หลังจากอาหารกลางวันที่ภูเขาไฟ Aso เราเดินทางต่อไปยังตัวเมือง Kumamoto บนเส้นทางนี้ผ่านสะพานข้ามลำธารที่ไหลผ่านซอกเขาไปยังอีกฟากหนึ่งที่เป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัย Kyushuu Tokai ซึ่งดิฉันเคยไปทำวิจัยอยู่ประมาณ 2 เดือน ... ในช่วงนั้นก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสะพานแห่งนี้จนทำให้ดิฉันอยู่อย่างไม่เป็นสุขหลังจากที่ทราบเรื่องราวของสะพาน... 

 

เมื่อถึงเมือง Kumamoto สถานที่แห่งแรกที่เราไปเยี่ยมชมคือ Kumamoto jo ซึ่งเป็นปรสาทของโชกุนที่ปกครองดินแดนทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในยุคซามูไร ยุคนินจาเฟื่องฟูเมื่อ 420 ปีมาแล้ว

ปราสาทนี้ต่างจากปราสาทอื่นคือเป็นปราสาทที่มีเหลี่ยมมุมที่แหลมคม เป็นอันตรายกับผู้ที่จะปีนขึ้นไปบนปราสาท ข้างในปราสาทจัดเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของปราสาท ทั้งการสร้าง และประวัติการปกครอง การต่อสู้ต่างๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ในสมัยนั้นๆ รวมถึงเสื้อผ้าของทหารที่เข้าดับไฟในช่วงที่มีเหตุการณ์ไฟไหม้ปราสาท 

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีคนแต่งชุดนินจา คอยสร้างบรรยากาศให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชมด้วยอย่างสนุกสนาน

  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p><p></p><p>จากปราสาทเราเดินทางไปยังสวนซุยเซ็นจิ (suizenji) ซึ่งเป็นสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ มีเนินเขาเล็กๆ น้อยๆ มากมายในสวน สวนนี้ได้ก่อสร้างเมื่อ 300 ปีก่อน โดยครอบครัวของโชกุนตระกูล Osagawa ใช้เวลาในการสร้างหลายสิบปี เพื่อให้เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่นี่มีบรรยากาศแบบโรแมนติคมาก จนทำให้สมาชิกที่มาเป็นคู่ถ่ายภาพแบบโรแมนติคร่วมกัน...ดูจากภาพนะค่ะ น่าอิจฉาแค่ไหน... </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> </p><p></p><p>และก่อนถึงเวลาอาหารค่ำ เราได้ไปเดินช้อปปิ้งที่แหล่งช้อปปิ้งของเมือง ที่สองฟากทางเดินประกอบด้วยร้านค้ามากมาย รวมทั้งห้างสรรพสินค้าที่มีร้านโปรดของสมาชิก คือร้าน 100 เยน อยู่ด้วย จนถึงเวลานัดที่รถมารับเพื่อไปร้านอาหารที่ตกแต่งบรรยากาศเป็นแบบสนามแข่งขันซูโม่ เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นอตีดซูโม่ที่มีชื่อเสียงต่ได้เกษียณตัวเองมาเปิดร้านอาหาร  </p><p> </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แล้วเราก็ได้เดินทางไปยังที่พัก Romanesque Resort Kikunan ซึ่งอยู่ชานเมือง เป็นรีสอร์ทมีบ่ออาบน้ำแร่ให้พวกเราได้เปิดอกเปิดใจแช่น้ำแร่ร้อนด้วยกันอีกครั้ง...</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>คืนนี้เราได้พักห้องพักที่มีทั้งเตียง และส่วนที่เป็นเสื่อทาตามิด้วย จริงๆแล้วน่าจะพักได้เต็มที่ 5 คน แต่เรานอน 2 คน...หรูมากๆๆๆ