ต่างคนต่างความคิด

ใครหลายคนบอกว่าชีวิตเปรียบเหมือนเส้นทางที่ยาวไกลที่เราต้องก้าวเดิน เส้นทางหลากหลายรูปแบบที่ต่างคนต่างก็มีเส้นทางของตัวเอง และต่างคนต่างก็สามารถเลือกสรรหรือออกแบบเส้นทางตามแต่ความต้องการ เส้นทางที่ว่า ที่ทั้งที่เป็นเส้นตรงเรียบง่าย เส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยววน บ้างก็ขึ้นเนินสูงที่พาให้เหนื่อยล้า ต้องอดทนฝ่าฝันต่อสู้กับความท้อแม้ที่พบเจอ บางเส้นทางลาดชัน จะชันมาก ชันน้อยก็ตามแต่จะพบเจอ บางคนก็มองว่าง่าย แต่ที่ว่าง่าย หากพลาดล้มลงไป ก็เจ็บปวดเหลือทนเช่นกัน

ต่างคนต่างก็อยากจะพบเจอกับความสบาย ไม่มีใครอยากอยู่บนเส้นทางที่ลำบาก แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่า เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบนั้น มันเป็นเพียงแค่ความฝัน มันยากที่ใครๆจะมีสิทธิได้ก้าวเดิน สิ่งที่เราทำได้นั้น เพียงแค่เลือกที่ก้าวเดิน เลือกที่จะออกแบบเส้นทางของเราเอง ว่าอยากจะให้มันราบเรียบ ได้ลิ้มลองรสชาติของความสุขเสียก่อนในช่วงเวลาแรก แล้วค่อยฝืนใจก้าวเดินบนเส้นทางที่คดเคี้ยวลาดชันทีหลัง เพราะอย่างน้อยก็ ใครเล่าจะรู้ว่าในวันนี้เรามีโอกาส แล้ววันข้างหน้าโอกาสจะยังอยู่กับเราอีกหรือไม่ ดีไม่ดีเราอาจจะมีโชค ความลำบากและอุปสรรคอาจจะอยู่กับเราไม่นานก็ได้ อย่างน้อยให้วันนี้ เราได้พบเจอสิ่งดีๆ เพื่อเป็นกำลังใจในวันข้างหน้า

ในขณะที่ใครอีกหลายคน ยอมที่จะลิ้มลองความเจ็บปวด ขอเลือกที่จะเดินบนเส้นทางที่ที่เจ็บปวด ยอมสู้กับอุปสรรคที่พบเจอ เอาความเจ็บปวดมาเป็นพลัง ทำจิตใจและร่างกายให้เข้มแข็งกล้าแกร่ง เก็บเกี่ยวบทเรียนจากหยาดน้ำตาทุกๆหยดที่ไหลริน เพื่อในวันที่มีความสุข ในวันที่เส้นทางมันราบเรียบ เขาจะได้รู้จักคุณค่าที่แท้จริงของความสุขและประคับประคองชีวิตให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

แต่ใครเล่าจะรู้ แต่ใครเล่าจะบอกได้ว่า สิ่งที่เราคาดคิดและคาดหวัง มันจะเป็นเช่นดังใจเราเสมอไป ในวันที่เรากำลังมีสุข ใครเล่าจะรับประกันได้ว่า วันหนึ่งที่เรากำลังมีความสุข มรสุมมันอาจจะพัดพา เศษดิน เศษหิน เศษไม้ และเสี้ยนหนามต่างๆมาขวางเส้นทางของเรา ใครเล่าจะยืนยันกับเราได้ว่า เส้นทางที่เรากำลังเดิน จะไม่ถูกกองดินกองทรายที่ถล่มลงมาปิดกั้นเส้นทาง บังคับให้เราต้องก้าวเดินบนเส้นทางที่โหดร้ายกว่าเดิม ใครเล่าจะบอกเราได้ว่า ทางที่เรากำลังเดินมันมั่นคง

<p style="margin: 0px; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">มันคงไม่ยุ่งยากมากมายนัก หากเส้นทางที่เราเดิน มันคือเส้นทางของเราเพียงคนเดียว เพราถ้าใช่ ยามใดที่เราเหนื่อย ยามใดที่เราท้อ เราก็นั่งลงพักได้ นานเท่านานที่เราต้องการ ยามใดที่เราพร้อม ยามใดที่ใจเราสู้ เราก็ลุกขึ้นเดินได้ ยามใดที่เราล้า ยามใดทีเราหน่าย เราอยากจะก้าวเดินไปแต่ละก้าวอย่างช้าๆ ก็ไม่มีใครว่า และในยามใดที่เรามีกำลังใจเปี่ยมล้น  ยามใดที่เราสนุกสนานเพลิดเพลินกับเส้นทางของเรา เราจะวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเท่าใด ก็ใช่จะเดือดร้อนใคร</p>

แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เช่นนั้น เส้นทางที่เราเดิน บางครั้งมันไม่ใช่ของๆเราเพียงคนเดียว บางครั้งเราต้องก้าวเดินก้าวไปข้างหน้า พร้อมๆกับใครต่อใครมากมาย แม้เขาเองก็มีเส้นทางของเขาเอง แต่หลายต่อหลายครั้ง ที่เราเองก็เลือกที่จะเดินขนานไปกับเขา บางครั้งเราก็เลือกที่จะเดินตัดกัน สวนทางกัน หรือไม่ก็รับเขาเข้ามาร่วมทางเดินเดียวกัน ใครหลายๆคนก็เช่นกัน บางครั้งเขาก็ปรารถนาที่จะเดินมาเคียงข้างเรา เดินตัด เดินสวนทาง หรือไม่ก็อยากให้เราไปร่วมก้าวเดินบนเส้นทางเดียวกับเขา

นั้นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา ปัญหาที่ทุกคนต้องพบเจอ ความวุ่นวายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ คือความจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์ และความสัมพันธ์นั้นเอง ที่ทำให้เราไม่อาจทำอะไรได้ตามแต่ใจที่เราต้องการ ในวันที่เราเหนื่อย เราอยากจะหยุดพัก แต่ใครอีกหลายคนกลับต้องการให้เราลุก ก้าวเดินไปกับเขา ในวันที่เราอ่อนล้า เราอยากจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ใครหลายคนเล่านั้น  กลับฉุดกระชากให้เราวิ่งไปกับเขาในวันที่เราพร้อมจะเดินไปข้างหน้า แต่ใครเหล่านั้นกลับบอกเราว่าเขาเหนื่อย เขาขอร้องให้เราหยุดพักเป็นเพื่อนกับเขา และในบางครั้ง เขาขอร้องให้เราก้าวเดินอย่างช้าๆ ทั้งๆที่ใจเราฮึกเหิม อยากจะวิ่งไปข้างหน้าเพื่อไขว้คว้าความฝัน

แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงของชีวิต มันเริ่มต้นที่ความจริงที่ว่า ชีวิตของทุกคน ล้วนต่างต้องเจอกับทางแยก ทำให้เราต้องเลือกตัดสินใจ ว่าเราจะไปทางไหน ความยากลำบากของการตัดสินใจมันอยู่ที่ เราไม่มีทางรู้ว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า ปลายทางเหล่านั้น อะไรมันรอคอยเราอยู่ การที่เรายืนอยู่หน้าทางแยกนั้น มันคือความเสี่ยง มันคือความลังเล มันคือความหวาดกลัว เราเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนั้นตลอดเวลาไม่ได้ ยิ่งยืนอยู่นานเท่าไหร่ ความมั่นใจมันก็ยิ่งจะเพิ่มพูนมากเท่านั้น

ดังที่บอก ว่าความวุ่นวายของการเป็นมนุษย์ คือเส้นทางที่เราก้าวเดินไปนั้น มันวุ่นวายเพราะคนรอบข้างที่ก้าวเดินไปกับเรา ใครหลายๆคนกำลังจับตาและคาดหวังกับก้าวเดินในแต่ละก้าวของเรา มันยิ่งกดดัน มันยิ่งสับสน คำแนะนำต่างๆกลับกลายมาเป็นแรงกดดัน ทำให้ในบางครั้งนั้น เราไม่อาจจะมีสิทธิเลือก ทางเลือกที่เราต้องการ มันทรมานหากรู้ว่าทางที่เราก้าวเดินไปนั้น ต้องทำร้ายใครๆบ้าง และมันทรมานยิ่งกว่าเพราะในบางครั้ง เรารู้ทั้งรู้ว่า ทางที่เราจำเป็นต้องเลือกนั้น มันต้องทำร้ายตัวเองและคนที่เรารักเพียงไร แต่เพราะเรายืนอยู่หน้าทางแยกได้ไม่นาน เราไม่อาจหลอกตัวเองตลอดเวลา วันหนึ่งเมือถึงเวลา เราจำเป็นต้องตัดสินใจ

แล้วเคยมีใครคิดไหมว่า หากเราต้องพบเจอกับทางแยกให้เราต้องเลือก ในช่วงเวลาที่เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวขึ้นเนิน มันจะเป็นเช่นไร ในวันหนึ่งที่เราอยากจะหยุดพัก เหนื่อยและอ่อนล้ากับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่อยากจะเดินต่อไปอีกแล้วบนเส้นทางนั้น พยายามที่จะฝืนทุกๆอย่าง พยายามที่จะฝืนเดินไปอย่างช้าๆในขณะที่คนรอบๆตัวต่างฉุดกระชากให้เรารีบเดิน พยายามที่จะอธิบายใครต่อใครว่าเราไม่ไหวแล้วแต่ไม่มีใครยอมรับฟัง พยายามแสดงออกให้ใครต่อใครรับรู้แต่ไม่มีใครเข้าใจ จนสุดท้ายมันก็ยิ่งทำร้ายตัวเอง และทำร้ายทุกๆคนที่อยู่รอบตัว จนวันหนึ่ง เราจำเป็นต้องตัดสินใจ โดยที่รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องเจ็บปวดมากมายเพียงใด แต่เราก็ต้องฝืนทำ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ปลายทางของเส้นทางที่เลือกเดินนั้น จะเป็นเช่นไร มันเจ็บปวดนะ เกินจะหาคำมาบรรยาย

ความจริงอย่างหนึ่งที่เราทุกคนต้องยอมรับ ในวันที่เรากำลังมีความสุข อย่าเพลิดเพลินกับมันมากเกินไป จงเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะความสุขไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป แต่ในวันที่เราอ่อนล้ากับอุปสรรคที่โถมโหมกระหน่ำเข้ามาให้เราเจ็บช้ำ จงอดทนต่อสู้ฟันฝ่ามันไปให้ได้ ขอจงอย่ายอมแพ้สิ้นหวัง จงอดทนรอวันสดใสที่กำลังจะเข้ามา  อย่าโทษโชคชะตาลมฟ้าอากาศ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเรา มันคือเส้นทางชีวิตของเราที่เรากำหนดเอง ไม่มีใครหรอกที่จมอยู่กับความทุกข์ตลอดเวลา สักวันหนึ่งที่เราสามารถข้ามผ่านวันที่เลวร้ายไปได้ วันนั้นจะต้องเป็นวันที่สดใส เพราะอุปสรรคที่เราได้พ้นผ่าน จะกลายเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันให้กับตัวเราเอง แล้วหากวันไหนเรายังพบเจอกับอุปสรรคให้อ่อนล้าอีก ก็จงคิดอีกว่าหลังจากนั้น ฟ้าจะต้องยิ่งสดใสกว่าเดิม

</span>