โมเดลนับลูกดิ้น
นวัตกรรมนับลูกดิ้นได้นำมาใช้สอนในการนับลูกดิ้น แล้วประเมินพบว่าทุกคนเห็นภาพได้ชัดเจนและเห็นความสำคัญของการนับลูกดิ้นได้ดีขึ้น
ในปีงบประมาณที่ผ่านมาเราพบว่ามีคุณแม่ตั้งครรภ์3 รายจากทั้งหมดเกือบ 1400 รายที่เสียใจจากการสูญเสียลูกน้อยในครรภ์ไปด้วยเหตุผลที่ว่า" 1 รายไม่รู้ว่าอย่างไรคือลูกดิ้น...2 รายคิดว่าไม่เป็นอะไรรอสามีกลับมาก่อนแล้วค่อยมาโรงพยาบาล" เราเลยกลับมาทบทวนกันว่าจะทำอย่างไรดีนะที่จะให้คุณแม่เห็นความสำคัญมากกว่านี้ เราเลยหยิบประเด็นเรื่องโมเดลมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง และนับข้อมูลมาเล่าให้คุณแม่ทั้งหลายฟัง ทุกคนก็นั่งนิ่งฟังเราเป็นอย่างดี บางคนก็พยักหน้าแสดงความเห็นคล้อยตามเรา..."เพราะการนับลูกดิ้นคือการบ้านที่โรงพยาบาลฝากไปให้คุณแม่ทำที่บ้าน เพราะคุณแม่มาฝากครรภ์ก็มาอย่างมากเพียงเดือนละครั้ง แล้วครั้งละไม่กี่ชั่วโมง คุณแม่ก็กลับบ้านแล้วพร้อมหอบหิ้วลูกน้อยในท้องไปด้วย ไม่ได้หยิบท้องมาวางแล้วฝากไว้กับหมอหรือพยาบาลจริงๆ แล้วสิ่งเดียวที่จะรู้ได้ว่าลูกน้อยในท้องยังแข็งแรงอยู่หรือไม่ คือลูกดิ้นดีอยู่มั้ย ในขณะที่ท้องคับแคบลงแต่ลูกน้อยตัวกลับโตขึ้นเรื่อยแล้วดิ้นเปลี่ยนท่าทุกวัน อุบัติเหตุในท้องก็อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด เพราะสะดือยาว 50-100 ซม. อาจเกิดเหตูสายสะดือมัดกันเองเป็นปม 1หรือ 2 ปม ลูกจะหายใจสะดวก? อาหารไปหาลูกสะดวก?"
จนนานหลายเดือนเราก็ไม่พบปัญหานี้อีก...แต่แล้วเมื่อพฤศจิกานี้เองก็มีปัญหามาให้แก้และตีโจทย์ต่ออีก มีคุณแม่ที่อายุครรภ์ 40 สัปดาห์แล้ว ท้องแรกพบลูกดิ้นน้อยลง ทราบด้วยว่าลูกดิ้นน้อยลง...แต่ญาติผู้ใหญ่บอกว่า "ไม่เป็นไร อย่างนี้ปกติ เพราะว่าใกล้คลอดแล้วเด็กก็จะดิ้นน้อยลงแบบนี้ล่ะ" น้องก็รอดูอาการต่ออีก 2 วัน วันรุ่งขึ้นก็ยังดิ้นน้อยอีก ก็รอต่อจนวันที่ 3 พบว่าลูกไม่ดิ้นซะแล้ว...เลยมาโรงพยาบาล..ผลปรากฏว่า "เด็กตัวเปื่อยแล้วค่ะ"....ขนาดเราไม่ใช่น้องเขายังรู้สึกหดหู่เลยเนาะ เสียดายมากๆ ก็เลยนำมาย้ำให้ฟังๆกันต่อว่า ถ้าวิตกกังวลไม่แน่ใจใดๆก็ตามเกี่ยวกับลูก เกี่ยวกับตัวเอง ให้โทรฯมาสอบถามอาการได้ทันที ไม่ต้องกลัวโดนเจ้าหน้าที่บ่น ไม่ต้องกลัวเจ้าหน้าที่ว่า เพราะนี้คือตัวเรา ลูกเรา
- เรื่องนี้มีคุณแม่ช่วยแจมหลายคนคะมีอีกคนเคยมีประวัติท้องแรกลูก dead คุณแม่เล่าว่าตอนนั้น...ลูกหนูไม่ได้ดิ้นน้อยลง แต่วันนั้นก่อนเจอปัญหาลูกจะเสียพบลูกดิ้นมากผิดปกติ แล้ววันรุ่งขึ้นก็เงียบไปเลย....
ก็เลยสมมุติเหตุการณ์ต่อให้กลุ่มคิดกันนิดนึงว่าลองอุดจมูกดู อย่างแรกเลยถ้าเราหายใจไม่ออกเราจะเป็นอย่างไร? ลูกก็คงดิ้นรนเต็มที่อย่างเรานี้ล่ะนะ แล้วในที่สุดก็อ่อนแรงลง
- เลยบอกคุณแม่เขาว่าสิ่งเหล่านี้ตำราไม่ค่อยพูดถึง...ต้องขอบคุณที่คุณแม่ช่วยบอกเล่าให้เราฟังด้วย คุณแม่ก็เลยเล่าต่อว่า...ตอนหนูไม่หาหมอๆก็บอกว่าไม่ค่อยพบ...
ได้ KM เลยมั้ยคะคุณหมอนนท์ขา...อิ๊ อิ๊
เห็นโมเดลสอนนับลูกดิ้นแล้วชอบมากเลย ความคิดสร้างสรรมากค่ะ อยากทราบรายละเอียดการสอนจัง ว่าสาธิตการสอนยังงัยบ้าง อยากได้ไว้แนะนำหญิงตั้งครรภ์จัง หวงมัยค่ะสนใจ มีจำหน่ายมัย ช่วยตอบด้วยคะ
เห็นด้วยกับคุณดอกไม้ น่าจะบอกวิธีด้วยค่ะ เห็นแต่รูปคิดไม่ออกค่ะ
หวงไหมคะ ขอบคุณล่วงหน้า
เรื่องนี้เจอมากับตัวเลยค่ะ ต้องเสียลูกคนแรกไปตอนตั้งครรภ์ได้ 39 สัปดาห์แล้ว โดยที่ไม่ได้เตรียมใจไว้ล่วงหน้าซักนิด เสียใจมากค่ะ ตอนนั้นก็รูสึกว่าลูกดิ้นน้อยลง (ซึ่งก็ไม่มีความรู้เรื่องการนับลูกดิ้นมากนัก)แต่ก็ไปอ่านหนังสือเจอว่าถ้าอายุครรภ์มากขึ้นเด็กจะดิ้นน้อยลงเป็นเรื่องปกติ จึงไม่ได้เอะใจอะไร แล้วก็คิดว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันนัดกับคุณหมอแล้วด้วย แล้วอีกอย่างคือที่บ้านก็มักจะแซวว่าชอบกังวล คิดมากไปหรือปล่าว ก็เลยยิ่งชะล่าใจ รอจนถึงวันนัดหมอ พอหมอตรวจก็พบว่าหัวใจลูกรักของแม่หยุดเต้นแล้ว จึงได้ให้หมอรีบผ่าเอาเด็กออก เผื่อยังพอยื้อชีวิตลูกไว้ได้ พอผ่าเสร็จจึงได้พบว่าเด็กเสียเนื่องจากสายสะดือพันเป็นปมค่ะ รู้สึกเหมือนฝันร้ายมากๆค่ะ เศร้าสุดๆ เลย ตอนนี้ก็ยังนึกถึงเรื่องนี้ตลอดเลย
ขั้นตอนของตัวเองที่ทำก็คือ
1. ซื้อหาตุ๊กตาผ้ามาก่อน
2. ออกแบบสะดือและรกให้สะดือประมาณ50-100ซม. รกก็เป็นรูปกลมแบนเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ10 ซม.
3.แล้วให้แม่เย็บเป็นเส้นยาวต่อกันระหว่างตัวเด็กตรงพุง (ตำแหน่งสะดือ) ต่อสายสะดือ แล้วเย็บสายสะดือต่อรกตรงกลางแผ่นกลมที่เตรียมไว้ค่ะ
พอถึงขั้นตอนการใช้
ในการสอนเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองของคุณแม่ตั้งครรภ์ เราก็นำมาแนะนำเหตุผลที่ทำไมพยาบาลต้องให้นับลูกดิ้น โดยให้นึกตามเรื่อยๆว่า "โดยปกติลูกดิ้นย้ายที่ทุกวันไปเรื่อยๆ แล้วถ้าวันหนึ่งลูกเราดิ้นไปดิ้นมาแล้วเกิดสายสะดือมัดกันเป็นปม (เราก็นำโมเดลเรามามัดปมสะดือ) จำลองเหตุการณ์ให้ดู..แล้วถามว่าลูกเราจะเป็นอย่างไร" ก็คงไม่ต่างกับผู้ใหญ่ที่หายใจไม่สะดวก..สุดท้ายลูกเราก็ดิ้นน้อยลง แล้วใครจะบอกได้ว่าตอนนี้ลูกเรากำลังมีปัญหา ถ้าไม่ใช่ตัวคุณแม่เอง
โดยปกติ ศูนย์ฯ8 ท่านผอ.ศูนย์ได้ศึกษาวิจัยวิธีการนับลูกดิ้น..ให้นับวันละ 1 ครั้งๆละ 2ชม. ถ้าลูกดิ้นครบ 10 ครั้ง ถือว่าปกติดี
และให้เริ่มนับตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สป.ขึ้นไป
เมื่อ พฤ. 29 พฤษภาคม 2551 @ 15:10
675626 [ลบ]
KickTrak นวัตกรรมเครื่องวัดจำนวนการดิ้นของเด็กในท้อง ...เลยนำรูปมาฝากเพิ่มเติม