|
โรงเรียนเพลินพัฒนา : ชุมชนแห่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรม
องค์การแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์การที่มีการปรับตัว และเรียนรู้อยู่เสมอ ดังนั้น โรงเรียนเพลินพัฒนา จึงพยายามทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขึ้นในทุกๆ ส่วนของโรงเรียน และมีความต่อเนื่องจนเกิดเป็นวัฒนธรรมของโรงเรียนางการดำเนินการ
ในส่วนของคุณครู และบุคลากร
โรงเรียนเพลินพัฒนามองเห็นความสำคัญของการจัดการความรู้ ( Knowledge Management - KM) โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนทำหน้าที่เป็นผู้นำการจัดการความรู้ หรือ CKO (Chief Knowledge Officer) และมีรองผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ หรือ Facilatator ที่เป็นผู้ติดตั้งระบบ KM ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในหน่วยงานของโรงเรียน ตั้งแต่ปลายปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นมา
จนมาถึงกลางปีการศึกษา ๒๕๕๐ โรงเรียนเพลินพัฒนาก็ได้รับการสนับสนุนจาก สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ให้จัดพิมพ์หนังสือ "โรงเรียนจัดการความรู้" เพื่อเผยแพร่แนวทางการจัดการความรู้ของโรงเรียนเพลินพัฒนาให้เป็นประโยชน์กับโรงเรียนอื่นๆ และผู้สนใจทั่วไป
ในส่วนของผู้ปกครอง
ด้วยการสร้างโอกาส และ จัดพื้นที่ ให้เกิดการพบปะกันของผู้ที่สนใจในเรื่องต่างๆ ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสม่ำเสมอ มีการร่วมกันสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ ร่วมกัน จนเกิดเป็นโครงสร้างของการอยู่ร่วมกัน คือ องค์กรครอบครัวเพลินพัฒนา
ในขณะเดียวกัน ก็เกิด "ห้องเรียนพ่อแม่" ขยายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
เริ่มจากกลุ่มพ่อแม่ที่พบหน้ากันบ่อยๆ ที่โรงเรียน ชวนกันพูดคุยเรี่องทั่วไป จนมาเป็นการนัดพบกันของผู้ปกครองแต่ละห้องเรียนอย่างเป็นทางการ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันตั้งแต่เรื่องการงานอาชีพ เป็นการสร้างความสนิทสนมและเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ให้กับลูกๆ ไปจนถึงเรื่องการหาแนวทางในการส่งเสริมและปรับปรุงพฤติกรรมของลูกๆ ร่วมกัน ซึ่งบางครั้งก็มีการเชิญคุณครูเข้ามาร่วมพูดคุยดัวย เพราะการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งที่บ้านและโรงเรียน
เพลินพัฒนาคือครอบครัวใหญ่
หลายๆ ห้องเรียนมีการประสานงานที่ดีของพ่อแม่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันหยุดให้กับลูกๆ เกือบทุกสุดสัปดาห์เรามักจะได้ยินว่ามีการนัดไปทัศนศึกษาที่ต่างๆ ของห้องนู้นบ้าง ห้องนี้บ้าง พ่อแม่ก็ทำความคุ้นเคยกันจนเป็นเพื่อนกันแล้ว ส่วนลูกๆ ก็ได้รู้จักสนิทสนมกันมากขึ้นด้วยการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน ด้วยรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้กันมากขึ้น พี่ๆ น้องๆ ที่ไปด้วยกันก็ได้รู้จักกันไปด้วย
บางครั้งก็ไม่จำกัดเฉพาะในห้องเรียนของตัวเอง แต่ชวนกันไปเป็นวงกว้าง เช่น ชวนกันไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ท้องฟ้าจำลอง สวนผีเสื้อ ฯลฯ ด้วยการขับรถกันไปเอง นำข้าวกล่องและกระติกน้ำดื่มกันไปเอง เป็นการนัดเที่ยวที่สะดวก ประหยัด และง่ายต่อการจัดการเป็นอย่างยิ่ง บางห้องเรียนพ่อแม่ก็บริหารความสัมพันธ์ด้วยการจัดไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือแม้แต่ไปต่างประเทศ ซึ่งพ่อแม่หลายคนต่างก็บอกว่าได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกัน และได้ฝึกทักษะในการร่วมงานกับคนที่มีแนวทางการทำงานที่หลากหลาย การร่วมทำงาน ร่วมฝ่าอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันทำให้มิตรภาพระหว่างกันแน่นแฟ้นมากขึ้น
พ่อแม่ต่างก็ถือว่าทุกๆ คนเป็นลูกของเรา เด็กๆ ก็ได้รับความอบอุ่นและได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่ทุกคน เกิดเป็นภาพของครอบครัวใหญ่ที่หาแทบไม่ได้ในสังคมยุคนี้
จากวิถีชีวิตสู่วัฒนธรรม
การที่ผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ ขึ้นทุกวัน โดยมิเพียงแต่จะต้องเข้าห้องเรียน เข้าร่วมสัมมนาหรือฟังการเสวนา ฯ แต่เราได้เรียนรู้จากกันและกันในทุกครั้งที่เรามีการทำงานร่วมกัน หรือแม้แต่การแวะทักทาย พูดคุยกันตอนเช้า-ยามเย็น บอกเล่าเรื่องราวดีๆ และชวนกันไปร่วมกิจกรรมดีๆ ทั้งภายนอกและภายในโรงเรียนด้วยกัน ก็เป็นกระบวนการเรียนรู้ทั้งสิ้น
จากกิจกรรมที่ได้รับการจัดตั้ง มาเป็นวิถีชีวิตปกติ ที่ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ และสม่ำเสมอ จึงเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของชุมชน ที่พร้อมจะถ่ายทอดไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาในชุมชนเพลินพัฒนานี้
ด้วยบรรยากาศและวิถีชีวิตเช่นนี้ เราจึงเป็น ชุมชนแห่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรม
|