เส้นทางสู่ความดีงาม ด้วยจิตใจภายในที่พร้อม ดำรงชีวิตอย่างฉลาดทั้งทางโลก และทางธรรม เพื่อความไม่ประมาทกับสรรพสิ่งทุกอย่างที่เข้ามา หรือไปสัมผัสสิ่งเหล่านั้นอย่างหลีกหนีไม่ได้ ทุกอย่างจบลงที่ภายใน เป็นหนทางให้ความสุขความเจริญทั้งตนเอง และสังคมโลกโดยตรง ไม่ต้องไปเสียเวลากับสิ่งรอบๆ ที่ไร้สาระ ที่ไม่จำเป็นมากนัก โดยยึดหลักความสมดุลของจิต ของใจ ปรับเข้ามาตั้งมั่น โฟกัสความพอดี ของกระแส ของอารมณ์ ของจิต ตามสภาวะทุกกรณี ให้มีความพอเหมาะ พอดี พอเพียง ประมาณได้ต่อความต้องการ ความเป็นไปได้ ตามกิริยาที่อยู่บนโลกปัจจุบันและสามารถแบ่งเป็นข้อๆ ตลอดเส้นทางเดินได้ชัด เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปด้วยความถึงพร้อม ไม่ประมาท ต่อสิ่งที่พบเห็น และถึงพร้อมด้วยความถูกต้องต่อไป
บุญกิริยาตลอดเส้นทางเดินมี ๑๐ ประเด็นที่ควรปฏิบัติ ดังนี้
๑. ให้ทาน รู้จักให้ทานวัตถุสิ่งของกันบ้างนะครับ ผู้ที่ไม่เคยให้ทาน ก็ให้กันบ้าง ชีวิตจะได้รู้รสของการให้บ้าง ผู้ที่เคยให้แล้ว ก็กระทำต่อไป และบอกต่อถึงประโยชน์ด้วยนะครับ ส่วนทำทานกับใคร กับอะไร ทุกชีวิต ทุกวันนี้ อยู่ได้เพราะเหตุปัจจัยในอดีต และปัจจุบัน ทำกันมา วันเวลาชีวิตเจอะเจออะไร เจอผู้ใด เจอเหตุการณ์ใดๆ ให้ใช้โอกาสเวลานั้น ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ให้กระทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์ โอกาสมีไม่มาก เวลามีเล็กน้อย จังหวะของชีวิตของทุกคนไม่เหมือนกัน มีโอกาสแสดงเมตตา กรุณา ให้อภัย มีรักให้กับทุกคน ให้กระทำทันที ทำด้วยความรู้สึกที่ดีๆ ผลลัพธ์ คือ บุญ ได้ขณะที่ทำ ได้ขณะที่พูด ได้ขณะที่ฟัง มีผู้อุปการะช่วยเหลือ มีทรัพย์สมบัติใช้ สะดวก สบาย ในการเดินทาง
๒. รักษาศีล เกิดจากจิตใจภายใน ต้องการความรัก ปรารถนาให้ทุกคนมีความสุข มีสันติสุขในสังคม อย่างเช่น ศีล ๕ ไม่ฆ่าสัตว์ หรือกักขัง มีเมตตาต่อกัน ไม่ลักทรัพย์ หรือทำความเดือดร้อน เสียหายต่อกัน มีสัมมาชีพ ไม่ผิดลูก-ผิดสามี-ภรรษาผู้อื่น มีความสันโดษ ยินดีและพอใจในคู่ครองตน มีกามสังวร ไม่พูดเท็จ ส่อเสียด มีสัจจะ และไม่ดื่มสุรา มีสติไม่ประมาท เพราะทุกคนตามรู้สึกภายในไว้ ประคับประคองรักษาจิต ไม่ประมาทต่อกระแสทุกสรรพสิ่ง ผลที่ได้รับ มีความสุขทางกาย วาจา ใจ ไม่มีเวรภัยต่างๆ จิตใจผ่องใส บุคคลิกสง่างาม
๓. ทำสมาธิ และวิปัสสนา หัดรู้ตัว ด้วยความตั้งมั่น เริ่มต้นด้วยรู้เทคนิด และมีโปรแกรมภายใน คือเป้าหมายหลัก ทำอย่างไร เมื่อทำสมาธิแล้ว กลับมาพึ่งภายในตนเองได้ทันเหตุการณ์ กลับมาตั้งมั่นที่ฐานภายใน เพื่อความสงบ นิ่งได้เร็ว ละความคิด ละความกังวล ละสิ่งที่เป็นภัยต่อชีวิต กลับเข้ามาเติมเต็มความรู้สึกแห่งความดีงามภายใน เมื่อมีสัมปัชชัญญะ รู้สึกตัวทั่วพร้อม ผลลัพธ์เกิด คือ มีสติที่มีฐานรองรับ มีเป้าหมาย เป็นโฟกัส เป็นจุดเกิดสติภายใน ระลึกรู้ กำจัด หรือตัดสินได้ทัน เผลอเมื่อไรกลับเข้ามารู้สึกภายใน กลับมาที่ตั้งบริเวณกลางหน้าอก จุดศูนย์รวมความรู้สึก ทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ท้อถอย ประคองไว้ สังเกตความรู้สึกภายในไว้ให้มั่น แรกๆ ต้องเตือนตนเองก่อน จนกว่าจิตภายในจะเคยชิน ผลที่ได้รับ เป็นคนมีจิตใจที่มั่งคง ทำงานได้ดี มีปัญญาแก้ปัญหาได้ทัน ไม่มีผิดพลาดบ่อยครั้ง มีความคิดสร้างสรรค์ ถูกต้อง แม่นยำ เป็นผู้สร้างเหตุปัจจัยตลอดกาล นั่นคือ มีความเป็นผู้นำที่แท้จริง
๔. รู้จักอ่อนน้อม ด้วยจิตที่เต็มร้อย จิตเข้มแข็ง อ่อนน้อม ไม่ใช่อ่อนแอ ผู้ที่ฝึกจิตสม่ำเสมอนับว่า เป็นยอดนักรบ กล้าหาญสุดๆ รู้ดีต่อหน้าที่ มีความรับผิดชอบเยี่ยม เป็นที่เคารพนับถือต่อผู้พบเห็น พูดจาอ่อนสลวยควรแก่การงาน อ่อนโยน สง่างาม ดูแลบิดามารดา ญาติมิตร รักลูกรักเมียรู้หน้าที่ตน ทำการงานดี ผลที่ได้รับ เป็นที่เคารพนับถือ ได้รับการสรรเสริญ ชมเชย ได้รับแต่สิ่งที่ดีๆ เสมอ
๕. ช่วยเหลือสังคม เอื้อกูล ยินดีช่วยเหลือ งานชุมชน งานวัด งานส่วนรวมในคราวจำเป็น สังคมเดือดร้อน ทุกคนต้องช่วยกัน สังคมอยู่ได้ ทุกคนก็อยู่ได้มีความสุข ผลที่ได้รับ มีเพื่อน บริวารดี หน้าที่การงานก้าวหน้า เป็นที่ยกย่อง มีเกียรติ ทำดีจึงได้ดี ให้อยู่เหนือดีนั้นด้วย ไม่ต้องติดดีกันนานนัก
๖. เป็นผู้ให้ตลอดกาล ให้ความรักแก่คนทั้งโลก มีเมตตาจากจิตใจที่บริสุทธิ์ พร้อมเสมอแผ่เมตตา บุญ กุศลให้แก่กับทุกคน เป็นการบอกรักด้วยจิตอันบริสุทธิ์ อิ่มบุญ อิ่มสุข มีดีจึงให้ผู้อื่นได้ไม่หมด ยิ่งให้ยิ่งได้ ให้ด้วยใจ ให้ด้วยจิตที่ทรงพลัง แผ่เมตตากว้างไกล ไร้ประมาณ ผลที่ได้รับ จิตเข้มแข็ง ใจเป็นสุข สงบได้ สบายๆ มีใจที่สุขุม สามารถรู้ได้ว่า อะไรดี อะไรไม่ดี ไม่วิตกกังวล ย่อมได้ยินสิ่งที่ดีงาม ได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์เสมอ ธรรมจัดสรร ชีวิตเดินเป็นปกติ สะดวก ปลอดภัย มีคนเคารพนับถือเสมอ
๗. รู้จักอนุโมทนาบุญ เวลาผู้อื่นได้ดี แสดงความดีใจ ให้กำลังใจแก่ผู้ทำดี คนทำดี ต้องสนับสนุน มีโอกาสไปร่วมงาน งานบุญกุศลออกทรัพย์ช่วยตามกำลัง แสดงความชื่นชมกับเขา ยินดีช่วยเหลือ ให้ของที่ระลึก เป็นของขวัญ หรืออะไรที่ให้แล้ว ผู้รับได้กำลังใจก้าวเดินต่อ ผลที่ได้รับ มีมิตรและญาติรักกันดี อยู่ในสังคมดี ได้รับสิ่งที่ถูกใจเสมอ มีเกียรติก้าวหน้า เป็นที่รักเคารพของมิตรและญาติ มีความสุขกายสุขใจ
๘. ฟังธรรม เสริมปัญญา เพิ่มภูมิปัญญาเสมอ รู้จักแสวงหาความรู้ ยินดีฟังสิ่งที่ยังไม่รู้ สิ่งที่ยังไม่เข้าใจก็ได้เข้าใจขึ้น บรรเทาความสงสัยเสียได้ มีลู่ทางออกให้กับชีวิต หนทางมีปัญหาให้แก้ไข ตลอดเส้นทางจำเป็นต้องมีธรรม มีแสงสว่างทางปัญญา สรุปโครงการเรื่องได้ จัดการเรื่องราวอะไรสำคัญก่อนหลังได้ทัน เพื่อประโยชน์ต่อชีวิต และสังคม ด้วยความถึงพร้อมจิตที่ผ่องใส เป็นอิสระต่อการดำเนินชีวิต แม้เห็น คิด ฟัง พูด กระทำ เป็นประโยชน์ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท ผลที่ได้รับ มีความชุ่มชื่น ละความกังวลได้ชั่วขณะจิต ภายในเป็นที่พักผ่อนด้านจิตใจ ภายนอกมี ภายในก็ไม่เว้นในการรักษาสงบไว้ให้มั่น สุดชีวิต รู้สิ่งที่เป็นบุญเป็นบาป ใช้ร่างกายเป็นประโยชน์สุดๆ คุ้มค่าที่ได้เกิดมาสร้างบารมี สะสมบุญกันต่อ เพื่อความหลุดพ้นในที่สุด
๙. สนทนาธรรม พูดคุยแต่เรื่องดีๆ มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อกันและกัน ทุกคนไม่มีใครเก่งกว่าใคร เรียนรู้ด้วยกัน มีกัลยาณิมิตรเป็นที่ปรึกษาหารือ ช่วยกันได้ทุกเรื่องด้วยปัญญา สบายๆ คอยให้กำลังใจต่อกัน เช่นพูดถึงเรื่อง เกิดมาแล้วทำอะไรให้เกิดประโยชน์แต่ดีๆ กระทำแต่ดี กรรมดีกรรมชั่วมีให้แยกแยะ ทำให้ได้ ไม่เห็นช่องทางให้ปรึกษาผู้รู้ ปัจจุบันความลับไม่มีให้โลก ทุกอย่างเปิดสูตรหมด อยากรู้อะไรมีให้รู้หมด แต่อย่าลืมลงมือกระทำด้วย ทำดี ย่อมได้ผลที่ทำดี กาย วาจา ใจ ดี รักษาความรู้สึกสบายๆ สงบเย็นภายในไว้ สังเกตภายในไว้ เจริญจิตให้เป็นอัตโนมัติ ภายในจะขับเคลื่อนให้ศีล สมาธิ ปัญญา ก้าวหน้าไม่มีวันหยุดพัฒนา พูดเรื่องธรรม แล้วนำไปปฏิบัติธรรมกันมากๆ ผลที่ได้รับ ไม่มีความกังวลใจ มีจิตใจภายใน ที่แช่มชื่น เบิกบาน ตื่นรู้ ตื่นเห็น แต่ไม่หมายมั่น นอนหลับก็เป็นสุข มีความรู้เพิ่มขึ้น ไม่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ปลอดภัยตลอดเส้นทาง แคล้วคล้าดข้ามพ้นปวงมารทั้งหลาย
๑๐. ทำความเห็นให้ถูกต้อง ชีวิตทุกก้าวเดินต้องไม่เสี่ยง ทุกคนต้องมีสัมมาทิฐิ นำข้อแรกของอริยมรรคมีองค์แปด มาพิจารณาก่อน มีความเห็นที่ถูกต้องว่า ชีวิตมนุษย์ทุกคน เกิดมาสร้างบารมี เพื่อความหลุดพ้น เป้าหมายคือ นิพพาน ทะลุจักรวาลใจให้ได้ในภพชาติปัจจุบัน เมื่อเหตุผลแล้ว ต้องมีวิธีเพื่อไปให้ถึง เทคนิดมีไม่มาก พระพุทธองค์ ตรัสไว้ "มีธรรมเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่เกาะ" แล้ว "ธรรมทั้งหลายทั้งปวง รวมลง ที่..จิต" ทุกคนกลับเข้ามาพึ่งภายในตนเองกัน พึ่งจิต รักษาจิต เป็นแพข้ามฝั่ง ตลอดเส้นทางเดิน มีธรรม มีปัญญา ไว้ตัดสิน ตัวใจ ตัวอารมณ์ทั้งหลาย ตื่นรู้ ตื่นเห็น เบิกบาน ตลอดเส้นทาง แต่ไม่หมายมั่น แม้ความดีที่กรทำไว้ เป็นผู้มีเหตุปัจจัยนำชีวิต ใช้ชีวิตอยู่เหนือเหตุเหนือผล เหนือสิ่งที่ได้มา และเหนือสิ่งที่เสียไป มีสติปัญญา รู้จักพินิจพิจารณา สุขุมรอบคอบ รอบรู้ และรู้รอบ เวลาคิดสิ่งใดไตร่ตรองก่อนเสมอ เวลาพูดมีสติรอบคอบ ทำอะไรก็ทำด้วยใจ ตั้งมั่น นิ่งสงบ สบายๆ เป็นอิสระทุกกรณี ผลที่ได้รับ วิถีชีวิตงอกงาม ชีวิตประสบความสำเร็จ อยู่เย็นเป็นสุขอย่างแท้จริง มีคุณธรรม จริยธรรม สมบูรณ์พร้อมด้วยจิตใต้สำนึกสั่งการ มีปัญญาดีสว่างจ้า แก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ดี ทันการ ไม่มีเรื่องร้อนใจ ทำงานดีไม่ผิดพลาด จิตใจสบายๆ ผ่องใส เป็นที่เคารพนับถือตลอดกาล
อนุโมทนาบุญกับทุกคน ที่นำไปปฏิบัติ
Be Happy!
วัชร