ต่อเนื่องจากบันทึกที่แล้ว ผมเกิดความคิดว่าการที่คนเราคิดเล็ก คิดแคบอยู่กับเรื่องเล็กๆ เป็นตัวก่อปัญหาความขัดแย้ง เป็นวัฒนธรรมไม่สันติ ผมจึงหาทางเรียนรู้หรือฝึกตนให้คิดใหญ่โดยเรียนจากบทความหรือคำบรรยายของผู้ได้รับรางวัลโนเบล ที่มาบรรยายในโครงการ Bridges
เริ่มจากเรื่อง Cultural Pluralism and Democracy โดย Shirin Ebadi ผู้พิพากษาและทนายความชาวอิหร่าน ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี ค.ศ. 2003 ประวัติของท่านผู้นี้น่าสนใจมาก เธอได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์อิหร่าน
ในปี ค.ศ. 1969 ต่อมามีการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านในปี 1979 เธอถูกปลดจากตำแหน่งผู้พิพากษาลงไปเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ เพราะรัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายตามแนวความเชื่ออิสลามว่าไม่ยอมรับเพศหญิงเป็นผู้พิพากษา เธอลาออกมาขอใบประกอบวิชาชีพทนายความ ซึ่งใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ เธอทำงานว่าความต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ถูกกดขี่ และเขียนหนังสือและบทความด้านสิทธิมนุษยชน
บทเรียนวิชาคิดใหญ่คือการมองความอยุติธรรมในสังคมในเชิงระบบ มองเห็นความอยุติธรรมจากสาเหตุเชิงโครงสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เกี่ยวข้องไม่ตระหนักว่ามีความอยุติธรรมอยู่ เพราะตนเองอยู่ในระบบจนเคยชิน
สาเหตุเชิงโครงสร้างของความไร้สันติในตะวันออกกลางมีหลายอย่าง
• การขาดความเคารพความแตกต่างหลากหลายด้านวัฒนธรรม
• การขาดประชาธิปไตย
• การที่ประเทศเหล่านี้รวยน้ำมัน แหล่งพลังงาน ทำให้มหาอำนาจเข้าแทรกแซง
• ประเทศมหาอำนาจไม่เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม และประชาธิปไตยของประเทศอื่น ตัวอย่าง ในปี ค.ศ. 1956 สหรัฐอเมริกาหนุนการปฏิวัติรัฐบาลอิหร่านที่มี Dr. Mohammad Mosaddeg เป็นนายกรัฐมนตรี และมาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
เมื่อเข้าใจสาเหตุเชิงโครงสร้าง และมีความกล้าหาญที่จะเผชิญความไม่ถูกต้อง ต่อสู้และไม่สยบยอมต่ออำนาจ การต่อสู้นั้นก็จะเป็นการต่อสู้อย่างมีปัญญา เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างเหมาะสม
วิจารณ์ พานิช
๔ พ.ย. ๕๐
ชุมพร