ในอดีตตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ถึงต้นรัตนโกสิน การจัดการศึกษาของไทยจะเป็นภาระหน้าที่ของชุมชน ในการให้การศึกษาแก่บุตรหลาน และสมาชิกของชุมชน ทั้งด้านวิชาการและอาชีพ โดยมีพ่อแม่ คนเฒ่าคนแก่และช่างฝีมือในชุมชน เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ การศึกษาอบรมในลักษณะนี้จึงมีร๔ปแบบที่หลากหลายและสอดคล้องกับพื้นฐานหรือวิถีชีวิตจริงของชาวบ้านในชุมชน ต่อมาเมื่อรัฐเข้ามาควบคุมการจัดการศึกษา และนำเอาระบบการศึกษาของประเทศตะวันตกมาใช้แทนระบบการศึกษาที่เคยมีมาแต่เดิม อีกทั้งการจัดการศึกษาถูกกำหนดนโยบาย หลักการ และแนวปฏิบัติจากหน่วยงานที่อยู่ในส่วนกลางมากเกินไป ส่งผลให้หลักสูตรที่นำไปใช้ทั่วประเทศมีลักษณะเหมือนกัน คือ ห่างไกลจากชีวิตจริงของชุมชน ผู้เรียนถูกกำหนดให้เรียนรู้เรื่องไกลตัว มากกว่าที่จะได้เรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวกับท้องถิ่นของตนเอง ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่อผู้คนในท้องถิ่นที่ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างกลมกลืนกับบริบทของชุมชนที่ตนอาศัยอยู่
แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาเห็นจุดอ่อนของการใช้หลักสูตรเดียวกันทั้งประเทศซึ่งไม่สามารถตอสนองหรือสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นได้ทั้งหมด เพราะแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกันมากมาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม จึงมีแนวนโยบายในการเปิดโอกาสให้ท้องถิ่น ซึ่งหมายถึงโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของท้องถิ่น เพื่อให้ได้หลักสูตรที่สร้างขึ้นอย่างมีความหมายต่อผู้เรียน เพราะสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง ผู้เรียนจะได้รับประโยชน์ รวมทั้งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรัก และผูกพันธ์กับท้องถิ่นของตน (เมตตา นพประดิษฐ์, 2542, หน้า 46-47)
การจัดการศึกษาในปัจจุบันได้จัดตามแนวนโยบายของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในมาตรา 27 ที่มีสาระสำคัญสรุปได้ว่า "ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตร ตามวัตถุประสงค์ในวรรคหนึ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อการเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ" และในมาตรา 29 มีสาระสำคัญสรุปได้ว่า ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรของรัฐ เอกชน สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญา และวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ,2542, หน้า 12-15)
แนวคิดของการพัฒนาหลักสูตรที่ดี ควรมีหลักการอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นหลักหรือเป็นแกนที่ทุกคนต้องเรียนเหมือนกันทั่วประเทศ และส่วนที่ให้ท้องถิ่นได้จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น โดยการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถและเจตคติที่ดี เพื่อได้นำความรู้ไปใช้ได้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้
จากความในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแนวคิดตามหลักการพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า สถานศึกษาและบุคลากรในสถานศึกษา มีบทบาทในเรื่องของการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำสาระของหลักสูตรที่สอดคล้องกับท้องถิ่น ดังนั้นครูอาจารย์ในสถานศึกษา จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นกันเป็นอย่างดี จึงจะทำให้การจัดการศึกษาสามารถดำเนินไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ คือ มุ่งเน้นให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ให้เรียนเนื้อหาในเรื่องที่เกี่ยวกับท้องถิ่นและให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
ความหมายของหลักสูตรท้องถิ่น
มีนักการศึกษาได้ให้ความหมายของหลักสูตรท้องถิ่นไว้คล้ายคลึงกันดังนี้
ใจทิพย์ เชื้อรัตนพงษ์ (2539, หน้า 107-108) ได้ให้ความหมายของหลักสูตรท้องถิ่นว่า "มวลประสบการณ์ที่สถานศึกษาหรือหน่วยงานและบุคคลในท้องถิ่นจัดให้แก่ผู้เรียนตามสภาพและความต้องการของท้องถิ่นนั้น ๆ และคำว่า "ท้องถิ่น" มีความหมายสองประการ คือ
ประการที่หนึ่ง "ท้องถิ่น" หมายถึง "ชุมชน"ที่สถานศึกษา หรือหน่วยงานนั้นตั้งอยู่ อาจเป็นชุมชนในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือภาคภูมิศาสตร์ก็ได้ และทุกสิงทุกอย่างที่เป็นอยู่หรือกำลังเกิดขึ้นในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติความเป็นมา ที่ตั้ง สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ
ประการที่สอง "ท้องถิ่น" หมายถึง สถานศึกษา หรือหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในชุมชนนั้น ๆ รวมทั้งองค์กรภาครัฐ หรือเอกชนอื่น ๆ ที่มีชุมชนทุกระดับซึ่งสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2534, หน้า 7) ได้ให้ความหมายของหลักสูตรท้องถิ่นไว้ว่า หมายถึง รายละเอียด เน้อหาสาระ แผนการสอน สื่อการเรียนการสอน เอกสารความรู้ หนังสือเสริมประสบการณ์ที่จัดทำขึ้น ให้สอดคล้องเฉพาะท้องถิ่น ซึ่งมีความแตกต่างกัน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องราวของตนเอง ชีวิต เศรษฐกิจ อาชีพ และสังคมอย่างลึกซึ้ง ทั้งสามารถนำประสบการณ์นั้น มาพัฒนาความเป็นอยู่ในชีวิต อาชีพ ลและสังคมได้ดียิ่งขึ้น หลักสูตรท้องถิ่นจึงเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรแกนกลาง
สรุป หลักสูตรท้องถิ่น เป็นหลักสูตรที่สร้างขึ้นจากสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียน หรือสร้างจากหลักสูตรแกนกลางที่ปรับให้เข้ากับสภาพชีวิตจริงของผู้เรียน ตามสภาพของท้องถิ่นต่าง ๆ หรือสร้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่มีผลกระทบต่อผู้เรียน หลักสูตรท้องถิ่นต้องสอดคล้อง เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมของท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ชีวิตของตนเอง ปรับตนเอง ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของวิทยาการ และการใช้เทคโนโลยีเป็นข้อมูลในการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามสภาพชีวิตจริงของตนเอง สามารถนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวและท้องถิ่นได้