ต้นเดือนธันวาคมปีนี้  ช่างมีคุณค่าสำหรับพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ  ที่ได้มีโอกาสร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯของเราในกิจกรรมต่างๆอย่างเต็มอิ่ม  ซึ่งจัดพร้อมกันทั่วประเทศ
     4-7 ธ.ค.ก็เป็นช่วงที่มีความหมายสำหรับครอบครัวของผมอย่างยิ่งเช่นกัน  เริ่มจากคืนวันที่ 4 ก็ได้มีโอกาสยึดชัยภูมิยอดตึก สพฐ.(ร่วมกับผู้ใหญ่ใน สพฐ.)รอชมพลุเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่หัวค่ำ กว่าจะได้ชมจริงก็ร่วม 4 ทุ่มครึ่ง ซึ่งคุ้มค่าและสวยงามมากจริงๆ และคืนนั้นเราก็แหวกฝูงชน ไปตามถนนราชดำเนินซึ่งประดับประดาอย่างสวยงาม  เราไปหยุดดูน้ำพุที่งามจริงๆ ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  ตั้งใจจะฝ่าฝูงชนไปให้ถึงสนามหลวงก็ไปไม่ได้  เลยตกลงกันว่ากลับไปพักผ่อนที่หอพักคุรุสภาคืนนี้ก่อน เพื่อเก็บแรงตื่นแต่เช้าไปร่วมงานต่อ
      เช้าวันที่ 5 เราตื่นกันแต่เช้าทานข้าวในกระทรวงเสร็จก็ไปยึดชัยภูมิฝั่งตรงกันข้ามกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรอรับเสด็จ  ร่วมกับประชาชนที่ใส่เสื้อสีเหลืองกันแน่นขนัดตั้งแต่หน้าวังสวนจิตรฯจนถึงสนามหลวง(ดูจากจอทีวีช่อง 11 ขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดสดอยู่หน้ากระทรวง)  เราได้รับแจกธงชาติและธงสีเหลือง พร้อมหมวก นั่งรออย่างสงบด้วยใจจดจ่อ จนกระทั่งเวลาประมาณ 9.30 น.ก็ได้ชมพระบารมีที่พระองค์พร้อมวงศานุวงศ์เสด็จผ่านอย่างช้าช้า เราและประชาขนต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” อย่างกึกก้องติดต่อกัน  แม้เป็นเวลาชั่วแล่นแต่ก็ซึมซาบในหัวใจ
      กลับไปทานข้าวกลางวันในกระทรวงเสร็จ  ก็รีบออกมาที่เดิมอีกครั้งเพื่อรอส่งเสด็จกลับ คราวนี้เราได้อยู่ฝั่งเดียวกับที่พระองค์ประทับจึงเห็นชัดกว่าเทียวแรก
     ต้องขอชื่นชมผู้จัดระเบียบจราจรในปีนี้ ที่ไม่มีการปิดกั้นถนนยาวนานเหมือนหลายๆครั้ง  โดยได้ปล่อยให้รถวิ่งกันตามปกติ  ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากที่การจราจรไม่ติดขัดเลย ดูเป็นปกติเหมือนวันธรรมดาจนใกล้เวลาจะเสด็จ ประมาณไม่ถึง 10 นาที จึงปิดการจราจร และก็ทำได้อย่างรวดเร็ว และเรียบร้อยดีมาก
    กลับมาบ้านยังไม่ทันหายเหนื่อย คืนวันที่ 5 เราก็ไปร่วมถวายพระพรและชมพลุสุดอลังการที่วัดเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเขาจุดกลางแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพระราม 4 (ปากเกร็ด) ไปสะพานพระราม 5 จนถึงสะพานพระราม 7 ถือเป็นความยิ่งใหญ่ของจังหวัดนนทบุรี โดยจุดกันตั้งแต่วันที่ 5-7 และเป็นพลุที่สวยงามมาก จุดติดต่อกันถึง 3 วัน
     ปีนี้เป็นปีที่สุดยอดจริงๆครับ...