนอนค่ะ
ป.ล.อยากให้มีภาพประกอบบทความด้วยค่ะ
วันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ หรือ ส.ส. ก็ขอให้คนไทยทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ ไปใช้สิทธิ์และใช้วิจารณญาณเลือกคนเก่งและคนดีเข้ามาบริหารบ้านเมืองกันนะคะ
ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของเสียงส่วนใหญ่....ดังนั้นการปกครองแบบประชาธิปไตยจะสัมฤทธิ์ผลสามารถนำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้นั้น คนที่จะมาเป็นผู้บริหารการปกครองจะต้องเป็นคนเก่งและคนดี / คนดีจำเป็นต้องมีความรู้ เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันคนไม่ดี / การใฝ่รู้ ฝึกฝนเพิ่มเติมเป็นประจำจะสามารถพัฒนาคนให้เป็นคนเก่งได้ใช่มั้ยจ้ะ.........Blog หน้าขอภาพประกอบ....เว้นวรรค...ขึ้นบรรทัดใหม่บ่อยๆ หน่อยนะ ....เพราะ 2 บทความที่ผ่านมาน่าสนใจมากแต่อ่านแล้วตาลายค่ะ
วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันชี้ชะตาของประเทศไทยเราแล้ว ประเทศไทยเราจะเจริญก้าวหน้าหรือจะย่ำแย่ก็อยู่ในมือของทุกคนแล้ว ก่อนที่จะเลือกใครเข้ามารับหน้าที่นี้ เราควรที่จะศึกษาให้ดี ควรที่จะเลือกคนเก่งและดีเข้ามาทำงาน อย่างที่อาจารย์ว่า "อนาคตประเทศไทยไว้ในมือคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนแล้ว" 23 ธันวาคม อยากให้ผู้มีสิทธิ์ไปเลือกคนดีและคนเก่งเข้าสภาฯนะค่ะ บทความนี้เป็นบทความที่ดีมากค่ะ
อ่านบทความแล้วเห็นด้วยกับข้อความที่ว่า... “ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” ถ้าพิจารณาให้ลึกถึงความหมาย เป็นการเตือนให้รู้สึกตัวว่า คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน และคุณภาพประชาชนขึ้นต่อการศึกษา...เพราะถ้าบุคคลหรือประชาชนที่มีสิทธิ์ในความเป็นประชาธิปไตยไม่มีความรู้ก็จะนำไปใช้ในทางที่ผิด ทำให้มีผลกระทบกลับมาในหลายๆๆ ด้าน ซึ่งในความเป็นจริงประเทศไทยของ ยังต้องให้ความรู้ และปลูกฝังความคิดในการวิเคราะห์ ให้กับประชาชนของเราอีกมากจึงจะสามารถแก้ปัญหาที่มีในปัจจุบันนี้ได้ โดยก็ได้แต่หังว่าพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์ รักษาสิทธิ์ในความเป็นประชาธิปไตย์ของตนเอง ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มคนบางกลุ่มคนเข้ามายึดอำนาจแล้วก็บริหารหรือทำอะไรซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับประเทศไทย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการต่างประเทศ
ชอบบทความนี้มากคะ อ่านแล้วรู้สึกเตือนสติดี แต่ประชาธิปไตยกับความเป็นจริงมันต่างกันคะ ตราบได้ที่คนทุกคนยังมุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตน ถึงแม้จามีประชาธิปไตยก็ไร้ค่า...
คำกล่าวของลินคอล์นที่เมืองเก็ตตี้เบิร์ก มีนัยสำคัญของการที่ชนชั้นนายทุนอุตสาหกรรมทางภาคเหนือไม่ต้องการการประนีประนอมกับเจ้าที่ดินในภาคใต้ที่เน้นการผลิตทางเกษตรกรรมโดยใช้แรงงานทาสอีกต่อไป และต้องการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างอิสระ นั่นหมายถึงการที่ชนชั้นกลางจะเป็นชนชั้นที่นำการเปลี่ยนแปลงสังคมเข้าสู่ยุคใหม่ จะเห็นได้ว่าพัฒนาการดังกล่าวทำให้แรงงานภาคเกษตรในสหรัฐมีไม่ถึงร้อยละ 3 ในปัจจุบัน ชนชั้นกลางก็ คือ พ่อค้า ซึ่งเมื่อมีจำนวนมากก็ไม่ต้องการการผูกขาด พวกเข้าจึงเลือกการปกครองที่เป็นระบอบเสรีประชาธิปไตย แต่กรณีประเทศไทยที่มีแรงงานในภาคเกษตรสูงถึงร้อยละ 60 จะทำอย่างไร ในสังคมทุนนิยม เวลาหมายถึงดอกเบี้ย แรงงานหมายถึงค่าจ้าง การใช้เครื่องมือหรือสินค้าประเภททุนหมายถึงค่าเช่า และการประกอบการหมายถึงกำไร แต่ภาคเกษตรผลผลิตออกปีละครั้ง ปีไหนผลผลิตดีก็ราคาตก ปีไหนผลผลิตไม่ดีราคาแพงก็ไม่มีขายเสียอีก จึงจำเป็นต้องมีธนาคารของตนเอง (ธกส.) ฉะนั้นจะทำไงดีในเมื่อมันเป็นเงื่อนไขทางชนชั้น และเป็นเหตุให้ชนชั้นล่างกับชนชั้นกลางโดยเฉพาะชนชั้นกลางที่เป็นพวกคอปกขาวเผชิญหน้ากันอยู่ในปัจจุบัน KM จะช่วยได้อย่างไร ผมว่าก่อนเราควรวิพากษ์ข้อมูลที่มีของแต่ละฝ่ายก่อนที่จะเล่นไปตามกระแสของแต่ละฝ่าย อย่างไรก็ตามตามทฤษฎี เราควรจะจับตามแนวคิดของชนชั้นกลาง(หากเรายึดถือว่าแนวทางเสรีประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่พึงปราถนา) ต้องเอาประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้งคือ เห็นแก่ตัว แต่เป็นการเห็นแก่ตัวแบบมองการณ์ไกลเพราะหากเราเห็นแก่ตัวแบบคิดอะไรสั้น ตักตวงแบบมักง่ายทุกสิ่งก็จะล่มสลาย ทรัพยากรพัง จริยธรรมพัง เราต้องเห็นแก่ตัวแบบมองการ์ไกล ลูกหลานของเราจะอยู่อย่างไร อย่างไรก็ดีสิ่งที่ไม่ควรทำมากที่สุด คือ การเสียสละ เพราะเมื่อเราเสียสละ เราจะเริ่มพูดว่า เราอุตส่าห์ และเริ่มจะไม่ฟังคนอื่น เราต้องเริ่มคิดว่าเราทำแทนคนอื่นเพราะช่วยให้เราได้เรียนรู้ ฯลฯ ประชาธิปไตยต้องเห็นแก่ตัวฉะนี้แล
จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะกล่าวถึงเรื่องอะไร สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ทรัยากรมนุษย์นั่นเอง และที่ขาดไม่ได้อีกก็คือการศึกษา และ สถาบันครอบครัว สามสิ่งนี้น่าจะทำให้ประชาธิปไตยในบ้านเราเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ
มนุษย์ต้องได้รับการศึกษาโดยประการแรกเพื่อก่อให้เกิดแนวคิดซึ่งอาจมีหลายแนวทาง หรือเพื่อได้รู้ และเกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน จนก่อตัวเป็นองค์ความรู้ในที่สุด
สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราจะละเลยไม่ได้ เนื่องจากสถาบันครอบครัวก่อให้เกิด ความเชื่อ ทัศนคติ และค่านิยมต่อเรื่องต่าง ๆ โดยเป็นสถาบันแรกที่จะส่งผลโดยตรงต่อมนุษย์ค่ะ
ในที่สุดก็ได้รู้สักที...ว่า พรรคที่ได้เสียงข้างมาก....แต่คนไทยก็คงคาดเดาล่วงหน้าได้ไม่อยาก....อะ อ่า...คงไม่ต้องเอยอะไรมาก...แต่จะบอกให้ว่า ประชาธิปไตยของประเทศไทย คงจะเข้าใกล้ ประเทศไต้หวันเข้าไปทุกทีแล้ว....อิอิ ดีจ้า...A-kung
การจัดเรียงหน้าไม่สวยเท่าที่ควร แต่ก็ชอบบทความนี้มากครับ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า“ประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” ถ้าพิจารณาให้ลึกถึงความหมาย เป็นการเตือนให้รู้สึกตัวว่า คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน และคุณภาพประชาชนขึ้นต่อการศึกษา...ซึ่งกระผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า"คุณภาพของประชาธิปไตยอยู่ที่คุณภาพของประชาชน และคุณภาพของประชาชนขึ้นอยู่กับการศึกษา" ดิฉันเองคิดอยู่เสมอว่าการศึกษาสามารถยกระดับตัวเราให้สูงขึ้นได้จากที่เป็นอยู่ เยาวชนในกรุงเทพไม่ต้องพูดถึงเพราะส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาที่ดีกันทั้งนั้น นั่นเนื่องจากฐานะความเป็นอยู่ที่ทำให้มีโอกาสมากกว่าเด็กในต่างจังหวัด ตัวดิฉันเองได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ภาคอิสานเป็นโรงเรียนที่ทางวัดสร้างขึ้นเพื่อให้เด็กที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้เนื่องจากไม่มีเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียน รองเท้าและเสื้อผ้า ทำให้ดิฉันรู้ว่า นโยบายที่ว่าเรียนฟรีนั้นใช้ไม่ได้จริงกับเด็กทุกคน เพราะยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่สามารถไปเรียนโรงเรียนของรัฐบาลที่โฆษณาว่าเรียนฟรีได้ ในเมื่ออนาคตต่อไปของชาติยังไม่ได้รับการศึกษาที่ดีและทั่วถึงได้ ก็คงอีกยาวไกลที่จะพูดถึงประชาธิปไตยที่แท้จริง เพราะดิฉันเชื่อว่า ยังคงมีนักการและข้าราชการที่คอรัปชั่นอีกจำนวนไม่น้อยที่คิดหาประโยชน์จากคนกลุ่มนี้
หากพูดถึงประชาธิปไตยคนไทยส่วนใหญ่คนนึกเห็นการเมืองที่วุ่นวายและน่าเบื่อมีแต่การคอรัปชั่น สำหรับตัวข้าพเจ้าตอนนี้กำลังคิดว่าประเทศไทยตอนนี้ยังมีประธิปไตยอยู่หรือไม่หกามีแล้วทำไหมถึงมีแต่เหตุการณ์ที่มีการทุจริตอยู่
ประชาธิปไตย นั้นอยู่ในมือของประชาชนที่จะเลือกตั้งคนดีเข้ามารับใช้งานประชาชน ถ้าใครไม่ใช้สิทธิ์เท่ากับว่าไม่ใช่ประชาชนที่เเทจริง เรามีสิทธิ์เเล้วเราก็ควรใช้สิทธิ์ให้เต็มที่เลย เพื่อประเทศชาติที่ดีขึ้น เเละสังคมที่พัฒนาขึ้น
ประชาชนคนไทยต้องใช้สิทธิ์ ว่ามัวคิดขุ่นใจให้มัวหมอง
เรามีสิทธิ์ต้องใช้ให้สมปอง ไทยทั้งผองเลือกคนดีเข้าสภา
ประชาชนทุกคนควรที่จะใช้สิทธิในหน้าที่ของตัวเองเพื่อให้ประเทศชาติดีขึ้น เช่น การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร เลือกตั้งวุฒิสภา ฯลฯ เราควรที่จะเลือกคนดีที่สามารถจะดูแลประเทศชาติและสังคมให้ดีขึ้นได้ รวมไปทั้งความไม่สงบสุขของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ปัจจุบันนี้