สิ่งที่ส่งเสริมให้ปฏิบัติในเทศกาลอีด อัฏฮา
๑.ส่งเสริมให้ถือศีลอดในวันอะรอฟะฮฺ คือ วันที่ ๙ ของเดือนซุลฮิจจะฮฺ สำหรับมุสลิมที่ไม่ไปประกอบพิธีฮัจญ์อิสลามได้ส่งเสริมอย่างยิ่งให้ถือศีลอดในวันอะรอฟะฮฺ ดังที่รายงานจากท่านนบี(ซ.ล.)ซึ่งท่านได้กล่าวว่า“ผู้ใดก็ตามที่ถือศีลอดในวันดังกล่าว พระองค์อัลลอฮฺทรงจะให้อภัยแก่เขาสำหรับบาปที่เขากระทำมาในปีที่แล้วและหนึ่งปีหลังจากนั้น” รายงานโดยมุสลิม
๒. ส่งเสริมให้กล่าวตักบิรฺ (ประกาศความยิ่งใหญ่ของพระองค์) ชะรีอะฮฺได้กำหนดให้มีการตักบิรฺ จากเช้าวันอะรอฟะฮฺ ถึง เย็นวันสุดท้ายของวันตัซริก” ( คือ ระหว่าง วันที่ ๙ ถึง วันที่ ๑๓ ของเดือน ซุลฮิจจะฮฺ) ดังที่พระองค์อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ว่า“ สูเจ้าจงรำลึกถึงอัลลอฮฺในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ”
คำกล่าวตักบิร (الله أكبر الله أكبر، لا إله إلا الله، والله أكبر الله أكبر ولله الحمد)
หรือ
( الله أكبر الله أكبر الله أكبر ، لا إله إلا الله والله أكبر ، الله أكبر ولله الحمد )
( ย้ำ สาม ครั้ง )
الله أكبر كبيرا ، والحمد لله كثيرا ، وسبحان الله بكرة وأصيلا ،لا إله إلا الله ولا نعبد إلا إياه مخلصين له الدين ولو كره الكافرون ،لا إله إلا الله وحده ، صدق وعده ، ونصر عبده ، وأعز جنده وهزم الأحزاب وحده ،لا إله إلا الله والله أكبر ، الله أكبر ولله الحمد )
ความหมายโดยสรุปว่า
- พระองค์อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ พระองค์อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ พระองค์อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ พระองค์อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ และบรรดาการสรรเสริญเป็นของพระองค์อัลลอฮฺ
- พระองค์อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ และการสรรเสริญอันมากมายเป็นของพระองค์อัลลอฮฺ พระองค์อัลลอฮฺทรงบริสุทธิ์ทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น
- ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ เราไม่กระทำอิบาดาตนอกจากต่ออัลลอฮฺเท่านั้นอย่างความบริสุทธิ์ใจถึงแม้ว่าผู้ไม่ศรัทธาจะเกลียด
- ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺทรงเอกะเท่านั้น พระองค์ทรงสัจจะต่อการสัญญาของพระองค์ พระองค์ทรงให้ความช่วยเหลือแก่บ่าวของพระองค์ พระองค์ทรงประทานความชัยชนะแด่เหล่าทัพของพระองค์ พระองค์ทรงเอกะเท่านั้นให้บรรดาพรรคพวกทั้งหลายได้รับความพ่ายแพ้
- ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ บรรดาการสรรเสริญเป็นของพระองค์อัลลอฮฺ
ลักษณะของการตักบิร อิสลามได้ส่งเสริมให้ชายมุสลิมตักบิรอย่างเสียงดัง · ที่มัสยิด · ที่ร้านค้า · ในบ้าน · และหลังเวลาละหมาดฟัรฏู ทั้งนี้ · เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของพระองค์อัลลอฮฺ· ประกาศการภักดีต่อพระองค์ · ตลอดจนประกาศการซูโกรฺต่อพระองค์ด้วย
๓. การเชือดสัตว์ มุสลิมใดที่มีความสามารถด้านทรัพย์สิน อิสลามได้ส่งเสริมให้เขาเชือดสัตว์ หลังจากละหมาดอิด จนถึงวันที่ ๑๓ ของเดือนซุลฮิจจะฮฺดังที่ท่านนบีได้กล่าวว่า “ ผู้ใดเชือดสัตว์ก่อนที่มีการละหมาดเขาต้องเชือดใหม่ และใครที่ยังไม่เชือดสัตว์เขาต้องเชือดสัตว์ด้วย ” รายงานโดยบุคอรียฺและมุสลิม
๔. ชำระร่างกายและใช้น้ำหอมสำหรับผู้ชาย อิสลามได้ส่งเสริมให้มุสลิมเพศชายใช้เครื่องแต่งกายที่งามที่สุดปราศจากความฟุ่มเฟือยและห้ามมิให้โกนเคราด้วย สำหรับมุสลิมะฮฺนั้นอิสลามได้ส่งเสริมให้เธอออกไปละหมาดพร้อมญะมาอะฮฺ ณ สถานที่เตรียมไว้ โดยที่เธอไม่ละเมิดหลักการอิสลามด้านการแต่งกายสำหรับเธอ.
๕.รับประทานเนื้อสัตว์ที่เชือด มีรายงานจากท่านนบีว่า ท่านจะไม่รับประทานอาหารจนกว่าท่านกลับถึงบ้านหลังจากละหมาดอีดและท่านจะรับประทานจากเนื้อสัตว์ที่ท่านเชือด บันทึกในซาดฺ อัลมะอาด ๖. ละหมาดอีด อิสลามได้ส่งเสริมมุสลิมทั้งชายและหญิงออกไปละหมาด ณ สถานที่เตรียมไว้ ( مصلى العيد ) และส่งเสริมให้เดินเท้าไปละหมาด ณ สถานที่เตรียมไว้ หากท่านมีความสะดวกและส่งเสริมให้สุภาพสตรีที่ไม่สามารถทำพิธีละหมาดเช่นมีประจำเดือนเข้าร่วมในพิธีด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เธอสามารถรับฟังคุฏบะฮฺ ร่วมกันขอดุอาจากอัลลอฮฺ และร่วมแสดงความยินดีซึ่งกันและกันด้วย นอกจากนี้แล้ว อิสลามยังได้ส่งเสริมให้ใช้เส้นทางกลับจากสถานที่ละหมาดนั้นเส้นทางอื่นด้วยการปฏิบัติของท่านนบีมุหัมมัด
๗. กล่าวแสดงความยินดี تهنئة มีรายงานว่า บรรดาเศาะหะบะฮฺของท่านนบีมุหัมมัด พวกเขามีการกล่าวแสดงความยินดี تهنئة ระหว่างกัน เช่น กล่าวประโยค تقبل الله منا ومنك
๘. ให้ปฏิบัติความดีกับเพื่อนมนุษย์อิสลามได้บัญญัติให้มุสลิมปฏิบัติความดีโดยเฉพาะกับเพื่อนมุสลิมด้วยกัน เช่น มีการเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน มีความเมตตาต่อผู้ยากไร้ ผู้ขาดสน และเด็กกำพร้าทั้งนี้เพื่อให้พวกเขามีความสุขและมีความยิ้นแย้มแจ่มใสในวันอีดพร้อมกับเพื่อนๆพวกเขา
สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในวันอีด
๑. มีการละเล่นและเพลิดเพลินในสิ่งที่ห้ามในอิสลาม เช่น ฟังเพลง ชมภาพยนตร์ เป็นต้น
๒. มีการปะปนระหว่างชายหญิงในสถานที่ไม่เหมาะสม
๓. มีความฟุ่มเฟื่อย ไร้ประโยชน์
๔. ละทิ้งความเป็นศัตรูกัน ไม่ใส่ร้ายป้ายสี ตลอดจนไม่มีการอิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน وصلى الله على نبينا محمد وعلى آله وصحبه أجمعين