วิถีวัฒนธรรม ตอน 7...
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ด้วยภูมิปัญญาของคนได้ผ่านการลองผิดลองถูกมานานจึงมีความเสี่ยงน้อยแต่ที่สำคัญภูมิปํญญากับองค์ความรู้มีการร่วมสืบสานชาติพันธุ์ เป็นสายรากทางวัฒนธรรมที่ก่อเกิดความผูกพันต่อถิ่นกำพืดและจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์ ยับยั้งแนวคิดมักง่ายที่จะทำลายล้างทางวัฒนธรรมทุกมุมโลก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ความเป็นสายรากทางชาติพันธุ์แห่งภูมิปัญญาก็เหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานในต้นเดียวกันแล้วเกิดหลุดกระจายตามสายลมไปเจริญงอกงามตามถิ่นต่าง ๆ แม้ต่างชื่อ ต่างภาษา ต่างแหล่งพักพิงก็ไม่ถึงกับทำให้ กลีบ กลิ่น สีและคุณสมบัติต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะล้วนมาจากกำพืดอันเดียวกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ภูมิปัญญาที่ต่างชาติพันธุ์ แต่ถ้าเจริญงอกงามในพื้นที่มีสิ่งแวดล้อมเดียวกันก็อาจมี กลีบ กลิ่น สีและคุณสมบัติร่วมกันได้ในความหมายการร่วมสายราก ทางวัฒนธรรม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ภูมิปัญญาที่มีอยู่ทั่งโลกมีขึ้นเพื่อประโยชน์สุขของพหุชนไม่ใช่กลุ่มผู้ใดคณะใดโดยเฉพาะ ภูมิปัญญาจึงก่อเกิดประโยชน์ข้ามชุมชน ข้ามเขตแดน ข้ามยุคสมัยได้อย่างเสรี</p> <p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> แต่ภูมิปัญญาในยุคโลกาภิวัตน์กับวิถีทางพุทธศาสนานั้นสวนทางกัน คือตามพุทธธรรมมีศรัทธาสร้างภูมิปัญญาแบบเครื่องยาใจ หรือ เครื่องดับทุกข์ทางใจ </p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> โดยดับไฟแห่งราคะ โทสะ โมหะ การดับไฟ 3 กองนี้ได้ตามวิถีพุทธจึงถือว่าบุคคลนั้นสามารถใช้ยาใจเป็นพาหนะ นำสัตว์โลกให้ข้ามพ้นจากไฟในขุมนรกได้มาก </p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> แต่แง่คิดที่ตั้งข้อสังเกตจาก ศาสตราจารย์ สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ที่น่าสนใจมีว่า</p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">....ปัจจุบันทั่วโลกมีจำนวนมหาวิทยาลัยรวมกันมากกว่าจำนวนของขุมนรกทั้งที่เป็นมหานรก และนรกบริวารที่มีอยู่ทั่วทั้งจักรวาลนับจำนวนหลายเท่า</p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> เฉพาะในประเทศไทยก็มีจำนวนสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัย เป็นจำนวนมาก แต่เหตุใดบรรดามหาวิทยาลัยเหล่านั้นที่ต่างก็ยกชูนโยบาย สร้างความเป็นเลิศทางวิชาการแบบหามรุ่งหามค่ำ</p><p style="margin: 0cm 109.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p> แต่กลับทำให้โลกมนุษย์ร้อนแรงยิ่งกว่าเพลิงนรกเพิ่มขึ้นทุกขณะ จริงหรือไม่ที่มีบางท่านสรุปว่า ทั้งนี้เพราะสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ถูกกระแสพาณิชย์นิยมพัดจนทำให้หันไปนิยมวิธีหาทางยาไส้เพื่อเพิ่มเม็ดเงินจนไม่อาทรเม็ดภูมิปัญญาเท่าที่ควร.....
ถูกต้องที่สุดเลยค่ะ เพราะในสภาพการณ์ปัจจุบันนี้อยู่ด้วยความเสี่ยง ไม่ว่าทางใจหรือทางกายก็ตาม ว่ามั้ย
นันทิษา โตนันทวณิช
ม.ชีวิต
ก็คิดว่ายังงั้นเหมือนกัน ขอบคุณ นันทิษา
นิตยา ขุนสอน
ม.ชีวิต
สวัสดีครับ คุณ
นันทิษา โตนันทวณิช
ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านบันทึกและให้ความคิดเห็นไว้
สวัสดีครับ คุณ
นิตยา ขุนสอน
ขอบคุณครับที่มาฝากรอยไว้ ว่าง ๆ เชิญ ลปรร. นะครับ...
สวัสดีครับ ขออนุญาตแลกเปลี่ยเรียนรู้ด้วยครับ ในประเด็นที่ว่าโลกมนุษย์ร้อนแรงยิ่งกว่าเพลิงนรกเพิ่มขึ้นทุกขณะ จริงหรือไม่ที่มีบางท่านสรุปว่า ทั้งนี้เพราะสถาบันอุดมศึกษาส่วนใหญ่ถูกกระแสพาณิชย์นิยมพัดจนทำให้หันไปนิยมวิธีหาทางยาไส้เพื่อเพิ่มเม็ดเงินจนไม่อาทรเม็ดภูมิปัญญาเท่าที่ควร.....
ตามความคิดเห็นของผมนะครับ ที่โลกมนุษย์ร้อนแรง คงจะไม่ใช่เพราะสถาบันอุดมศึกษาถูกกระแสพาณิชย์นิยมพัดพา หรอกนะครับ
ผมว่าที่สถาบันอุดมศึกษาบางส่วนเป็นแบบนั้น มันเป็นเพียง ผล หรือ เป็นเพียง อาการของปัญหา ครับ
ผมคิดว่าต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง อยู่ที่ค่านิยมของสังคม ครับ
เป็นค่านิยมแบบ "บริโภคนิยม" หรือ "ทุนนิยม" ของคนในสังคม และ สถาบันอุดมศึกษา ก็เป็นผลผลิตของ สังคม ครับ
ดังนั้นสถาบันอุดมศึกษาก็คงจะต้องจัดการศึกษาไปตาม "ค่านิยม" ของสังคม ครับ
สวัสดีครับ คุณ
ขออนุญาต ออกความเห็น ครับ
ที่โลกของคน ร้อนแรงเผาผลาญ
อาจเป็นเพราะแข่งขัน สร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ
มิใช่แข่งขันเพื่อความเป็นเลิศทางภูมิปัญญาเพื่อความสุขของมวลคนในสังคม
ซึ่งที่จริงแล้วความเป็นเลิศทางวิชาการ บางทีอาจนึกคิดไปเองว่า จะนำมาแห่งภูมิปัญญาเพื่อสันติสุข
แต่จริงๆแล้ว หาได้เป็นเช่นนั้นเสนมอไป เพราะบางครั้งยังมีให้เห็นเป็นตัวอย่าง ว่า ผู้มีวิชาการเลิศเป็นคนหนึ่งที่รวมอยู่ในหมู่ผู้สร้างความรุ่มร้อนให้สังคม
และหลายกรณีผู้มีความเลิศเชิงวิชาการเป็นผู้เอาเปรียบ ผู้ที่เลิศน้อยกว่า หรือเลิศพอกันแต่ยอมให้เพราะมีเครื่องยาใจ ดับไฟราคะ โทสะ โมหะ
หลายคน หลายความคิด ระคนกัน
นี่ผมคิดว่านะครับ ส่วนจะถูก หรือผิด ผมก็คิดไปแล้ว
สวัสดีครับ คุณ
7. กะทกรกบ้าน
ดีมากครับกล้าคิดดัง ๆ
ความคิดเมื่อยังอยู่ในจิต เราเป็นนาย แต่เมื่อความคิดที่เราได้แสดงไปแล้วก็มีอำนาจเป็นนายเราแทนที่
ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ