วารสาร คือสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องประเภทหนึ่งที่พิมพ์เผยแพร่โดยใช้ชื่อเรื่องเดียวกัน มีกำหนดออกแน่นอน เช่น รายปี ราย 3 เดือน ดังนั้นวารสารจะดูว่ามีความน่าเชื่อถือ เป็นปัจจุบันหรือไม่ต้องพิจารณาที่ ปีที่ (Volume) และฉบับที่ (Number) หากมีเนื้อหาค่อนไปทางบันเทิง จะนิยมเรียกว่านิตยสาร
แล้วทำไมต้องมุ่งเน้นที่การนำมาวารสารมาสร้างความมีชีวิตชีวาของห้องสมุดโรงเรียน ก็เพราะว่า จากการไปชมห้องสมุดโรงเรียนที่มีขนาดเล็ก (ไปชมโดยไม่เป็นทางการ) จะพบว่า ห้องสมุดมีวารสารให้บริการเพื่อการเรียนรู้ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นสื่อประเภทหนังสือเสียมากกว่า อาจจะมีทั้งวิชาการและไม่วิชาการบ้าง
ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสาเหตุดังนี้
1. งบประมาณมีจำกัด
2. การบอกรับวารสารอาจต้องใช้บุคลากรประจำ ทั้งในการบอกรับ และติดตามทวง
3. หากเป็นการไปซื้อเองเป็นรายฉบับ อาจจะได้วารสารไม่ครบตามจำนวน
4. ไม่มีแหล่งสารสนเทศให้ตรวจสอบทราบว่าวารสาร/นิตยสารใดเหมาะสมในการจัดซื้อเข้าห้องสมุด
และอาจมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้วารสาร/นิตยสารได้รับความสนใจน้อยจากห้องสมุดโรงเรียน (ขนาดเล็ก) แต่จะเห็นว่าห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา และห้องสมุดประชาชนนั้นมีสื่อประเภทนี้มากทีเดียว
เพราะเหตุใดวารสารหรือนิตยสารจึงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้
- มีความทันสมัย (Up to date) เพราะมีกำหนดออกที่แน่นอน จึงทำให้การนำเสนอเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นปัจจุบัน
- มีเนื้อหาหลากหลาย โดยประกอบด้วยบทความหลายบทความ ในวารสารเฉพาะทางก็มักนำเสนอบทความเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเฉพาะด้าน ด้วยบทความหลากหลายแง่มุม ทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้หลากหลายมิติมากยิ่งขึ้น
- มีเนื้อหาที่สั้น กระทัดรัด จับใจความได้ง่าย เช่น 1 บทความมีเนื้อหาเพียง 15 หน้า ในขณะที่ตำรามี 80 หน้า เป็นต้น
- มีการนำเสนอเนื้อหาอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ นอกเหนือจากการนำเสนอบทความ เช่น เกม เรื่องน่ารู้ คอลัมน์ประจำ ปกิณกะ ข่าวสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ด้วย
- มีรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลาย เช่น บทความทั่วเบ็ดเตล็ด บทความวิชาการ บทความวิจัย บทความสัมภาษณ์ เป็นต้น
ชักมองเห็นความน่าสนใจของวารสาร/นิตยสารขึ้นมาแล้วสิคะ มาดูกันดีมั๊ยคะว่าวารสาร/นิตยสารใดเหมาะสมที่จัดหาเข้ามาเพื่อให้บริการนักเรียน ซึ่งสามารถเลือกวารสารทางด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคอมพิวเตอร์ ด้านบันเทิง ด้านสุขภาพ กีฬา หรือ ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ได้ ที่สามารถส่งเสริมพัฒนาการทางด้านไอคิวและอีคิวของเด็กและเยาวชนได้ เช่น (ท่านสามารถเสนอชื่อวารสาร/นิตยสารไว้แลกเปลี่ยนร่วมกันด้วยนะคะ)...ขอบคุณค่ะ
นิตยสารขวัญเรือน กุลสตรี เนชั่นจีโอกราฟฟิค (ภาษาไทย)
Update ข่าวสารประหยัดพลังงาน (ขอบริจาคได้ที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม)
แพรว ต่วยตูนพิเศษ นิตยสารแก้จน สื่อรักสัตว์เลี้ยง นิตยสาร อสท.
ใกล้หมอ คอมพิวเตอร์รีวิว รีดเดอร์ไดเจสท์:สรรสาระ ฯลฯ
ปล.หากมีงบเหลือ ช่วยซื้อการ์ตูน ประเภทขายหัวเราะ โดเรม่อน เข้าห้องสมุดด้วยนะคะ...ตอนเป็นเด็กชอบอ่านค่ะ
อ้าวแล้วเมื่อห้องสมุดโรงเรียนมีวารสารเหล่านี้ จะช่วยทำให้ห้องสมุดมีชีวิตชีวาอย่างไร ก็เกิดจากนักเรียนหรือผู้อ่าน จะรอติดตามสาระต่างๆ จากวารสาร/นิตยสารฉบับใหม่นะสิคะ....หากเป็นหนังสือ/ตำรา อ่านแล้ว อาจจะมีการอ่านซ้ำก็อาจจะไม่เกิด 3 รอบ แต่ถ้าเป็นวารสาร/นิตยสาร หากเกิดการติดแล้วหล่ะก้อ...ต้องมีผู้ใช้มาถามว่า
นอกจากนี้สาระใหม่ๆ ในวารสาร/นิยตสาร อาจารย์ยังสามารถนำมาสร้างเป็นสื่อการเรียนรู้ได้ เช่น การถ่ายเอกสารเพื่อนำมาจัดบอร์ด การตัดรูปภาพจากวารสารฉบับเก่าก่อนจำหน่ายเพื่อทำเป็นแฟ้มภาพการเรียนรู้ การมอบหมายให้นักเรียนไปอ่านบทความที่สนใจ .วารสารบางฉบับเปิดโอกาสให้ผู้อ่านร่วมกิจกรรมวาดภาพ แต่งนิทาน แต่งร้อยกรอง ส่งเข้าประกวด ซึ่งอาจารย์สามารถใช้สนับสนุนมิติทางสังคมให้กับนักเรียนตามอัธยาศัยได้อีกด้วย(ไม่เฉพาะที่รายการของโรงเรียนส่งเข้าประกวด) โชคดีหากได้รับรางวัลมาก็จะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจทั้งตัวนักเรียน อาจารย์ และสถาบัน...อย่างนี้แล้ว ห้องสมุดคงมีชีวิตชีวาเป็นแน่แท้

ใช่ค่ะ ถ้าเปรียบเทียบจากตัวเอง ตอนเด็กๆ ก็ชอบนั่งดูภาพ ซึ่งภาพส่วนใหญ่ก็จะมาจากวารสาร
สนับสนุนความคิดของคุณ
ค่ะ
โตขึ้นชอบเดินทาง ท่องเที่ยว โดยเฉพาะธรรมชาติ
ก็เพราะว่า เด็กเปิดดูรูปจาก อนุสาร อสท.ที่ที่บ้านซื้อเป็นประจำ