แค่ยี่สิบกว่ากิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางสามสี่ชั่วโมงได้

วันที่สองของการทำงานในเมืองหงสาได้ออกไปสัมผัสซอกหลีกห่างไกล ถิ่นอาศัยของพี่น้องบรรดาเผ่า หลังจากที่วันแรกใช้เวลาเกือบทั้งวันในการพัวพันติดต่อ ห้องการกสิกรรม และเจ้าของธุรกิจการเกษตรต่างๆ ในเมืองเพื่อหาลู่ทางพัฒนาอาชีพของพี่น้องชาวเมืองวันนี้ผมไปดูพื้นที่แถบห้วยดู่ ห้วยเย้อ ห่างจากตัวเมืองหงสาไม่มากครับแค่ยี่สิบกว่ากิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางสามสี่ชั่วโมงได้ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">บรรยากาศยามเช้าเมืองหงสา หมอกลงจัดปานกับฝนตก อย่างนี้ทางเชียงใหม่เขาว่าเหมยช้างครับ เดินฝ่าไอหมอกไปเที่ยวตลาดเช้าหัวหูเปียกปอนไปหมด แม่ค้า และนักเรียนถึงกับต้องกลางร่มไปตลาดไปโรงเรียน</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> เด็กหญิงชาวขมุ แบกฟืนมาจากป่า</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p>เคลื่อนออกรถไปห้วยดู่เวลาเกือบเก้าโมง แต่หมอกยังไม่จางหาย ส่วนดวงตะวันยังคงนอนหลับไม่ตื่น คณะของเราใช้รถสองคันรวมตำรวจ และเจ้าหน้าที่กสิกรรม และคนขับรถเป็นทั้งหมดสิบคน เรื่องดูพื้นที่ตามเส้นทางในตอนเช้านั้นทำไม่ได้เพราะทัศนะวิสัยไม่เกินสิบยี่สิบเมตร จึงต้องไปให้ไกลที่สุดก่อนแล้วจึงดูย้อนกลับมา</p><p>บ้านห้วยเย้อเป็นบ้านชาวลาวเทิงเชื้อชาติขมุที่ผมเคยเขียนเล่าไว้ในบันทึกแรกๆ เรื่องขะเนงของชาวขะมุเมืองหงสาจึงขอข้ามไปก่อน</p><p>ถัดจากบ้านห้วยเย้อผ่านหุบห้วยสันเขาไปอีกเกือบสิบกิโล เราแวะพักรถ และกินเข้ากลางวันที่ สนำ(กระท่อมพักกลางป่า) ของชาวบ้านประมาณสิบครอบครัว มีทั้งชาวขมุ ชาวเย้า และชาวลาวลุ่ม ช่างขยันแท้ๆเดินทางกันครึ่งค่อนวันจากบ้านมาสวน</p><p>ผมมาประทับใจกับเด็กๆในกลุ่มบ้านนี้ที่ความต่างเผ่าพันธุ์กันไม่เป็นอุปสรรคกับการเล่นหัวกันแต่อย่างใด วันนี้เก็บรูปเด็กชาวเย้ามาฝากครับ</p><p> </p><p>เด็กชายชาวเย้าเลี้ยงน้อง</p><p>   </p>