เมื่อวานที่ผ่านมา ผมมีสอนครับ เป็นวิชา คอมพิวเตอร์สำหรับบัณฑิตศึกษา ซึ่งผมได้บรรจุเรื่อง Blog เข้าไว้ด้วย และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมบังคับ แต่ก็ใช่ว่าจะถึงขนาด " ข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า " หรอกนะครับ
ผมได้ใช้ความพยายามหลากหลายวิธีให้เขา "อยาก" จากภายใน ไม่ใช่ทำเพราะแรงจูงใจภายนอกแบบฉาบฉวย ซึ่งผมมักจะเรียกมันว่า "ฉันทะเทียม"
แต่ไม่ว่าจะออกแรง ใช้ความพยายามมากแค่ไหน ก็ยังพบว่ายากนักที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ เกิด "ฉันทะแท้" ได้สำเร็จ ก็เลยต้องใช้วิธี ตอกย้ำกันบ่อยๆ เมื่อโอกาสอำนวย คือผมจะยกกรณีตัวอย่างของบุคคลที่เป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับ ยกย่อง ชื่นชม เมื่อเขานำเสนอตัวตนผ่าน Blog และเน้นให้เห็นว่านักศึกษาเองต่างก็มีดี มีคุณค่าในตน มีความรู้ ความคิดที่ล้วนมีประโยชน์ต่อใครๆอีกมากมาย หากได้นำมาขีดเขียน แจกจ่าย แลกเปลี่ยนกันใน Blog ... ฯลฯ
นอกจากนั้นผมยังพยายามชี้ให้เห็นว่า ข้อเขียนไม่ว่ามากน้อยมันจะสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเราออกไปเรื่อยๆ อีกหน่อยก็จะเกิดเครือข่าย คนหัวใจตรงกัน ให้ได้ร่วมคิด ร่วมสร้างสรรค์อะไรๆ ที่เป็นประโยชน์กว้างขวางขึ้นได้จริงๆ เป็นพลังทางสังคมที่ก่อตัวเป็นเครือข่ายกว้างขวางขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องเจ๊าะแจ๊ะ ไร้สาระ อย่างที่ "คนไม่รู้เรื่อง" หลายคนเขาคิดกัน
สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยลืมเตือนย้ำคือขอให้ ทำด้วยใจ เพราะในบันทึกทั้งหลาย จะแสดง ความมีน้ำใจ ให้เห็นได้ด้วยเสมอ เช่นการใส่ Link อ้างอิงไปถึงบุคคลที่เราชื่นชม หรือสาระความรู้ที่เกี่ยวข้อง ตอนเขียนบันทึกหากเรารู้สึก อยากให้ อยากแบ่งปัน เห็นประโยชน์ของผู้อ่านเป็นสำคัญ ก็มักจะได้ทำอะไรที่เป็น ตัวช่วย อยู่เสมอ แล้วผมก็ยกตัวอย่างใกล้ตัว คือบันทึกเรื่อง ข้าวมาจากไหน ? มาวิเคราะห์ให้เขาดูกัน
เมื่อวานก็อีกครั้งหนึ่งครับที่ ผม Post ตอบคำถามนักศึกษาแบบ สดๆในห้องเรียน เมื่อทำครบถ้วนแล้ว ผมมาอ่านดูก็พบว่า เนื้อหาเดิม หากมาจัดรูปแบบการนำเสนอใหม่ นักศึกษาคงเข้าใจได้ง่ายและเร็วขึ้นอีก ก็เลย Post ใหม่อีกครั้ง ครับ แต่แทนที่จะลบของเก่าทิ้ง เกิดคิดได้ว่า กรณีเล็กๆอย่างนั้นก็น่าจะนำมาเป็นสื่อการเรียนได้ เรียนที่จะใส่ใจผู้อื่น ไงครับ ซึ่งก็นับเป็น การสอนแบบทำให้ดู โดยไม่ได้ตั้งใจมาก่อน แต่เป็นเหตุการณ์จริงๆ ที่เราปฏิบัติอยู่ในความเป็นตัวเรา ให้เขาได้เห็น ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะ มีพลังกว่าการพ่นทฤษฎี หลักการ สวยๆ เพราะๆให้เขาฟังเป็นไหนๆ ... เชิญชมร่องรอย ของเหตุการณ์ครับ
อาจารย์พินิจคะ หนูอยากได้โปรแกรมย่อรูปที่ใช้ง่ายและรวดเร็วค่ะ ไม่ทราบว่าอาจารย์มีหรือเปล่าคะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
เมื่อติดตั้งโปรแกรมแล้ว มันจะฝังตัวอยู่กับ Windows ตอนจะใช้งานก็เพียง Click ขวาบนไฟล์ภาพ แล้วเลือกคำสั่ง Resize Pictures จาก Drop Down Menu เลือกขนาดภาพที่ต้องการจะย่อว่า จะเอา เล็ก กลาง หรือ ใหญ่ เสร็จแล้ว Click "OK" ก็จะได้ภาพใหม่ ขนาดเล็กลงตามที่ต้องการ และวางอยู่ใน Folder เดียวกับภาพเดิม โดยภาพเก่าก็ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไป หรือได้รับผลกระทบใดๆ .. สะดวกที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมาครับ
มีครับ โปรแกรมชื่อ Image Resizer ใช้ง่ายมาก นำมาให้ Download ได้แล้ว ที่นี่
เมื่อติดตั้งโปรแกรมแล้ว มันจะฝังตัวอยู่กับ Windows ตอนจะใช้งานก็เพียง ....
- Click ขวาบนไฟล์ภาพ แล้ว เลือกคำสั่ง Resize Pictures จาก Drop Down Menu
- เลือกขนาดภาพ ที่ต้องการจะย่อว่า จะเอา เล็ก กลาง หรือ ใหญ่
- Click "OK" ก็จะได้ภาพใหม่ ขนาดเล็กลงตามที่ต้องการ และวางอยู่ใน Folder เดียวกับภาพเดิม โดยภาพเก่าก็ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไป หรือได้รับผลกระทบใดๆ
- สะดวกที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมาครับ
ผมเขียนตอบคุณ รังสินี สุคนธปฏิมา แล้ว ครั้งหนึ่งในความเห็นที่ 2 แล้วก็มาส่งใหม่อีกครั้งด้วยข้อความเดิม ในความเห็นที่ 3 ทั้งนี้ก็ด้วยรู้สึกว่าการเขียนเป็นความเรียงต่อเนื่องกันไป น่าจะทำให้นักศึกษาและผู้สนใจ ติดตามทำความเข้าใจได้ยากกว่าการนำ ขั้นตอนมาเรียงเป็นข้อๆ โดยใช้เครื่องหมาย Bullet มากำกับหน้าข้อความ และแยกบรรทัดให้เด่นชัด
กำลังจะลบข้อความในความเห็นที่ 2 ออกครับ แต่นึกขึ้นได้ว่า ทิ้งเอาไว้ให้นักศึกษาดูเป็นตัวอย่างดีกว่า ให้เห็นว่าในการเขียน หรือตอบข้อความในบันทึกใน Blog นั้น เราควรใส่ใจผู้อ่าน หรือผู้รับข่าวสารของเราให้มาก เสมอ ทำอะไรที่ดีที่สุดได้ เพื่อให้การสื่อสาร สะดวก และเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ต้องทำ ต้องแก้ไขครับ
เรียนท่านพี่ Handy
เห็นด้วยกับแนวคิดอาจารย์ครับ เริ่มจากความต้องการของผู้เรียนทีแท้จริง คือความสำเร็จที่ปรากฏชัดเจนแล้วตั้งแต่เริ่มต้น
เป็นการสอนที่ดีมากๆ เลยค่ะ
พวกหนูเรียนแล้วเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างขึ้นเยอะเลย
ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในห้องเรียน ทั้งความรู้รอบตัว
เหมือนที่ อาจารย์
พูดไม่มีผิดเลยค่ะ ว่า การสอนคนต้องสอนทั้งหมด ไช่จะสอนแค่เนื้อหาการเรียนรู้เท่านั้น
หนูยังจำได้ไม่เคยลมเลยค่ะ
ต้องขอบคุณมากนะคะ
ที่อาจารย์ได้ยื่นแต่สิ่งดี ๆ ให้พวกเรา
สวัสดีค่ะท่านพี่
คิดถึงค่ะ
สวัสดีครับ
อาจารย์ แสดงตัวอย่างชัดเจน ให้ลองทำ
แล้วมีการให้กำลังใจมากมาย
มาเชียร์ด้วยคนค่ะ
ขอขอบคุณ อ. หมอหน่อย พญ รวิวรรณ หาญสุทธิเวชกุล มากครับ