GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความรักที่งดงาม

ผู้ชายมอบความรักให้กับหญิงเพื่อการมีเซ็กซ์ส่วนผู้หญิงยอมมีเซ็กซ์ก็เพื่อการได้มาซึ่งความรัก จึงไม่ควรมีเซ็กซ์เพื่อเป็นของขวัญหรือเครืองตอบแทนในวันแห่งความรัก
          ความรักเป็นอำนาจอย่างหนึ่งในจิตใจมนุษย์ ที่มีอิทธิพลมากมายและสามารถก่อให้เกิดอารมณ์อันหลากหลาย ที่ตรงกันข้ามกันได้อย่างไม่น่าเชื่อไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ ความยินดี ความซึมเศร้า ความเฉื่อยชาและความกระตือรืนร้น
         
          แต่ความรักกับการเซ็กซ์เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ มนุษย์สามารถมีเซ็กซ์ได้โดยไม่ต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องเรียกว่าการสืบพันธุ์ซึ่งเป็นสัญชาตญาณโดยกำเนิด ผู้ชายกับผู้หญิงมีความแตกต่างกันในเรื่องนี้ ผู้ชายมอบความรักให้กับหญิงเพื่อการมีเซ็กซ์ส่วนผู้หญิงยอมมีเซ็กซ์ก็เพื่อการได้มาซึ่งความรัก ผู้ชายเริ่มรักผู้หญิงตั้งแต่คะแนนเต็มร้อยแล้วค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ส่วนผู้หญิงค่อย ๆทวีคูณความรักให้กับชายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มร้อย เห็นดังนี้แล้วความรักกับเซ็กซ์จึงเรื่องที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรมีเซ็กซ์เพื่อเป็นของขวัญหรือเครืองตอบแทนในวันแห่งความรัก  เมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนาความรักจึงมีความหมายที่ละเอียดงดงามและยิ่งใหญ่

          กวีบางคนบอกว่า ความรักทำให้โลกหมุน ทำให้คนชั่วกลับกลายเป็นคนดีความรักบันดาลได้มากมาย ที่สำคัญ ความรักมิได้มีความหมายเพียงความรักระหว่างหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงความรักระหว่างพ่อแม่กับลูกอาจารย์กับศิษย์ เพื่อนฝูงต่อเพื่อนฝูง รวมไปถึงความรักที่มนุษย์มีต่่อมวลมนุษย์และสิ่งต่างๆ ที่อยู่ร่วมโลกเดียวกันอีกด้วย และเพราะ “ความรัก”มีความหมายที่กว้างขวาง ไร้ขอบเขตอันจำกัดอีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขนี่เองหลายๆ คนจึงถือว่า “วันมาฆบูชา” อันเป็นวันสำคัญยิ่งทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่งเป็น “วันแห่งความรัก”

          ทั้งนี้ เนื่องจากวันดังกล่าว ได้เกิดเหตุการณ์พิเศษที่เรียกว่า“จาตุรงคสันนิบาต” ขึ้น และเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประกาศหลักการและอุดมการณ์แห่งพุทธศาสนา อันมีเนื้อหาหลักว่าด้วยการส่งเสริมให้มวลมนุษย์ตั้งมั่นในการทำความดี ละความชั่วไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน นั่นก็คือ ทรงสอนให้ทุกคนมีความรักอันยิ่งใหญ่เป็นรักที่ไม่เห็นแก่ตัว เพราะสอนให้รู้จักรัก และเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกโดยมีพระสงฆ์เป็นผู้นำพระธรรมคำสั่งสอนดังกล่าวไปเผยแพร่

          คำว่า “มาฆบูชา” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะ คือ เดือน 3 หรือพูดง่ายๆว่าเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงในคืนขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 นั่นเอง เหตุที่พุทธศาสนิกชนถือว่า “วันมาฆบูชา” เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาก็เพราะในวันนี้ ในสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ได้ 9เดือน(นับแต่วันวิสาขบูชาขึ้น 15 ค่ำเดือน 6) ขณะที่เสด็จประทับอยู่ที่วัดเวฬุวัน(อันเป็นวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา) ณ เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธนั้นพระสงฆ์สาวกที่พระพุทธองค์ ได้ส่งออกไปเผยแพร่พุทธศาสนาตามเมืองต่างๆได้พร้อมใจกันกลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้า โดยมิได้นัดหมายกันถึง 1,250 รูปซึ่งถือว่าเป็นเหตุอัศจรรย์ยิ่ง เพราะสมัยโบราณ ที่ไม่มีการสื่อสารโทรคมนาคมการนัดหมายคนจำนวนมาก ที่อยู่คนละทิศคนละทางให้มาพบกันหรือประชุมกันที่ใดที่หนึ่ง เป็นเรื่องที่ยาก และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยโดยเฉพาะการมาของพระพุทธสาวกเหล่านี้ถือว่าเป็นการมาประชุมพิเศษที่ประกอบด้วยองค์ 4 อันเป็นที่มาของการเรียกวันนี้อีกอย่างว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต”นั่นคือ


          1. เป็นวันมาฆปูรมี คือ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำกลางเดือนมาฆะ (เดือน 3) จึงเรียกว่า“วันมาฆบูชา”

          2. พระภิกษุที่มาประชุมในวันนั้นมีจำนวนถึง 1,250 รูป

          3. พระภิกษุที่มาประชุมนี้ ล้วนเป็นพระอรหันต์ ที่สำเร็จอภิญญา 6 กล่าวคือ เป็นผู้มีความรู้อันยอดยิ่ง 6 ประการได้แก่ แสดงฤทธิ์ได้ มีหูทิพย์ ตาทิพย์ ระลึกชาติได้ กำหนดรู้ใจผู้อื่นได้ และมีญาณหยั่งรู้ในธรรมอันเป็นที่สิ้นแห่งกิเลสทั้งหลาย

          4. พระภิกษุเหล่านี้ ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา หมายถึง ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง การประชุมที่ประกอบด้วยความพิเศษ 4 ประการข้างต้นนี้ เกิดขึ้นใน “วันมาฆบูชา”นี้เป็นครั้งแรกและเป็นเพียงครั้งเดียวในสมัยพุทธกาลเมื่อพระองค์ยังทรงพระชนมชีพอยู่ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะแสดงโอวาทปาติโมกข์ อันเป็นการประกาศหลักการ อุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติในการเผยแพร่พุทธศาสนา ให้นำไปใช้ได้ในทุกสังคม ซึ่งหลักธรรมคำสอนดังกล่าว จะเรียกว่าเป็น ธรรมนูญแห่งพุทธศาสนา หรือหัวใจของพุทธศาสนา ก็ได้

          หลักการ 3 หมายถึง สาระสำคัญที่ควรยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ได้แก่


          1. การไม่ทำบาปทั้งปวง ด้วยการไม่ประพฤติชั่วทั้งกาย วาจาและใจ เช่น ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่ลักขโมย ไม่ผูกพยาบาท

          2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ด้วยการทำความดีทุกอย่างทั้งกาย วาจาและใจ เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่โลภมาก และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

          3. การทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการละบาปทั้งมวล ทำใจให้ปราศจากกิเลส ความโลภโกรธหลง ถือศีล และบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติสมถะ และวิปัสสนา

          อุดมการณ์ 4 หมายถึง หลักการที่ทรงวางไว้เป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ได้แก่


          1. ความอดทน ให้มีความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจาและใจ

          2. ความไม่เบียดเบียน ให้งดเว้นจากการทำร้าย รบกวนหรือเบียดเบียนผู้อื่น

          3. ความสงบ คือ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งกาย วาจาและใจ และ

          4. นิพพาน คือ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในทางพุทธศาสนาที่จะเกิดขึ้นได้ จากการดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ 8 ได้แก่ความเห็นชอบ,ความดำริชอบ, การพูดจาชอบ การทำการงานชอบ, การเลี้ยงชีวิตชอบ, ความพากเพียรชอบ,ความระลึกชอบ และความตั้งใจมั่นชอบ

          วิธีการ 6 ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติ ได้แก่


          1. ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้ายผู้อื่น

          2. ไม่ทำร้าย คือไม่เบียดเบียน ไม่ฆ่าผู้อื่น

          3. สำรวมในปาติโมกข์ คือการเคารพระเบียบ กติกากฏหมายและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของสังคม

          4. รู้จักประมาณ คือ รู้จักพอดี พอกิน พออยู่ หรือจะกล่าวแบบปัจจุบันว่าถือหลักเศรษฐกิจพอเพียง ก็ได้

          5. อยู่ในสถานที่ที่สงัด คืออยู่ในสถานที่ที่สงบ และมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

          6. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดชำระจิต หมั่นทำสมาธิภาวนา
         
          จะเห็นได้ว่าธรรมะ ที่พระพุทธองค์ตรัสสั่งสอนนี้ ล้วนมีความหมายและความสำคัญต่อการดำรงชีวิตไม่เพียงแต่ผู้อยู่ในเพศบรรพชิตที่บวชเรียนเท่านั้น คฤหัสถ์ผู้ครองเรือนและฆราวาสอย่างพวกเราทุกคนก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี

          จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้ใช้วันนี้ เป็น “วันแห่งความรัก” ด้วยการ“ตามรอยพระพุทธองค์” มอบความรัก ความเมตตาต่อตนเอง ครอบครัว คนรอบข้างและเพื่อนร่วมโลกทั้งหลายโดยการประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการพูดดี คิดดี ทำดี ไม่คิดร้ายทำลายผู้อื่นทั้งกาย วาจา และใจ เพียงเท่านี้ สังคมทุกแห่งก็จะเกิดสงบสุข และโลกเราก็จะบานสะพรั่งด้วย ความรักสีขาว ที่สะอาดบริสุทธิ์และปลอดพิษภัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 15329
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอให้มีความสุขทุกๆ วันค่ะ