๙ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่วนเวียนเปลี่ยนผันมาอีกครา เป็นสัญญาแห่งกาลเวลาบ่งบอกว่าเป็น “วันแม่” (ของฉัน)
วันคล้ายวันเกิดของ “แม่” ในปีนี้ แตกต่างกับปีก่อน เพราะปีนี้มิใช่วันคล้ายวันเกิดแม่แบบธรรมดา ๆ แต่เป็นวันคล้ายวันเกิดของ “โยมแม่” ผู้ที่เสียสละให้โอกาสอย่างใหญ่ยิ่งฉันได้มาบวชและเฝ้ากวดขันอบรมบ่มนิสัย ให้กับทั้งกายทั้งใจมาเป็นเวลาเป็นแรมปี
ปีนี้ฉันเองคงจะไม่มีเงิน มีทอง มีหยอง จะเปลี่ยนไปแลกเป็นของไปมอบให้
แต่ปีนี้ฉันมี “ความเพียร” ด้วยหัวใจ “ปฏิบัติดี” ไซร้มอบให้เพื่อแทนคุณ...
แรม ๑๕ ค่ำ เดือนสิบสอง ฉันตั้งจิตอธิฐานสวด “ปาฏิโมกข์” เป็นทำนอง เพื่อฉลองแสงแห่งธรรม ต่างแสงเทียนวันเกิดนั้นเพื่อ “แม่” ของฉัน เอย...
วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๐ แรม ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒
สวดปาฏิโมกข์ ปักษ์ที่ ๒ ณ จ.เชียงใหม่
พระภิกษุร่วมลงอุโบสถจำนวน ๑๖ รูป (โสฬส)
ฤดูปกติที่ไม่มีอธิกมาส และไม่มีปวารณา (นอกพรรษา)
ฤดูนี้ เป็นฤดูหนาว
ในฤดูหนาวนี้ มี ๘ อุโบสถ
อุโบสถหนึ่งถึงด้วยปักข์อันนี้
ยังเหลืออีก ๗ อุโบสถ
เหตุและปัจจัยแห่งความเพียร
พระกรรมฐานผู้มีอาวุโสรูปหนึ่งแห่งจังหวัดหนองคายกล่าวไว้ว่า “...ผู้ที่ได้สวดปาฏิโมกข์ช่วยเหลือหมู่คณะถึง ๒ ครั้งโดยไม่ผิดเลย นับว่าได้ทดแทนคุณแห่งผู้บังเกิดเกล้าแล้วโดยสมบูรณ์” เพราะกุศลกรรมนี้ จะช่วยให้ท่านทั้งสองมีใจผ่องแผ้ว ยินดี จนสามารถยกระดับจิตใจให้พ้นจากอบายภูมิได้นั่นเอง
อีกทั้งข้าพเจ้าขออธิฐานจิตแผ่ไปให้ไพศาล ถึงมารดา บิดา ญาติพี่น้องทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่ล่วงลับไปแล้ว อีกทั้งครูอาจารย์ ทั้งลูกหลาน ญาติมิตร สนิทกัน เพื่อนที่เคยรัก เคยชัง ทั้งเคยใคร่ ขอให้ได้ส่วนกุศลผลของฉัน อีกทั้งเจ้ากรรม นายเวร และเทวัญ ขอให้ได้ส่วนกุศลผลของฉัน ทุกท่านเทอญ....