จากคนหนึ่งถึงอีกคน
  1. ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด  เสน่ห์ของคนอยู่ที่  ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข  พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานได้อยู่สุขสบาย  ความสุขแท้ของคนคือ  การได้ยืนแอบยิ้มอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น
    2.  ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา  เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว  มิใช่อมความสกปรกไว้แล้วแกล้งบอกว่าตนสะอาด
    3. ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด  ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด  เหมือนคนที่หมั่นฝึกหัดขัดเกลาตนเอง  รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน  ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น  เขาก็จะเป็นคนมีคุณค่าไม่ว่าจะมาจากสกุลใด  มีการศึกษาน้อยหรือมาก  ก็ตาม  เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดีเหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง