ผมได้รับเชิญจากทีมงานของโรงพยาบาลท่าเรือให้ไปช่วยบรรยายเรื่องHA/HPHในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชาและเป็นวันหยุด ก็เลยถือโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวอยุธยาด้วย โดยไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 12 โดยเช่ารถตู้นั่งไป ได้นั่งรถชมตัวเมืองหลวงเก่าแล้วก็ไปไหว้หลวงพ่อโตที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งมีนักท่องเที่ยวไปไหว้พระกันมากโดยเฉพาะชาวจีน ทราบว่าช่วงตรุษจีนคนจีนจะนิยมไหว้พระเก้าวัดมาก ได้ไปให้อาหารปลาที่ท่าน้ำ แล้วก็ไปเข้าพักที่โรงแรมริเวอร์วิวเพลส ริมแม่น้ำป่าสัก และลูกชายคนโตได้ซื้อปลาไปปล่อยด้วย ห้องที่โรงแรมกว้างมากพื้นที่พอๆกับบ้านหนึ่งหลังเลย

              ตอนเช้าวันที่ 13 ทางคุณเจี๊ยบ จากรพ.ท่าเรือได้มารับพาไปที่ รพ.ท่าเรือ ส่วนครอบครัวได้ไปเที่ยวที่บางปะอินและบางไทร ระยะทางจากอยุธยาถึงท่าเรือประมาณ 45 กิโลเมตร ทราบว่าที่ชื่อท่าเรือเพราะในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ได้เสด็จทางเรือมาขึ้นฝั่งที่นี่เพื่อนั่งช้างต่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาท จึงได้ชื่อว่าอำเภอท่าเรือ

             ไปถึงโรงพยาบาลประมาณ 8.30 น. ได้เดินสำรวจในบริเวณโรงพยาบาลที่เป็นขนาด 30 เตียง มีพื้นที่แค่ 8 ไร่ ภายในอาคารเป็นอาคารเก่า แต่เข้าไปข้างในแล้วจัดไว้ดูดีมาก สะอาดสะอ้าน สวยงาม และมีความเป็นระเบียบ โปร่ง ไม่อับทึบ สามารถจัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเหมาะสมแม้พื้นที่จะน้อยก็ตาม มีพี่อาทร เป็นผู้อำนวยการ ท่านเป็นคนน่ารักมาก ดูเป็นคนใจดี ใจเย็นและเป็นกันเองกับลูกน้อง ได้ทราบข้อมูลว่าทาง รพ.ท่าเรือผ่านขั้นสองแล้ว ประเมินHAแต่ติดในบางเรื่อง อยากให้ผมเข้าไปพูดให้ฟังและช่วยเติมไฟใส่ฟืนให้เจ้าหน้าที่เพื่อจะได้ขอประเมินในขั้นที่สามได้

             เริ่มกิจกรรมด้วยการกล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงานโดยท่านผู้อำนวยการ ซึ่งพูดชมผมจนผมชักจะเกร็งๆกลัวว่าจะพูดไม่ได้อย่างที่ท่านหวัง ตอนแรกกำหนดไว้ว่าจะพูดทั้งวัน แต่พี่อาทรกับผมได้ตกลงกันว่าพูดทั้งวันคนอาจจะเบื่อเพราะวันนี้เป็นวันหยุด อีกทั้งพี่อาทรเกรงว่าผมจะเหนื่อยและกลับบ้านตากดึกเกินไป จึงปรับเป็นพูดภายในครึ่งวัน ผมก็ใช้เวลาเต็มที่พูดสามชั่วโมงครึ่ง(พูดถึงเที่ยงสี่สิบ) เท่าที่สังเกตแทบไม่มีคนหลับและเจ้าหน้าที่ให้ความสนใจดีมาก ผมสามารถสังเกตได้ถึงพลังความสามัคคีของชาวท่าเรือ

            ในการพูดของผมจะเป็นลักษณะมาเล่าให้ฟัง เป็นการใช้การเล่าเรื่องแบบเรื่องเล่าเร้าพลัง (Springboard story telling) ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge sharing) โดยมีผมเป็นผู้พร้อมให้และทีมงานของ รพ.ท่าเรือเป็นผู้ใฝ่รู้   การใช้การเล่าให้ฟังโดยมีสไลด์ประกอบทำให้ผมสามารถเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้โพย สามารถเล่าโดยบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกและพยายามกระตุ้นให้ทีมงานได้เห็นสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่และพยายามทำให้กิจกรรมคุณภาพที่ทำอยู่เป็นเรื่องง่าย เป็นการถ่ายทอดTacit knowledge ของผมออกมา ซึ่งเสียดายที่ไม่ได้อัดเทปไว้เพราะเวลามานั่งเขียนแล้ว มันเขียนไม่ออก เขียนไม่ได้ทั้งหมดเท่าที่เล่าออกไป

            ผมได้เล่าถึงความสำคัญ หัวใจ การทำคุณภาพอย่างง่ายๆ ทิศทางที่เป็นไปของสังคมกับรูปแบบขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วต่อด้วยการพัฒนาคุณภาพตามตัวแบบบ้านคุณภาพสร้างสุขที่มีการพัฒนาคุณภาพ 10 ขั้นตอน พร้อมกับแทรกแทคติกการทำในแต่ละขั้นไปด้วย และเน้นอย่างมากกับการทำกิจกรรม 5 ส อย่างถูกต้องและเข้าใจให้เป็นฐานไปสู่การพัฒนาคุณภาพอื่นๆได้ด้วย

            พี่อาทรได้เล่าให้ฟังว่า ทีมงานของ รพ.ท่าเรือ ได้มีการทำ 5 ส กันอย่างจริงจัง เอาจริงเอาจังมาก ทำกันเต็มที่ แต่สิ่งที่ขาดก็คือพอทำไปแล้วไม่สามารถบูรณาการไปสู่คุณภาพอื่นหรือHAได้ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้ประโยชน์กับ 5ส มากนัก เหมือนได้แค่สถานที่อย่างเดียว พอผมเล่าถึงหลายเรื่องที่ใช้ 5 ส ช่วยได้ ทำให้มองภาพออกและต่อจิ๊กซอร์ได้ เช่นเวลาส่งเวรของห้องฉุกเฉิน ตอนโอเคของกันก็ใช้ 5 ส มาตรวจสอบความพร้อมใช้ของเครื่องมือด้วย หรือตอนรับส่งเวรก็สามารถนำเอาความเสี่ยงมาคุยกันว่าได้สะสางอะไรไปบ้างหรือนำเอาความสำเร็จ คำชื่นชมมาเล่าสู่กันฟังเป็นการทำKMไปด้วย เป็นต้น

ผมจบการบรรยายเล่าเรื่องด้วยความรู้สึกดีๆกับทีมงานของ รพ.ท่าเรือ ทำให้รู้สึกว่าเราได้มิตรภาพหรือกัลยาณมิตรเพิ่มมาอีก 1 แห่ง วันหยุดยาวเดือนนี้แม้จะไม่ได้พักแต่ก็ได้เพื่อน ที่ถือว่าคุ้มค่ากว่ากันเยอะ