| การจัดการความรู้ของกรมโยธาธิการและผังเมือง |
| ที่มา 1. Ikujiro Nonaka , A Dynamic Theory of Organizational Knowledge Creation, Organization Science, Volume 5, Issue 1 ,1994. 2. Karl M.Wiig, Knowledge Management: an Introduction and Perspective, The Journal of Knowledge Management, Volume 1, Number 1 , September 1997. 3. Colin J. , Coulson-Thomas, The Future of the organization: selected knowledge management issues, The Journal of Knowledge Management ,Volume 1, Number 1, September 1997. |
|
บทนำ Karl M. (chairman, Knowledge Research Institue, Inc.1997) ตั้งข้อสังเกตว่าองค์กรธุรกิจทั้งหลาย มีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ต่างพยายามพัฒนาวิธีการทำงานและผลงานของตน โดยเน้นไปที่การพัฒนาผลผลิต คุณภาพงานบริการ ความเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า แนวคิดที่แตกต่าง แนวคิดเรื่องลูกค้าเป็นสำคัญ และต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า เครื่องมือสำคัญที่ต้องใช้คือ ความรู้ ที่ได้รับการสะสมไว้ในบริษัท เรียกได้ว่าเป็นทรัพย์สินของบริษัท ที่ควรสังเกตคือ ความรู้นั้นจะสะสมอยู่ในตัวบุคลากรของบริษัทเป็นสำคัญ จึงมีความพยายามที่จะศึกษาวิธีการบริหารจัดการความรู้ ที่เรียกว่า Knowledge Management ในองค์กรธุรกิจของ บริษัทต่างๆ พากันหาวิธีการจัดเก็บความรู้เป็นต้นทุนทางสติปัญญาของตน พากันกำหนดว่าความรู้เหล่านั้นเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งของบริษัท และยอมรับกันว่า ความรู้คือพลังขับดันสำคัญสูงสุดในวิชา เศรษฐศาสตร์ทางความคิด ซึ่งมีเนื้อหาหลักๆคือ การสร้างความรู้ให้กับองค์กรธุรกิจ การพัฒนาความรู้ การจัดระบบความรู้ และยุทธศาสตร์การใช้ความรู้ ระดับความแพร่หลายของ KM ในปัจจุบัน เช่น ตัวอย่างประเทศที่ใช้ KM มากเป็นพิเศษ ขณะนี้คือ Singapore, the Netherlands, ประเทศในแถบ Scandinavian เฉพาะในปี 1997 มีการประชุมสัมมนาเกี่ยวกับ KM หลายครั้ง ในอเมริกา ยุโรป เอเซีย อาฟริกา เริ่มมีนิตยสารและหนังสือเกี่ยวกับ KM แพร่หลายมากขึ้น เช่นนิตยสาร FAST (USA) และหลายบริษัทแต่งตั้งผู้จัดการฝ่าย KM หนังสือเล่มแรกที่เน้น KM ชื่อ Corporate Knowledge Management (Steels) 1991 ญี่ปุ่นกำลังนำหน้าด้าน KM ในทวีเอเซีย ตั้งแต่ปี 1994 มีหลายบริษัทที่ให้บริการด้าน KM เช่นบริการจัดสัมมนา บริษัท The International Knowledge Management Network ให้บริการ KM ทาง Internet ฯลฯ วิธีการบริหารจัดการความรู้ในองค์กรธุรกิจอย่างเป็นระบบ มีหลายแนวคิด แต่วิธีการที่เป็นที่ยอมรับขณะนี้ เรียกว่า EKP-Effective Knowledge Processes มี 4 เรื่อง คือ (1) ผู้บริหารระดับสูงสุด และระดับล่างๆลงมา พร้อมกันเอาใจใส่และพร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคลากรเน้นกิจกรรมการส่งถ่ายความรูของบุคลากร ความรู้ที่ส่งถ่ายมี 2 ประเภท ประเภทแรก คือความรู้ที่หาได้ทั่วไป จากบุคคลและสื่อต่างๆ เรียกว่าความรู้สาธารณะ หรือความรู้ที่เปิดเผยได้ และประเภทที่สองคือความรู้เฉพาะส่วนบุคคล ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า บุคลากรระดับบริหาร และระดับปฏิบัติการเทคนิค ที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องมักจะสะสมความรู้เฉพาะตนไว้มาก หลายเรื่องมีความสำคัญมากต่อความเจริญก้าวหน้าของบริษัท แต่จะไม่มีการถ่ายทอดออกไปสู่ผู้อื่น โดยเหตุผลเฉพาะตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ทางด้านเทคนิคต่างๆ เช่นเทคนิคการขายสินค้า เทคนิคอุตสาหกรรม และความรู้ประเภทที่สองนี้เอง ที่องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องการอย่างยิ่ง พากันพัฒนาวิธีการที่จะทำให้ tacit knowledge ในตัวบุคลากรระดับปฏิบัติการมาเป็น explicit knowledge เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ให้จงได้ (2) จัดให้มีและบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดความคิดริเริ่ม ในการจัดกิจกรรมส่งถ่ายความรู้ ระหว่างบุคลากร เช่นจัดสถานที่พบปะกันแบบไม่เป็นทางการ (3) แสวงหาทรัพย์สินทางความรู้ของบริษัทที่ทันสมัย รวมทั้งจัดระบบรวบรวมความรู้ที่ได้รับมาให้ทันสมัย และจัดเปลี่ยนแปลงความรู้นั้นไปสู่ความทันสมัย (4) นำความรู้ที่สะสมได้ไปใช้ให้เหมาะสม เป็นการให้ความสำคัญกับความรู้เหล่านั้น องค์กรธุรกิจที่พึ่งพา KM โดยทั่วไปจะสร้างยุทธศาสตร์ไว้ใช้ อย่างน้อย 5 อย่าง คือ (1) ยุทธศาสตร์ด้านความรู้ เน้นเรื่องการแสวงหา การรวบรวมและดำเนินการที่จำเป็น การจัดระบบ การปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย การส่งถ่ายสิ่งดีที่สุดให้ผู้อื่น การนำไปใช้ณจุดงานให้ได้ผลดีที่สุด (2) ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (intellectual assets) เช่นการจดทะเบียนลิขสิทธิ์งานเทคโนโลยีงานด้านปฏิบัติงานและการจัดการงานลูกค้าสัมพันธ์ฯลฯ (3) ยุทธศาสตร์ด้านความรู้ส่วนบุคคลและความรับผิดชอบในการใช้ความรู้ในงานของบุคคลนั้นเน้นเพื่อประโยชน์ในงานของบริษัท (ความสัมพันธ์ของความรู้กับงาน)ฯลฯ (4) ยุทธศาสตร์การแสวงหาความรู้ เน้นวิธีกระตุ้นให้บุคลากรใคร่เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คิดใหม่ทำใหม่ให้ได้ผลเลิศฯลฯ (5) ยุทธศาสตร์ว่าด้วยระบบการส่งถ่ายความรู้ไปสู่บุคลากร ณจุดทำงานแต่ละจุด เน้นความรู้ที่ตรงประเด็นที่สุด สรุป KM-Knowledge Management คือวิธีการบริหารจัดการสร้างความรู้ให้เป็นทรัพย์สินขององค์กร ในรูปแบบ ความรู้สาธารณะและความรู้ที่ฝังแน่นหรือตกผลึกอยู่ในตัวบุคลากร เพื่อให้ความรู้นั้นเป็นเครื่องมือในการทำงานของบุคลากรทุกระดับในองค์กร ส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร วันอังคารที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2549 เรียบเรียงโดย : พีรยา ป้อมสุข นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ(วท.ม. เทคโนโลยีสารสนเทศ ม.เกษตรศาสตร์) |
การบริหารจัดการความรู้
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
wimon · 15 ธ.ค. 2550
hanny · 15 ธ.ค. 2550
ผู้หญิงช่างฝัน · 15 ธ.ค. 2550
jouine · 15 ธ.ค. 2550
boon · 15 ธ.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 15 ธ.ค. 2550